รู้สึกกาย รู้สึกใจ 21 พฤษภาคม 2021

“ปัญหาของคนเรานี้ สลับซับซ้อนมาก

ปัญหาแรกก็เรื่องกิน-เรื่องถ่าย เรื่องไป-เรื่องมา การยืน-เดิน-นั่ง-นอน

แล้วก็เรื่องสุข-ทุกข์ กลางวัน-กลางคืน เรื่องบาป-บุญ

และเรื่องสุดท้ายคือเรื่องนรก-สวรรค์

นี่เป็นปัญหาสำคัญของคนทั่วไป

ไม่ว่าอดีตที่ผ่านมาแล้ว หรือปัจจุบัน หรืออนาคตก็ตาม

มนุษย์ได้ให้ความสนใจเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

เพราะมนุษย์มีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง

ถ้าขาดความหวังเสียอย่างเดียว รสชาดของความเป็นมนุษย์ก็หมด

ฉะนั้นความสุข-ความทุกข์ที่มนุษย์ได้รับ ก็เพียงแต่มีความหวังเท่านั้น

นี่เป็นการต่ออายุของมนุษย์

หากไม่สมปรารถนาชาตินี้ ชาติหน้า-เราก็ยังมีความหวัง

นึก-คิดปั้นขึ้นมา

นรก-สวรรค์มีจริงหรือไม่ จะพิสูจน์ที่ตรงไหน

ให้คนรู้ได้-เห็นได้อย่างไร ?

นี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การพิสูจน์นรก-สวรรค์นั้น

ก่อนอื่นต้องเรียนรู้สิ่งสัมผัสของมนุษย์

ตัวอย่าง ประสาทสัมผัสของคนกับตาของแมว

เฉพาะในที่มืด ตาของคนสู้ตาของแมวไม่ได้

เอาแมวไปปล่อยในที่มืด แมวสามารถมองเห็นอะไรได้หลายอย่าง

เอาคนเข้าไปในห้องมืด ไม่มีวี่แวว-ไม่มีแสงสว่างเลย

ไม่สามารถมองอะไรเห็น เหมือนคนตาบอด

นอกจากนั้น คุณสมบัติการสัมผัสของตาระยะไกล-ใกล้…ก็ไม่เหมือนกัน

การเห็นระยะไกล ตาแมวสู้ตาคนไม่ได้

ส่วนการสัมผัสทางจมูก-การดมกลิ่น(ของ)คนกับสุนัข คนก็สู้สุนัขไม่ได้อีกเหมือนกัน

ความจริงเรื่องนรก-สวรรค์นี้ แบ่งออกได้เป็น ๓ ประเภท

ประเภทที่ ๑ สวรรค์อยู่ในอก-นรกอยู่ในใจ-นิพพานก็อยู่ที่ใจ

คนโบราณ-ท่านสอนอย่างนี้ คือเอาคุณสมบัติของใจเป็นที่ตั้ง

ทุกขเวทนาทำให้จิตใจเศร้าหมองเป็นนรก

ตรงกันข้าม สุขเวทนาทำให้จิตใจเพลิดเพลินเป็นสวรรค์นี้มีอยู่ในอารมณ์(ทาง)ทวารทั้ง ๖

เราควรตัดสินความสุข-ความทุกข์ด้วยสภาพของจิตใจ อย่าไปตัดสินทางวัตถุ

แม้มหาเศรษฐีอยู่ตึกหลังใหญ่ ๆ ถ้านอนไม่หลับ

เอามือก่ายหน้าผากนั้น ก็ได้ชื่อว่านอนอยู่ในกะทะทองแดง

อย่างนี้ก็มีกันเยอะแยะ แต่ก็ไม่เสมอไป

ตรงกันข้าม บ้านหลังเล็ก ๆ ถ้านอนไม่หลับ

ก็เป็นกะทะทองแดงได้เหมือนกัน

*พุทธศาสนาสอนเรื่องทุกข์-เรื่องสุข เรื่องดับทุกข์เท่านั้น*

แต่นักโทษบางคน เห็นคุกเป็นวิมานไปก็มี

คนเหล่านั้นไปทำมาหากินลำบาก

ต้องไปแก่งแย่งเขากิน ไปสมัครงานก็ไม่มีใครรับ

ลูกเต้าก็ไม่มี เมียก็มีผัวใหม่

ถ้าเป็นผู้หญิง-ก็เหมือนกัน ถ้าสมัครใจอยู่ในคุก-กินข้าวหลวง

อยู่บ้านหลวง เสื้อผ้า-หลวงก็แจก น้ำ-ไฟ…ใช้ฟรี

อย่างนั้นจะถือเป็นสวรรค์ไม่ได้

ประเภทที่ ๒ นรก-สวรรค์ที่เห็นด้วยตา

ยกตัวอย่าง มหากษัตริย์-เจ้านายผู้มีวัตถุมากมาย

มีบริวารมากมาย ก็เรียกว่าเทวดาโดยสมมติ

ตรงกันข้าม คนทุกข์เข็ญใจ-ง่อยเปลี้ยเสียขา พิกลพิการ-วิปริตต่าง ๆ

เรียกว่าสัตว์นรกที่เป็นวัตถุเห็นได้ด้วยตาในชีวิตสังคมปัจจุบันนี้

ประเภทที่ ๓ นรก-สวรรค์ที่ไม่เห็นด้วยตา

บางคนเข้าใจว่าสวรรค์อยู่บนฟ้า นรกอยู่ใต้ดิน

แต่ถ้ามาพิจารณา อาศัยการศึกษาสภาพแวดล้อม

จะเห็นว่าเครื่องบินขึ้นไปบนอากาศ

ไม่เห็นชนบ้านเทวดาพังลงมาสักที

ใต้ดินเขาก็เจาะน้ำบาดาล ก็ไม่เห็นพบกะทะทองแดง

*พระพุทธเจ้าสอนให้ปฏิบัติธรรม

เพื่อรู้แจ้ง-เห็นจริงด้วยญาณปัญญาของตนเอง*

การให้ทานร้อยครั้งพันหน อานิสงส์สู้การรักษาศีลครั้งเดียวไม่ได้

การรักษาศีลร้อยครั้งพันหน อานิสงส์สู้การทำกรรมฐานให้จิตใจสงบครั้งเดียวไม่ได้

การทำกรรมฐานร้อยครั้งพันหน อานิสงส์สู้การเจริญสติให้เกิดญาณปัญญาครั้งเดียวไม่ได้

หากมีคนถาม ทำไมการเจริญวิปัสสนาญาณจึงมีอานิสงส์มาก ?

ก็ตอบได้ทันทีว่า *พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ก็ด้วยการเจริญสติ

ญาณจึงเกิดขึ้นในพระองค์*

การทำบุญ-ให้ทาน-รักษาศีล-ทำกรรมฐานให้จิตใจสงบนั้นดี

แต่ไม่ใช่เป็นทางตรัสรู้

เทวดาอยู่บนสวรรค์จึงตกนรกได้ เมื่อมีการทำความผิด

เพราะความไม่รู้แจ้ง-ไม่รู้จริง

**การเจริญสติเท่านั้น ช่วยให้เกิดญาณปัญญารู้แจ้ง-เห็นจริง

ไม่ใช่การเรียนรู้จำมาจากตำรา-ครูบาอาจารย์สอนให้

ต้องให้รู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง จึงเรียกว่าตรัสรู้

ก็เลยตรงกับคำว่า’สันทิฏฐิโก’ แปลว่าอันผู้รู้จะพึงเห็นเอง

‘อะกาลิโก’ แปลว่าไม่ประกอบด้วยกาลเวลา

จะเป็นเวลาไหนก็ได้ ถ้าเจริญสติถูกทาง**

เรื่องเห็นนรก-สวรรค์-ภูตผีปีศาจ

ต้องเห็นได้ด้วยปัญญาญาณอย่างทะลุปรุโปร่ง รู้แจ้ง-รู้จริง

แมว-สุนัข มันไม่มีญาณ…มันจึงไม่รู้เรื่องนรก-สวรรค์

**หากใครขาดการเจริญสติ วิปัสสนาญาณก็ยังไม่เกิด

คนผู้นั้นก็ยังไม่สิ้นสงสัย

เพราะยังไม่มีทัศนะ-การรู้ตามความคิด**”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *