“…พระครูวิชิตธรรมาจารย์ เจ้าคณะ อ.เชียงคานนี่
เป็นอุปัชฌาย์ให้(อาตมา)
เมื่อ(ตอน)บวชเป็นพระหนุ่ม ๖ เดือน
ท่านก็เป็นอุปัชฌาย์ให้
มาบวชเป็นหลวงพ่อ-หลวงตาครั้งนี้
ท่านก็เป็นอุปัชฌาย์ให้ เพราะไปหาท่าน
ท่านสอนว่า ‘ในประเทศอินเดียมีหลายลัทธิ-มีหลายนิกาย
มีหลายครู-มีหลายอาจารย์สอน เลือกคัดจัดเอาให้เป็น
มี ๑๐๘ ลัทธิ ๑๐๘ อาจารย์ ๑๐๘ ศาสนา
ลัทธิใดก็ตาม-อาจาย์ใดก็ตาม เราชอบ-เราต้องไปหา
เมื่อเราไม่ชอบ-เราไม่ต้องไป’ ท่านสอนอย่างนั้น
จึงให้เลือกคัดจัดหาเอาให้เป็น
หรือเราไม่เลือกคัดจัดหาเอาให้เป็น เราก็ไม่รู้
ดังนั้น ที่มาเล่าให้ฟังเพื่อความตั้งใจ
ในประเทศอินเดีย ถ้าชอบลัทธิของพระพุทธเจ้า
ก็ไปศึกษาเอากับพระพุทธเจ้า
มันมีหลายลัทธิ…ลัทธิชีเปลือยก็มี ลัทธิไม่นุ่งเสื้อ-นุ่งผ้า นี่!
ลัทธินอนเสี้ยน-นอนหนาม ลัทธินอนย่างไฟอะไร
มีหลายลัทธิ ท่านว่าอย่างนั้น
ดังนั้นในเมืองไทยของเราทุกวันนี้ก็เช่นเดียวกัน
มีครูบาอาจารย์หลายท่าน-หลายองค์
สอนไม่เหมือนกัน สอนกรรมฐาน-สอนวิปัสสนานี้
*พระพุทธเจ้าของเรานี่
สอนคนที่ยังโง่อยู่นั่นแหละ-ให้ฉลาดขึ้นมา
สอนคนที่กำลังทำผิดนั่นแหละ
ให้เขาเลิกละจากการทำผิด ให้เขามาทำความถูกต้อง
สอนคนที่มีทุกข์อยู่นั่นแหละ ให้เขาหมดทุกข์ไป*
ท่านสอนอย่างนั้น
ดังนั้นจึงว่า ความคิด-ความเห็นของคนจึงไม่เหมือนกัน
เมื่อความคิด-ความเห็นของคนไม่เหมือนกันแล้ว
การพูด-การสอนก็ไม่เหมือนกัน
อุดมการณ์ของอาตมา
มีอุดมการณ์อย่างนี้ จะพูดอย่างนี้-จะสอนอย่างนี้
*รับรองได้วิธีนี้* เอ้า!
**ทำอย่างอื่น ทำมามากพอสมควร-แต่มันไม่รู้
มันไม่มีการเห็นแจ้ง ไม่มีการรู้จริง
เมื่อมาทำความรู้สึกตัวนี่แหละ
การเคลื่อน-การไหวโดยวิธีใดก็ตาม ให้มันรู้สึก**
เรียกว่าเราเคยได้พูด-ได้สอนว่า
‘พระพุทธเจ้าสอนให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔
ยืน-เดิน-นั่ง-นอน ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้
แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ ท่านยังสอนย้ำเข้าไปว่า
ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้ในอิริยาบถย่อย
คู้-เหยียด เคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็ตาม’
นี่ ท่านสอนอย่างนั้น
ดังนั้นที่ตัวของผม-ตัวของอาตมาสอน
เรียกว่า*‘ให้มีสติกำหนดรู้ทุกอิริยาบถ’*นั่นเอง
เป็นอย่างนั้น
*ก็จะรู้แจ้ง-เห็นจริงตามความเป็นจริง
รับรองได้จริง ๆ เรื่องนี้*
ที่ได้ให้ข้อคิดเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจมาในวันนี้
ก็เป็นเพียงสั้น ๆ จะมาทำลายโทสะ-โมหะ-โลภะนี่เอง
*ให้ตัวรูป-ตัวเวทนา-ตัวสัญญา-ตัวสังขาร-ตัววิญญาณ
ทำหน้าที่ของมันจริง ๆ อย่าไปขัด
เรียกว่า ‘ศึกษาธรรมะกับธรรมชาติจริง ๆ’*
เอาแหละ ที่อาตมาได้ให้ข้อคิด
เป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจมาในวันนี้
ก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว
ท้ายที่สุดนี้ อาตมาพร้อมด้วยพระสงฆ์และญาติโยม
มานั่งฟังธรรมะอยู่ ณ สถานที่นี้
อาตมาขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า
และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และคุณของพระอรหันตสาวก(ของ)พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา
*ให้พวกเราได้ประพฤติปฏิบัติตามอย่างที่พระพุทธเจ้าสอนว่า
‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วที่แห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย’*”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น