“เมื่อชีวิตหยุดกลางรันเวย์: การกลับมารู้ตัวของคุณรฐา ดุริยางกูร”

ชื่อเล่นของเธอคือ “นุ้ย”
รฐา ดุริยางกูร เจ้าหน้าที่ของการบินไทย ผู้เคยใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบอยู่กับตารางบิน เวลา และความรับผิดชอบมากมาย

แต่เมื่อสองปีก่อน ชีวิตของเธอกลับถูกบังคับให้ “ลงจอดฉุกเฉิน”

เธอตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านม

จากคนที่เคยทำงานเต็มเวลา ต้องลางานเพื่อรักษาตัว ทั้งร่างกายและจิตใจ ความเจ็บป่วยครั้งนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของกาย แต่เป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับความกลัว ความไม่แน่นอน และคำถามภายในใจมากมาย

รักษากาย และรักษาใจไปพร้อมกัน

ระหว่างลางาน เธอตั้งใจหาวัดที่อยู่ใกล้บ้านและใกล้โรงพยาบาล เพื่อให้สามารถไปพบแพทย์ได้สะดวก และในขณะเดียวกันก็มีที่พึ่งทางใจ

วันหนึ่ง ขับรถผ่านวัดสนามใน
เธอจึงตัดสินใจแวะเข้าไป

สิ่งแรกที่เธอรู้สึก คือ “ความสะอาด”
สำหรับผู้ป่วยมะเร็ง การรักษาความสะอาดเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่เมื่อได้เห็นบรรยากาศในวัดที่สะอาด เรียบร้อย สงบ ใจของเธอก็เบาขึ้นทันที “มากกว่าครึ่ง” อย่างที่เธอเล่า

จากนั้นจึงเริ่มสอบถามแนวปฏิบัติ และได้รู้จักการเจริญสติแบบเคลื่อนไหวตามแนว หลวงพ่อเทียน จิตตสุโภ ซึ่งก่อนหน้านั้นเธอไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย

ทำการบ้านก่อนลงมือจริง

เธอติดต่อขอเข้าปฏิบัติล่วงหน้าถึงสองเดือน
ระหว่างนั้นจึงลองฝึกเองที่บ้านก่อน ศึกษาว่าแนวทางนี้เป็นอย่างไร เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่การปฏิบัติจริง

เมื่อได้เข้าปฏิบัติอย่างเป็นทางการ เธอเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในอย่างชัดเจน

สิ่งที่เธอได้รับ ไม่ใช่ปาฏิหาริย์
แต่คือ “ความเป็นปัจจุบัน”

เธอเริ่มรู้ทันความรู้สึก รู้ทันอารมณ์
รู้ว่าใจ “กระเพื่อม” อย่างไร
รู้ว่าอารมณ์กำลังเกิดขึ้นตรงไหน

ทุกข์ยังมี แต่ไม่จมอยู่นาน

เธอบอกตรง ๆ ว่า ทุกข์ยังมี
แต่ไม่จมอยู่กับมันเหมือนเดิม

เมื่อความคิดเดิม ๆ เรื่องเดิม ๆ เริ่มวนกลับมา เธอเลือกเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกไปเดิน ทำกิจกรรมอื่น หรือเพียงแค่รู้ทันว่ากำลังคิดอะไรอยู่

ตัวอย่างง่าย ๆ ที่เธอยกขึ้นมา คือการขับรถ

แต่ก่อน ขับรถก็ขับไป
ไม่ทันสังเกตว่าเวลาผ่านลูกระนาด ตัวกระเพื่อมอย่างไร มือจับพวงมาลัยแน่นหรือผ่อนคลายแค่ไหน

แต่ปัจจุบัน เธอรับรู้สิ่งเหล่านี้ได้ชัดเจน
อยู่กับการขับรถจริง ๆ
อยู่กับถนนจริง ๆ
อยู่กับลมหายใจและการเคลื่อนไหวของร่างกาย

ชีวิตที่เคยเร่งรีบ กลับค่อย ๆ ช้าลง
แต่ชัดเจนขึ้น

ทางที่รวดเร็ว เพราะอยู่ที่นี่เลย

เมื่อเธอเล่าให้คนรอบตัวฟัง หลายคนถามว่าแนวทางนี้ดีอย่างไร

เธอบอกว่า ชอบเพราะ “รวดเร็ว”
ไม่ต้องเดินทางไกล
ไม่ต้องรอเวลาเฉพาะ
ทำได้ทันทีในชีวิตประจำวัน

จะยืน เดิน นั่ง ขับรถ
ก็ฝึกได้

สำหรับคนที่เคยผ่านช่วงเวลาหนักหนาอย่างโรคมะเร็ง ความรู้สึกตัวในปัจจุบันคือของขวัญล้ำค่า เพราะมันทำให้เธอไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความกลัวของอนาคต หรือความเสียใจของอดีต

วันนี้ นุ้ยไม่ได้พูดถึงโรคด้วยน้ำเสียงเศร้า
แต่พูดถึงการเรียนรู้

เธอบอกว่า แนวทางนี้ “ถูกชะตา”
และตั้งใจจะปฏิบัติต่อไป

จากวันที่ชีวิตเหมือนเครื่องบินต้องลงจอดฉุกเฉิน
เธอค้นพบว่า
บางครั้งการหยุด
ทำให้เราเห็นเส้นทางใหม่

เส้นทางที่ไม่ได้พาไปไกล
แต่พากลับมาอยู่กับ “ตรงนี้” อย่างแท้จริง


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *