รู้สึกกาย รู้สึกใจ 25 มิถุนายน 2021

“…พระ แปลว่าผู้สอนคน-สอนให้รู้จักความจริง

ถ้าหากเป็นพระสงฆ์โดยสมมติ สอนคนที่ไม่รู้-ให้รู้

เขาเรียกว่าพระ

แต่ถ้าหากบุคคลที่รู้ไปสอนคนที่ไม่รู้

ถ้าอยู่ในบ้าน-ในชุมชน เขาเรียกว่าครูโรงเรียน

ดังนั้น วัดจึงเป็นโรงเรียนที่สอนคนเรื่องชีวิต-เรื่องจิตใจ

แต่เดี๋ยวนี้วัดเรามีมาก แล้วชวนคนให้ทำบุญกองกฐิน-แจกซอง

แต่*ที่จะสอนให้คนดูจิต-ดูใจ

ละความโลภ-ความโกรธ-ความหลงให้เป็นนี่ มีน้อยเหลือเกิน*

พวกเราลองคิดดู ถ้าหากว่าตัวบุญมีจริง

ทำบุญแล้วจะมีเงินมาก ๆ เรามาเอาบุญเสียคนเดียวจะดีไหม ?

หลวงพ่อว่า-ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ๆ หลวงพ่อไม่บอกใครทั้งหมดเลย

เอาบุญคนเดียวดีกว่า ไม่อยากให้ใครเสียด้วย

แต่เดี๋ยวนี้ มันไม่เป็นอย่างนั้น

ต้องเที่ยวไปบอกบุญโยม แจกซองให้มาเอาบุญด้วยกัน

ถ้าบุญมีจริง ๆ อย่างนั้น เอาคนเดียวดีกว่า

นี่-มันเป็นปัญหาน่าคิด แต่คนเราไม่ยอมคิดกัน

เพราะอย่างนั้น เดี๋ยวนี้วัดจึงไม่เป็นวัดแล้ว

พระไม่ฝึกหัดปฏิบัติตนเอง

ไม่ทำตนเองให้เป็นที่พึ่ง เป็นที่ศรัทธา-เลื่อมใสของชาวบ้าน

ไม่สอนคนให้เกิดปัญญา เข้าใจชีวิต-เข้าใจอุปสรรคของชีวิต

เราไม่ค่อยสอนกันแล้ว

ดังนั้น*จำเป็นที่เราต้องกลับมาเรียนรู้ มาฝึกหัดขัดเกลาตนเอง*

ให้เป็นพระยิ้มให้ได้จริง ๆ รู้จักตนเองจริง ๆ

รู้แล้วละได้ ไม่ยึดมั่น-ถือมั่นทิฏฐิตนเอง*

อยู่ให้เป็นหลัก เป็นบุคคลที่ชาวบ้านเห็นแล้วอยากเข้าใกล้

โยมเข้ามาแล้ว…ไม่รู้สึกเป็นพิษ-เป็นภัย ยิ้มได้-สบายใจ

นี่เรียกว่าพระยิ้ม

*ให้เอาพระยิ้มมาแขวนคอเอาไว้ อย่างนี้เราก็ไปสวรรค์-นิพพานนั่นเอง

แต่ถ้าเราโกรธขึ้นมาคราวใด พระสงฆ์ก็ตกนรกเป็นเหมือนกัน-นรกจริง ๆ

ดังนั้นนรกจึงมีทั้งในพระพุทธศาสนา-คริสตศาสนา และอิสลาม

ไม่ยกเว้นใครทั้งหมดเลย* นี่-ให้เข้าใจกันอย่างนี้

พูดให้ฟังกันอย่างนี้ ก็รู้สึกว่าจะจริงเกินไป

แต่ไหน ๆ ก็พูดมาแล้ว ก็ต้องพูดความจริง

เพราะคนเราต้องการความจริง-จริง ๆ มันจึงจะแก้ทุกข์ได้

ดังนั้นจะบอกไว้แล้วแต่ตอนต้นว่า

**ของดีมีอยู่แล้วในตัวเราทุกคน อย่าพากันลืมเสีย

ชีวิตของเรานี่แหละ ดีและประเสริฐที่สุดแล้ว

อย่ามัวไปไขว่คว้าในสิ่งอื่นที่ไม่จริง-ไม่จัง

ให้เราหัดมาเจริญสติ-ทำความรู้สึกตัว

ให้เป็นผู้มีสติตื่นตัว ตั้งมั่นอยู่เสมอ ๆ

เป็นผู้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยสติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์ในทุกชีวิตการงาน

มีชีวิตที่สะอาดผ่องใส**

ที่หลวงพ่อพูดมาโดยตลอด ก็เห็นว่าพอสมควรแก่เวลา

ในท้ายที่สุดนี้ หลวงพ่อ

พร้อมด้วยเหล่าพระสงฆ์ที่มานั่งฟังธรรมพร้อมกัน ณ ที่นี้

ขออ้างเอาคุณของพระพุทธเจ้า แต่ไม่ใช่พระพุทธเจ้าองค์ที่นิพพานไปโน้นนะ

*พระพุทธเจ้า คือเรา-คือองค์ธรรมที่มีอยู่ในเราที่นั่งกันอยู่นี่แหละ*

และอ้างอิงเอาคุณของ*พระธรรม พระธรรมก็ไม่ใช่ตัวหนังสือ

ใบลานโน้น-ก็ไม่เอา เอาที่กำลังพูด-กำลังคิด-กำลังเป็นกันอยู่นี่*

และขออ้างเอาคุณของพระสงฆ์

*พระสงฆ์อรหันตสาวกแต่ทีแรกอะไรนั่น ก็ไม่เอา

เอาที่จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ ที่อยู่ในจิต-ในใจของเราทุกคนนี่แหละ*

**ให้เราหันมาศึกษา ฝึกหัดเรียนรู้เจริญภาวนากันที่ตรงนี้

ขอให้เรามีความเพียรพยายามฝึกหัดตนเอง

ให้ประสบพบเห็นค้นเอาความดับทุกข์ให้ได้ในชีวิตนี้

จงทุก ๆ คนเทอญ.**”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *