รู้สึกกาย รู้สึกใจ 13 มิถุนายน 2021

“…**การเจริญ(สติ)แบบนี้ ผมรับรอง

จะเอาชีวิตเป็นประกัน

อย่างนานไม่เกิน ๓ ปี อย่างกลาง ๑ ปี

อย่างเร็วที่สุดนับตั้งแต่ ๑ วัน ถึง ๙๐ วัน

ความทุกข์ประเภทนี้(กิเลส)จะลดน้อยไป

ถึงไม่หมด ก็ลดน้อยไป**

ฉะนั้นเมื่อพูดถึงกิเลสจะลดน้อยไปนั้น

กิเลสอย่างหยาบนั้น เราเข้าใจกันอยู่ว่า

ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง

อันนี้ถูก แต่ถูกโดยที่กำปั้นทุบดิน

ถ้าหากว่ากิเลสอย่างหยาบ

เป็นประเภทโทสะ-โมหะ-โลภะแล้ว

สุนัขก็มี วัว-ควายก็มี เป็ด-ไก่ก็มี

ทำไมว่าสุนัขก็มี สุนัขมันกัดกันเพราะอะไร ?

ก็เพราะโมหะ-โทสะ-โลภะนั่นเอง

วัว-ควายที่มันขวิด-มันชนกัน มันก็มีกิเลสประเภทนี้

ดังนั้นขอให้เราเข้าใจ

คำว่า‘กิเลสอย่างหยาบ’นั้น ก็คงจะไม่เป็นประเภทนี้

แต่ผมอยากจะพูดเตือนจิตสะกิดใจสักนิดเดียว

กิเลสอย่างหยาบนั้น คือ*กิเลสประเภทของพวกเทวดา

คือไม่มีทุกข์-ไม่มีความโกรธ เพราะเทวดามันติดสุข*

กิเลสอย่างกลาง (คือ)*พวกที่ทำสมถกรรมฐาน

ไปติดความสงบ ติดความสงบก็เลยไม่รู้ทิศทางไป*

กิเลสอย่างละเอียด คือ*ไม่เห็นจิตใจของเราที่นึกคิดนั่นเอง*

ฉะนั้นปฏิจจสมุปบาทจึงได้ชี้ชัดลงไปอย่างนั้น

ฉะนั้นเท่าที่ผมได้ให้ข้อคิด

เป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา

ก็นึกว่าพอสมควรแก่เวลาแล้ว

*ขอให้พวกท่านทั้งหลาย

จงตั้งจิต-ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมะ*

จงเจริญสติปัฏฐาน ๔ เรียกว่ากายานุปัสสนา

เวทนานุปัสสนา-จิตตานุปัสสนา-ธรรมมานุปัสสนา

พิจารณาสิ่งเหล่านี้ให้เห็นชัดแจ้งอยู่ภายในจิตใจ

ในตำรับตำราว่าอย่างนั้น

แต่ผมจะพูดนี้ ไม่ได้พูดในตำรับตำรา

แต่ผมพูดโดยอุดมการณ์ และผมประสบพบเห็นมาอย่างนี้

*(เพียง)แต่ให้ท่านมีสติ

รู้เท่า-รู้ทันในขณะพลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง

ยกมือไป-เอามือมา เดินหน้า-ถอยหลัง เอียงซ้าย-เอียงขวา

ก้ม-เงย (กะ)พริบตา อ้าปาก กลืนน้ำลายผ่านในรูคอลงไป

หายใจเข้า-หายใจออก

ให้มีสติรู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้ รู้จักเอาชนะสิ่งเหล่านี้ได้*

นี่เป็นข้อแรก

ข้อที่ ๒ ต่อไป

**ให้ท่านมีสติคอยดูจิต-ดูใจของท่านอยู่ทุกขณะจิต**

ท่านจะทำการทำงานอะไร-ทุกสิ่งทุกอย่าง ดูได้

ทำการ-ทำงานได้ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะเป็นการดูจิต-ดูใจ

อันนี้เป็นข้อที่ ๒

*ขอให้ท่านมองเห็นสิ่งนี้อยู่ทุกขณะจิต

ความเป็นเอง-ความมี มันมีอยู่แล้ว*

มันเป็นเองเหมือนกันกับเอาเม็ดข้าวลงไปปลูกไว้ในดิน

แล้วเอาน้ำไปรด ข้าวทุกเม็ดต้องงอก-ต้องป่งขึ้นมาทุกเม็ด

เมื่อเราเจริญอย่างนี้ สามารถที่จะเห็นแจ้งได้ทุกคน-ไม่ยกเว้น

ถ้าหากท่านทำอย่างนี้ถึง ๓ ปีแล้ว

แต่*ทำให้ให้มันติด(ต่อ)กันนะ*

(หาก)ยังไม่ปรากฏแล้ว เอาชีวิตของผมไปผลาญก็ได้

เพราะผมกล้ายืนยันได้อย่างนี้

จึงจะสมกับความหมายที่ผมตั้งปณิธานเอาไว้ว่า

เสียสละทรัพย์ออกไปได้

เพราะผมรักษาอวัยวะร่างกายของผม

บัดนี้ร่างกายของผม เมื่อมันเป็นบาด-เปื่อยเน่าไป

ผมรักษาชีวิตของผม

ผมจะตัดเนื้อเน่าของผมออกไปให้ได้ ให้ผมมีชีวิตอยู่ได้

บัดนี้ชีวิตของผมจะสูญหายไปก็ตาม

คำพูดที่ผมกำลังพูดอยู่ในขณะนี้

ผมเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าสอนมาอย่างนี้

(แม้)ชีวิตผมจะสิ้นลงไปในขณะนี้ก็ตาม

ขอให้ผมได้พูดความจริงที่เป็นสัจธรรม

คำสอนของพระพุทธเจ้านั้นฝากไว้กับโลกนี้

ให้เป็นคู่ครองของโลกนี้ไป

ถึงจะสิ้นลมหายใจไปก็ตาม ผมไม่เสียดายเลย

ผมจึงเอาชีวิตผมมาเป็นประกัน

และเดิมพันไว้กับพวกเราในขณะนี้

ฉะนั้นที่ผมได้เล่ามา ในขณะนี้ก็พอสมควรแก่เวลาแล้ว

จึงขอหยุดไว้ก่อนเพียงเท่านี้

สุดท้ายนี้ ผมขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า

และคุณพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

และคุณของพระอรหันตสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเราทั้งหลาย

ขอให้พวกเราทั้งหลายได้ประสบพบเห็นในสัจธรรม

คือจิตใจของเราทุก ๆ คนในขณะนี้ ทุกคนเทอญ.”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *