-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๒ (๑/๖) ※-
“เอ้า! นิมนต์ตั้งใจฟังครับ
หลังจากการทำวัตรเย็นมื้อนี้ ก็มาอบรมอีกตื่ม-เรื่องสูตรสำเร็จ
**คำว่า‘สูตรสำเร็จ’นี้ มันสำเร็จมาในเหมิ๊ดทุกคน
มันแสดงตัวมันเป็นของบริสุทธิ์จริง ๆ เขาเรียก‘สูตรสำเร็จ’**
แล้วบัดนี้เราไปแปลหนังสือพู้น อยู่นอกตัวเฮาพู้น
ความสำเร็จสูตรของมัน ก็เลยบ่ได้ผล
ผมว่าให้ฟังมื้อเช้านี้ ก็คือว่า
เม็ดเพชรทุกเม็ด มันเป็นของดีมีราคา-มีค่ามาก
ถ้าหากเฮาเอาออกจากตม-จากเลนมาได้
(ทอง)คำทุกเม็ด (เรียก)เม็ดคำนี้ก็ได้
เป็นของดี-ของงาม ของบริสุทธิ์ มีค่า-มีราคามาก
ถ้าหากเฮาเจียระไนออกจากตม-ออกจากเลนมาได้
ครั้นถ้าอยู่ในตม-ในเลน-ในแร่อมอยู่(หุ้มอยู่)
ก็บ่ได้มีราคา-อันนั้น (เรียก)ว่า‘สูตรบ่สำเร็จ’-อันนั้น
‘สูตรสำเร็จ’ หมายถึงเฮาปฏิบัติเอาเพชร
หรือเอาทองคำ(ที่)จมอยู่ในตมนั้น ออกมาแสดง
**มันจะแสดงตัวมันเอง เพราะมันสำเร็จแล้วเด๊
จึงว่า‘ตมกับน้ำ-มันบ่ใช่แม่นอันเดียวกัน’
อันตมโคลนนั้น ก็บ่ใช่แม่นเพชร-แม่นหินอะหยัง
อันตมโคลนนั้น ก็บ่ใช่แม่นทองคำอิหยัง
แน่ะ-เฮาเว้าไปจังซี่ จึงว่า‘สูตรสำเร็จ’
ตอนเช้านี้ก็ว่าให้ฟัง รู้ไปเป็นขั้น-เป็นตอนไป
โดยที่ไม่ปะปนใครทั้งหมดเลย-สูตร ๆ นี้**
เมื่อผมปฏิบัติตอนเย็นฮั้น ผมรู้จักว่าผมเป็นพระได้นี่
ตอนเย็น-มื้อแลง ผมมาเดินจงกรมกลับไป-กลับมาอยู่
เมื่อยแล้ว ก็กลับมานอน
ตื่นเช้ามา ผมก็มาล้างหน้า-แปรงฟัน
ธรรมดาคือเฮาเฮ็ดทุกมื้อนี่แหละ
มานั่งสร้างจังหวะ เดินจงกรมกลับไป-กลับมา
มีตัวขี้เข็บ(ตะขาบ)ตัวหนึ่ง มันแล่นออกมาใส่หน้า
บ่แม่นแล่นใส่หน้าผม แล่นไปใส่ขวางทางผม
ผมเคยถูกขี้เข็บกัดเทื่อหนึ่ง-เจ็บ
ผมเลยเอาเทียนไขไต้(จุด)ตามไป แต่บ่เห็น
แล้วผมเอาเทียนไขกลับคืนมาไต้ไว้ของเก่า(ที่เดิม)
เดินกลับไป-กลับมา สูตรมันเกิดขึ้นมาว่า
‘กิเลสอย่างหยาบ-กิเลสอย่างกลาง-กิเลสอย่างละเอียด’ ว่าซั่น
อันนี้บ่แม่นว่า‘อธิศีลสิกขา-อธิจิตตสิกขา-อธิปัญญาสิกขา’
บ่ได้ว่าจังซั่น
‘ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ
สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง
ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด’ ว่าซั่น
โอ…เมื่อตอนแลงนั้น
โทสะ-โมหะ-โลภะจางคลายไป…กิเลสอย่างหยาบ
โอ…กิเลส-ตัณหา-อุปาทานนี่จางคลายไป นี่กิเลสอย่างหยาบ
ศีลเลยปรากฏขึ้นมา
นี้เรียกว่า‘ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์ หรือขันธ์ ๓’
ผมเลยรู้จักอย่างนี้ ‘๑.ปากก็เป็นขันธ์หนึ่ง
๒.กายนี้ก็เป็นขันธ์หนึ่ง ๓.ใจก็เป็นขันธ์หนึ่ง
ชื่อว่าศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์’
ขันธ์มีศีล ขันธ์เรียกว่า‘ขันธ์ ๓’
อันนี้บ่แม่ขันธ์ ๒-ขันธ์ ๑-ขันธ์ ๔-ขันธ์ ๕
ครั้นขันธ์ ๕ นั้น ก็รูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณขันธ์
ขันธ์ ๔ นั้น ก็เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณขันธ์
อันขันธ์ ๓ นี้ (ก็)ศีลขันธ์-สมาธิขันธ์-ปัญญาขันธ์
**รูปก็มีศีล-คำพูดก็มีศีล-ใจก็มีศีล อันนี้เป็นสูตรสำเร็จขึ้นมา
ก็เลยรู้จักสมถกรรมฐานกับวิปัสสนากรรมฐานกันที่ตรงนี้
สมถกรรมฐานนั้น-รู้แบบอย่างผู้ไม่รู้ วิปัสสนานี้-รู้อย่างแบบผู้รู้**
มันจึงเป็นสูตร ๆ ไปจังซั่น
สมถกรรมฐานนั้น เพิ่นว่า‘นั่งภาวนา’
จิภาวนา‘พุทโธ-ธัมโม อะระหัง พอง-ยุบ นับ ๑-๒-๓’ ก็ตาม
ให้จิตใจสงบ แล้วยกเอาขันธ์ ๕ ขึ้นมาพิจารณาไตรลักษณ์
ว่าจังซั่น บ่ฮู้จักว่าไตรลักษณ์(ด้วย)ซ้ำ-เป็นจังซั่น
แล้วก็(ว่า)เป็นวิปัสสนาได้
บ่แม่น…*อันนั้นมันนึก-มันคิดเอาเอง มันเข้าไปในความคิด
ดังนั้นจึงว่า‘เอาความคิดลากเอาตัวสติ
ตัวสมาธิ-ตัวปัญญาอันนี้ออกไป เฮาก็เลยบ่ได้มารู้จักตัวเฮา’*
บัดนี้**เฮามาทำการเคลื่อนไหว บ่ต้องหลับตา
พอดีมันคิด-รู้จัก เห็น-รู้-เข้าใจ…เอาอยู่แค่นี้แหละ**
อันนี้(เรียกว่า) ‘ความสงบแบบหมาจนตรอก’ ก็ว่าได้
**ความสงบแบบนี้(เมื่อ)มันเกิดขึ้นมาแล้ว
มันจิหยุดการศึกษา-การเล่าเรียน
(หยุด)การหาครู-หาอาจารย์ได้** ความสงบแบบนี้พี่ตื่ม(นี่เอง)
อันสงบแบบบ่รู้นั้น (คือไป)นั่งสงบ
บัด*(เมื่อ)ไปเข้าสังคมเขาแล้ว ก็ครั้นเว้า(แล้ว)หมู่บ่เชื่อฟัง
ก็เกิดโกรธ-เกลียด-ไม่พอใจขึ้น
มันบ่แม่นสงบ เขาเอิ้นว่า‘หินศิลาทับหญ้า’
สมถกรรมฐานจึงว่า‘เป็นอุบายให้สงบจิต’
คือเอาหินไปทับหญ้าไว้นี่ เพิ่นว่า
บัดนี้หินทับหญ้า มันเย็น
บัดเอาหินออกแล้ว หญ้ามันงอกขึ้นมางามกว่าเดิมนี่
อันนั้นบ่แม่นความสงบในหลักพระพุทธศาสนา*
เป็นความสงบของศาสนาพราหมณ์
แน่ะรู้จักจังซั่น ‘โอ…นี่สูตรนี่-มันเป็นจังซี่’
บัดนี้**มาทำความรู้สึกตัวนี้ มันคิด…เห็น-รู้-เข้าใจ
นี่…ตัวนี้เป็นตัวสติ-เป็นตัวสมาธิ-ตัวปัญญา
เฮาเอิ้น‘ความรู้สึกตัว’
เฮารู้สึกตัวแล้ว ตัวความคิดมันบ่ถูกปรุงแต่งไปได้**
*ถ้าหากเฮาบ่เห็นความคิด มันจิปรุง-จิแต่งเฮาไปเรื่อยไปเลย*
อันนี้เป็นสูตรมัน เป็นจังซี่-จึงว่าเรียนลัด
เรียนลัดหลักพระพุทธศาสนาโดยตรง บ่แม่นเรียนจังซั่น-จังซี่
จึงมีวิธีการ มีเทคนิค-มีกลไกการกระทำ
(คือ)เฮ็ดจังหวะ-จังหวะนั้นเฮาก็ฝึกหัดกัน แล้วเดินจงกรม…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น