รู้สึกกาย รู้สึกใจ 21 ตุลาคม 2022

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๖/๖) ※-

“…พ่อแม่ก็เคยบอก เคยสอนไว้แล้วว่า

*‘กว้างศอก-ยาววา-หนาคืบ มีพร้อมแล้ว-ให้ศึกษาได้ทุกอย่าง’*

แล้วศึกษาจังใด๋ก็บ่ฮู้จัก

การศึกษานั้น คือเป็นการปฏิบัติเฮ็ดจังหวะนี่แหละ

เฮ็ดไป-เฮ็ดมา มันเกิดความรู้ขึ้นมา

อันนี้เป็นวิธี-เป็นเทคนิค เป็นกลไกทำให้เฮาเกิดปัญญาได้จริง ๆ

ได้รู้แจ้ง-เห็นจริง ตามความเป็นจริง

อันนี้ที่เป็นเทคนิค-เป็นกลไกเฮ็ดจังหวะ

จังหวะเก็บมือเข้า-เอามือออก ทำให้เป็น-ให้คล่องตัว

แล้วก็จังหวะลุก-จังหวะนั่ง ทำให้คล่องตัว

ผมหัดเบญจางคประดิษฐ์

กราบ-เอาหัวเข่ากับแขนศอกมาจุ๊กัน(เอามาต่อกัน)

แล้วก็เอาหัวลง เพิ่นเอิ้น‘เบญจางคประดิษฐ์’

ผมมาฮู้ธรรมะอันนี้ ผมเปลี่ยนโลดครับ

กราบลงให้มี ๕ จังหวะ

‘เบญจางคประดิษฐ์’ แปลว่าพร้อมด้วยองค์ ๕

เอาแขนศอกป้องเข้าหัวเข่านี่(วางแขนขนาบกับหัวเข่า)

แล้วก็บ่ให้ยกก้นขึ้น ให้มันติดอยู่กับส้นเท้านี่

กราบเบญจางคประดิษฐ์มี ๕ จังหวะ ไหว้ตัวเองก็มี ๕ จังหวะ

ผมฝึกไว้แล้ว ฝึกตั้งแต่สมัยบ้านบุฮม-ป่าพุทธยาน

เดี๋ยวนี้ฝึกกันน้อย ๆ

ปีนี้อยากให้พวกเฮา*ต้องฝึกกันจริง ๆ ให้มันเป็น*

ลุกขึ้นก็มีจังหวะ-นั่งลงก็มีจังหวะ เฮ็ดเป็นจังหวะ ๆ

ถ้าหากเฮารักการ-รักงาน รักหน้าที่

ทำเป็นจังหวะจังซี่-ผมว่าบ่นาน แล้วก็พยายามเก็บตัวให้ได้นี่

แล้วก็ชื่อว่า*‘เรารักการ-รักงาน รักหน้าที่’

การปฏิบัติธรรมะก็ก้าวหน้า*

คนใดบ่รักการบ่รักงาน-บ่รักหน้าที่

การปฏิบัติธรรมะก็บ่ก้าวหน้า

ถ้าบ่ก้าวหน้าแล้ว-บ่ดี คนผู้นี้บ่กลับเนื้อกลับตัว-บอกแล้วบ่ฟังเด๊

บ่กลับเนื้อกลับตัว เขาว่าคนหน้าดื้อ-คนหน้าด้าน

สันดานของสัตว์-สันดานของผี

บ่แม่นสันดานของคน-บ่แม่นสันดานของมนุษย์

จึงว่า *‘คน’ จึงแปลว่าผู้เลือกคัดจัดหาเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์’*

จึง(เรียก)ว่าคน

ผมถามมาแล้วหลายคน เคยว่าให้ฟัง

‘ใครให้ชื่อเสียงเรียงนามมา ?’

(เขาตอบว่า) ‘เขาเว้ากันมาซั่น’

อันนั้นบ่ถูก ถูกอยู่-แต่มันบ่เข้าลึก

ถูกอย่างที่ผมว่ามานี้ มันถูก-มันเข้าลึก

*‘คน’นี้ จำเป็นต้องเป็นผู้เป็นอริยบุคคล-จึงเป็นคนได้*

ถ้าหากเป็นคนแล้วยังบ่ได้รู้จักอันนี้ บ่แม่นอริยบุคคล

อันนั้นมันทำผิด-พูดผิด-คิดผิดอยู่เด๊

มันยังบ่แม่นวิปัสสนา มันเป็นวิปัสสนึก-เป็นวิปัสสคิด-เป็นวิปัสสนู

เป็นจังใด๋ก็บ่ฮู้ ผมก็บ่ฮู้จักแล้วอันนั้น

จึงว่าพวกเฮา ปีนี้-พรรษานี้

เณรก็คือกัน-พระก็คือกัน-โยมก็คือกัน ต้องฝึกกันจริง-กันจัง

พระจำนวน-เฮาอยู่ก็หลายรูป

ถ้าหากได้ปีหนึ่ง ๒ คน ๓ คน หรือว่าได้หลายคนก็ดี

ออกไปเผยแผ่ ทำให้พุทธศาสนาเจริญได้

*เดี๋ยวนี้เฮาเจริญทางวัตถุ สร้างโบสถ์แข่งกัน-สร้างกุฏิแข่งกัน

สร้างศาลาการเปรียญแข่งกัน นี่มันหมดเงิน-อันนั้น

ส่วนธรรมะ-จิตใจคนมันต่ำ มันยังมีการอิจฉาริษยากันอยู่

สร้างโบสถ์ราคาเป็นล้าน (ยังมี)ผิดเถียงกัน*

เฮาสร้างที่นี่ งบประมาณบ่เท่าใด

ปีที่แล้วเปิดอบรมวิปัสสนากรรมฐาน มีคนมาเล่าให้ผมฟัง

‘รู้จักรูป-นาม รู้จักรูปทำ-นามทำ ให้ว่าเรื่องสมมตินี่-รู้จักหมด’

ประมาณอย่างน้อยบ่หลุด ๒๐ คนนี่ นั่นกุ้ม(คุ้ม)แล้วเฮา

ปีนี้ฝึกกันจริง-กันจังอีกตื่ม ก็จิดีขึ้น

ปีหน้าฝึกกันจริง-กันจังขึ้นมาอีกตื่ม ก็จิดีขึ้น

เป็นสำนักปฏิบัติธรรมของพวกเฮาได้ ร่วมอก-ร่วมใจกันสร้าง

บ่แม่นผู้นั้นสร้าง-ผู้นี้สร้าง *เฮาช่วยกัน

ครูบาอาจารย์ก็สร้าง-ญาติโยมก็สร้าง

สร้างคุณดีความงาม-ปลูกคุณดีความงามให้มีผู้ศรัทธา*

*คนบ่ได้สร้างคุณดีความงาม มาทำลายหมู่ให้เสื่อมหมดไป

คนนั้นตายซะดีกว่า*

ตายเน่าเข้าโลงเนี่ย-เฮาเอาไปทิ้งง่าย

คนตาย(คือคน)ทำความชั่วเนี่ย-มันนานหมด

พ่อแม่เฮาเคยว่า ‘มึงนี่มันบ่ดี-ตายซะ คนเห็นเทื่อเดียว’-ว่าซั่น

‘มึงนี้ครั้นทำบ่ดี ไปทางนั้นเขาก็ว่ามึงเฮ็ดชั่ว’ พ่อแม่ทุกข์

‘ไปบ้านนั้นก็ว่ามึงเฮ็ดชั่ว’-พ่อแม่ทุกข์ ตัวเองมันก็ทุกข์คือกัน

เพิ่นว่า-พ่อแม่(ของ)ญาพ่อว่า ‘ตายซะ-อย่าให้คนเห็นซะ’

อันนี้เฮากลับเนื้อ-กลับตัว อย่าสร้างความชั่ว

สร้างแต่คุณดี-ความงาม ให้คนถามหา…มันเป็นจังซั่น

ผมว่า นี่ก็ได้เวลาพอสมควรแล้ว

เล่าให้ฟังเป็นสูตรสำเร็จมาแล้ว ๓ สูตรแล้ว

ท้ายที่สุดนี้ อาตมาพร้อมด้วยพระสงฆ์และญาติโยม

มานั่งฟังธรรมะอยู่ ณ สถานที่นี้ หลังจากการทำวัตรเช้า

เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว

ขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า

และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

และคุณของพระอรหันตสาวก(ของ)พระพุทธเจ้า

มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา

ให้พวกเราได้เจริญรอยตามพระพุทธเจ้า

อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า

‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น

แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย

ให้พวกเธอทั้งหลายจงประพฤติปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้

ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’

แน่ะ! พระพุทธเจ้าเพิ่นสอน จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างใด ?

*เห็นจิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ-จิตใจบริสุทธิ์

จิตใจปกติ-จิตใจผ่องใส-จิตใจว่องไว

สามารถมองเห็นอันใดได้ทุกอย่าง*

บ่แม่นมองเห็นใต้ดิน เห็นเม็ดหิน-เม็ดทรายนั้น…บ่แม่น

*สามารถมองเห็นจิตใจเฮานึก-เฮาคิดนี่

มันคิดดี-คิดชั่ว มันสามารถมองเห็นอันนี้นี่*

จึงว่า*ให้เราทุกคน-ทุกคน ได้ประพฤติ-ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า

แล้วก็ไปเผยแผ่สูตรเหล่านี้แหละ

ที่เราศึกษาเล่าเรียนมานี้แหละ ให้คนได้ยิน-ได้ฟัง*

**สูตรเหล่านี้มันคม (แต่)มันเป็นตม-เป็นเลนจับเพชรจับทองคำไว้

คนเลยบ่เห็นเพชร-บ่เห็นทองคำ ไปคว้าเอาตะกั่วหรือซืน(ตะกั่ว)

หรืออันใดพู้นมาเป็นเพชร-เป็นทองคำขึ้น**

ขอให้ทุกคน-ทุกคน จงประสบพบเห็นเอาอย่างที่ว่า

‘จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ

จิตใจบริสุทธิ์-จิตใจผ่องใส-จิตใจว่องไว

สามารถมองเห็นอันใดได้ทุกอย่าง

ขอให้ทุกคน-ทุกคน จงประสบพบเห็นเอาในระยะเวลาอันใกล้นี้

จงทุก ๆ คนเทอญ.”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้

ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย

ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ

โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ

จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง

‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด

ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *