-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๖/๖) ※-
“…พ่อแม่ก็เคยบอก เคยสอนไว้แล้วว่า
*‘กว้างศอก-ยาววา-หนาคืบ มีพร้อมแล้ว-ให้ศึกษาได้ทุกอย่าง’*
แล้วศึกษาจังใด๋ก็บ่ฮู้จัก
การศึกษานั้น คือเป็นการปฏิบัติเฮ็ดจังหวะนี่แหละ
เฮ็ดไป-เฮ็ดมา มันเกิดความรู้ขึ้นมา
อันนี้เป็นวิธี-เป็นเทคนิค เป็นกลไกทำให้เฮาเกิดปัญญาได้จริง ๆ
ได้รู้แจ้ง-เห็นจริง ตามความเป็นจริง
อันนี้ที่เป็นเทคนิค-เป็นกลไกเฮ็ดจังหวะ
จังหวะเก็บมือเข้า-เอามือออก ทำให้เป็น-ให้คล่องตัว
แล้วก็จังหวะลุก-จังหวะนั่ง ทำให้คล่องตัว
ผมหัดเบญจางคประดิษฐ์
กราบ-เอาหัวเข่ากับแขนศอกมาจุ๊กัน(เอามาต่อกัน)
แล้วก็เอาหัวลง เพิ่นเอิ้น‘เบญจางคประดิษฐ์’
ผมมาฮู้ธรรมะอันนี้ ผมเปลี่ยนโลดครับ
กราบลงให้มี ๕ จังหวะ
‘เบญจางคประดิษฐ์’ แปลว่าพร้อมด้วยองค์ ๕
เอาแขนศอกป้องเข้าหัวเข่านี่(วางแขนขนาบกับหัวเข่า)
แล้วก็บ่ให้ยกก้นขึ้น ให้มันติดอยู่กับส้นเท้านี่
กราบเบญจางคประดิษฐ์มี ๕ จังหวะ ไหว้ตัวเองก็มี ๕ จังหวะ
ผมฝึกไว้แล้ว ฝึกตั้งแต่สมัยบ้านบุฮม-ป่าพุทธยาน
เดี๋ยวนี้ฝึกกันน้อย ๆ
ปีนี้อยากให้พวกเฮา*ต้องฝึกกันจริง ๆ ให้มันเป็น*
ลุกขึ้นก็มีจังหวะ-นั่งลงก็มีจังหวะ เฮ็ดเป็นจังหวะ ๆ
ถ้าหากเฮารักการ-รักงาน รักหน้าที่
ทำเป็นจังหวะจังซี่-ผมว่าบ่นาน แล้วก็พยายามเก็บตัวให้ได้นี่
แล้วก็ชื่อว่า*‘เรารักการ-รักงาน รักหน้าที่’
การปฏิบัติธรรมะก็ก้าวหน้า*
คนใดบ่รักการบ่รักงาน-บ่รักหน้าที่
การปฏิบัติธรรมะก็บ่ก้าวหน้า
ถ้าบ่ก้าวหน้าแล้ว-บ่ดี คนผู้นี้บ่กลับเนื้อกลับตัว-บอกแล้วบ่ฟังเด๊
บ่กลับเนื้อกลับตัว เขาว่าคนหน้าดื้อ-คนหน้าด้าน
สันดานของสัตว์-สันดานของผี
บ่แม่นสันดานของคน-บ่แม่นสันดานของมนุษย์
จึงว่า *‘คน’ จึงแปลว่าผู้เลือกคัดจัดหาเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์’*
จึง(เรียก)ว่าคน
ผมถามมาแล้วหลายคน เคยว่าให้ฟัง
‘ใครให้ชื่อเสียงเรียงนามมา ?’
(เขาตอบว่า) ‘เขาเว้ากันมาซั่น’
อันนั้นบ่ถูก ถูกอยู่-แต่มันบ่เข้าลึก
ถูกอย่างที่ผมว่ามานี้ มันถูก-มันเข้าลึก
*‘คน’นี้ จำเป็นต้องเป็นผู้เป็นอริยบุคคล-จึงเป็นคนได้*
ถ้าหากเป็นคนแล้วยังบ่ได้รู้จักอันนี้ บ่แม่นอริยบุคคล
อันนั้นมันทำผิด-พูดผิด-คิดผิดอยู่เด๊
มันยังบ่แม่นวิปัสสนา มันเป็นวิปัสสนึก-เป็นวิปัสสคิด-เป็นวิปัสสนู
เป็นจังใด๋ก็บ่ฮู้ ผมก็บ่ฮู้จักแล้วอันนั้น
จึงว่าพวกเฮา ปีนี้-พรรษานี้
เณรก็คือกัน-พระก็คือกัน-โยมก็คือกัน ต้องฝึกกันจริง-กันจัง
พระจำนวน-เฮาอยู่ก็หลายรูป
ถ้าหากได้ปีหนึ่ง ๒ คน ๓ คน หรือว่าได้หลายคนก็ดี
ออกไปเผยแผ่ ทำให้พุทธศาสนาเจริญได้
*เดี๋ยวนี้เฮาเจริญทางวัตถุ สร้างโบสถ์แข่งกัน-สร้างกุฏิแข่งกัน
สร้างศาลาการเปรียญแข่งกัน นี่มันหมดเงิน-อันนั้น
ส่วนธรรมะ-จิตใจคนมันต่ำ มันยังมีการอิจฉาริษยากันอยู่
สร้างโบสถ์ราคาเป็นล้าน (ยังมี)ผิดเถียงกัน*
เฮาสร้างที่นี่ งบประมาณบ่เท่าใด
ปีที่แล้วเปิดอบรมวิปัสสนากรรมฐาน มีคนมาเล่าให้ผมฟัง
‘รู้จักรูป-นาม รู้จักรูปทำ-นามทำ ให้ว่าเรื่องสมมตินี่-รู้จักหมด’
ประมาณอย่างน้อยบ่หลุด ๒๐ คนนี่ นั่นกุ้ม(คุ้ม)แล้วเฮา
ปีนี้ฝึกกันจริง-กันจังอีกตื่ม ก็จิดีขึ้น
ปีหน้าฝึกกันจริง-กันจังขึ้นมาอีกตื่ม ก็จิดีขึ้น
เป็นสำนักปฏิบัติธรรมของพวกเฮาได้ ร่วมอก-ร่วมใจกันสร้าง
บ่แม่นผู้นั้นสร้าง-ผู้นี้สร้าง *เฮาช่วยกัน
ครูบาอาจารย์ก็สร้าง-ญาติโยมก็สร้าง
สร้างคุณดีความงาม-ปลูกคุณดีความงามให้มีผู้ศรัทธา*
*คนบ่ได้สร้างคุณดีความงาม มาทำลายหมู่ให้เสื่อมหมดไป
คนนั้นตายซะดีกว่า*
ตายเน่าเข้าโลงเนี่ย-เฮาเอาไปทิ้งง่าย
คนตาย(คือคน)ทำความชั่วเนี่ย-มันนานหมด
พ่อแม่เฮาเคยว่า ‘มึงนี่มันบ่ดี-ตายซะ คนเห็นเทื่อเดียว’-ว่าซั่น
‘มึงนี้ครั้นทำบ่ดี ไปทางนั้นเขาก็ว่ามึงเฮ็ดชั่ว’ พ่อแม่ทุกข์
‘ไปบ้านนั้นก็ว่ามึงเฮ็ดชั่ว’-พ่อแม่ทุกข์ ตัวเองมันก็ทุกข์คือกัน
เพิ่นว่า-พ่อแม่(ของ)ญาพ่อว่า ‘ตายซะ-อย่าให้คนเห็นซะ’
อันนี้เฮากลับเนื้อ-กลับตัว อย่าสร้างความชั่ว
สร้างแต่คุณดี-ความงาม ให้คนถามหา…มันเป็นจังซั่น
ผมว่า นี่ก็ได้เวลาพอสมควรแล้ว
เล่าให้ฟังเป็นสูตรสำเร็จมาแล้ว ๓ สูตรแล้ว
ท้ายที่สุดนี้ อาตมาพร้อมด้วยพระสงฆ์และญาติโยม
มานั่งฟังธรรมะอยู่ ณ สถานที่นี้ หลังจากการทำวัตรเช้า
เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว
ขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า
และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และคุณของพระอรหันตสาวก(ของ)พระพุทธเจ้า
มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา
ให้พวกเราได้เจริญรอยตามพระพุทธเจ้า
อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า
‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย
ให้พวกเธอทั้งหลายจงประพฤติปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้
ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’
แน่ะ! พระพุทธเจ้าเพิ่นสอน จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างใด ?
*เห็นจิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ-จิตใจบริสุทธิ์
จิตใจปกติ-จิตใจผ่องใส-จิตใจว่องไว
สามารถมองเห็นอันใดได้ทุกอย่าง*
บ่แม่นมองเห็นใต้ดิน เห็นเม็ดหิน-เม็ดทรายนั้น…บ่แม่น
*สามารถมองเห็นจิตใจเฮานึก-เฮาคิดนี่
มันคิดดี-คิดชั่ว มันสามารถมองเห็นอันนี้นี่*
จึงว่า*ให้เราทุกคน-ทุกคน ได้ประพฤติ-ปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า
แล้วก็ไปเผยแผ่สูตรเหล่านี้แหละ
ที่เราศึกษาเล่าเรียนมานี้แหละ ให้คนได้ยิน-ได้ฟัง*
**สูตรเหล่านี้มันคม (แต่)มันเป็นตม-เป็นเลนจับเพชรจับทองคำไว้
คนเลยบ่เห็นเพชร-บ่เห็นทองคำ ไปคว้าเอาตะกั่วหรือซืน(ตะกั่ว)
หรืออันใดพู้นมาเป็นเพชร-เป็นทองคำขึ้น**
ขอให้ทุกคน-ทุกคน จงประสบพบเห็นเอาอย่างที่ว่า
‘จิตใจสะอาด-จิตใจสว่าง-จิตใจสงบ
จิตใจบริสุทธิ์-จิตใจผ่องใส-จิตใจว่องไว
สามารถมองเห็นอันใดได้ทุกอย่าง
ขอให้ทุกคน-ทุกคน จงประสบพบเห็นเอาในระยะเวลาอันใกล้นี้
จงทุก ๆ คนเทอญ.”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น