-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๒/๖) ※-
“…‘บาป’ ก็คือโง่ บ่ฮู้จักทิศทาง-วิธีปฏิบัติธรรม
เพิ่นเอิ้นคนบาป แม้จะให้ทาน-รักษาศีล-กินเจอยู่
*ครั้นถ้าหากบ่ฮู้จักวิธีทำ เปลื้องทุกข์ออกจากตัวเองบ่ได้นั้น
**‘บุญ’บัดนี้ ‘บุญ’คือรู้
รู้แล้ว-ไผว่าจังใด๋ ก็บ่เก้อเขิน-สบายใจ…อันนี้เพิ่นว่า‘บุญ’
หลักพุทธศาสนาจึงฮู้จังซี่ นี้เป็นสูตรสำเร็จ
เลยบ่เชื่อฤกษ์งามยามดี เลยบ่เชื่อผี-บ่เชื่อเทวดา
เพราะตัวเองรู้ธรรม-เห็นธรรม**
ธรรมะคือหยัง ?
**‘ธรรมะ’คือตัวเรานี่ ทุกคน-ทุกคนนี่(คือ)ธรรมะ
จึงว่า‘เห็นพระธรรม’
‘พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว’**-เฮาว่ากัน
แล้ว*ไปหาพระธรรมนอกตัวเฮา (จึง)บ่เห็น
(คิด)ว่าพระธรรมนั้นจะเป็นสี-เป็นแสง เป็นลูกแก้ว
เป็นดวงทิตย์-ดวงจันทร์ล่องลอยเข้ามาสู่ตัวเฮานั้น มันบ่แม่น
มันเป็นมายาของจิตใจ เพราะเฮาบ่เห็นความคิดของเฮา*
คนโบราณท่านจึงสอนเอาไว้ว่า
‘จิตใจคนนี้วอกแวก-กลอกกลับได้ไว ดุจมีลานไขในตน
เราท่านควรบังคับกล ให้จิตยลหมุนมาแต่ในทางข้างดี
เพราะปล่อยให้จิตหมุนไปในทางข้างกีย์’
*ข้างกีย์ก็คือกิเลสนั่นแหละ คือบ่เห็นจิต-บ่เห็นใจเรานั่นแหละ
‘ธรรมที่มี’-ธรรมที่มีก็คือความรู้สึกนี่แหละ
‘ก็จักหนีจักหน่ายหายสูญ’
เฮาบ่ฮู้สึกตัวแล้ว (ธรรมที่มี)ก็หนีหน่ายหายสูญ
‘อธรรมเข้าครอบงำ’- อธรรมก็คือความบ่รู้สึก
‘ความระยำสัมบูรณ์ก็ปลิ้นปลอกหลอกตน’-แน่ะ! มันหลอกเฮา
ใจเฮามันหลอกเฮา* เป็นจังซั่น
จึงว่า-หาวิธีปฏิบัติ
ตอนเช้าที่หลวงพ่อเคยแนะนำ ตี ๒ หรือตี ๓…ตื่น
ตื่นแล้ว นั่งสร้างจังหวะ-เดินจงกรม
ตีระฆังโป๊ง!-เพิ่นมา เฮาเดินจงกรมอยู่นี่ก่อนแล้ว
คนใดขี้เกียจ-ขี้คร้าน ปฏิบัติบ่ก้าวหน้า
มีแต่เว้าแหละ ๆ (พูดมาก)อยู่ซั่น-บ่ก้าวหน้า
**คนใดรักการรักงาน-รักหน้าที่ ปฏิบัติธรรมก้าวหน้า**
หวังฟื้นฟูตัวเรา หวังฟื้นฟูครูบาอาจารย์
หวังฟื้นฟูคำสอน(ของ)พระพุทธเจ้า
จึงว่า คน ๆ นั้นรู้จักเคารพสถานที่-คน ๆ นั้นรู้จักเคารพตัวบุคคล
**ที่จริงแล้ว คน ๆ นั้นแหละเคารพตัวเอง
เพราะบ่ละเลย-บ่ปล่อยปละหน้าที่ตัวเอง
ปฏิบัติธรรมะก็ก้าวหน้า**
ตอนแลง(ตอนเย็น)มาบัดนี้ (ปฏิบัติ)พอสมควรแล้วก็ไปอาบน้ำ
อาบน้ำมาแล้ว-เฮาก็มาห่มเสื้อ มาห่มผ้า-คลุมผ้า
(แล้ว)มานั่งสร้างจังหวะ เดินจงกรม
ได้เวลาแล้ว-เขาตีระฆัง (ก็)ทันหมู่
ชื่อว่าคนนั้นรักการรักงาน-รักหน้าที่ รักตัวเอง
บ่เป็นหมาหลอกเจ้า *หมาหลอกเจ้านั้น-เขาว่ามีแต่เว้า
บ่เฮ็ด-บ่ทำ มีแต่ความขี้เกียจขี้คร้าน
ปฏิบัติธรรมะบ่ก้าวหน้า-ผู้นั้น
ถึงเขาจิว่าเขาก้าวหน้า-ก็บ่ก้าวหน้า*
**เฮาเฮ็ดตามหน้าที่ของเฮาแล้ว ถึงหมู่ว่าจิบ่ก้าวหน้า-ก็ก้าวหน้า
เพราะได้ทำตามหน้าที่ อันนี้เพิ่นว่าเป็นนักปฏิบัติแท้
บ่เป็นคนพูดมาก-บ่เป็นคนคุยมาก เป็นคนทำการทำงานมาก*
จึงว่าเชื่อฟัง เคารพ-เชื่อฟังคำแนะนำของครูบาอาจารย์
แล้วก็เชื่อฟังตัวเองคิด-ตัวเองเห็น** เพิ่นว่า
จึงว่า **การปฏิบัติธรรมของพวกเฮา
ต้องพยายามทำกันจริง ๆ จัง ๆ** ปีนี้
เพราะว่าคนที่ผมฝึกออกมา
เอามาสอน(ที่)บ้านบุฮมทีแรก ตายกันไปหลายคน
ย้ายออกมาอยู่ป่าพุทธยาน-มาฝึกอยู่ที่ตรงนี้ พวกนี้ก็ดีขึ้นมา
พอดีย้ายออกจากนี้แล้ว ไปทางอื่นแล้ว
มีแต่เว้า การสอนจริงบ่มี-มีน้อยที่สุด
เพราะคนมันตายเป็น บวชแล้วก็สึกเป็น
พวกบ้านบุฮม ขเจ้า(เขา)บ่ได้บวชก็มี
ขเจ้าก็เว้าธรรมะอยู่บ่เซาจักเทื่อ คนที่รู้จริง ๆ
(ส่วน)คนที่ฮู้น้อย ๆ นั่น ก็บึ๊ดเดียว(เดี๋ยวเดียว)…ก็จืดไป-จางไปเหมิ๊ด
บัดนี้ ต่อมา-ออกมาอยู่ป่าพุทธยาน
คนอยู่ป่าพุทธยาน มีหมู่อ้ายอินทร์-หมู่มหาบัวทอง
หมู่เพิ่นอาจารย์คำเขียน-หมู่คุณคำพันธ์ หมู่นี้แหละยังมั่นคงอยู่
สึกออกไปแล้ว-ก็ยังมั่นคงอยู่ แต่ก็น้อย
บัดนี้ออกจากนี้ไปแล้ว ก็ไปสอนคน
สึกออกไปแล้ว-เหมิ๊ด มันบ่เข้าไปในหัวใจเด๊
มันบ่ซึม-เพราะว่าบ่ได้สอนกันมาก มีแต่เว้าให้ฟัง-จำไป
อันนั้นได้ปริมาณมาก คุณภาพมีน้อย
บัดนี้เฮาจิฝึกเอาคุณภาพ บ่แม่นฝึกเอาปริมาณ
คนใดขี้คร้าน-เว้าซือ ๆ อยากให้หนี(ออกไป)
คนใดบ่เคารพเชื่อฟังแล้ว ผมอยากให้หนี
เพราะมันกีด(กัน)สถานที่ มันเปลืองสถานที่
เปลืองฟืน-เปลืองไฟ เปลืองที่อยู่ที่อาศัย…มันเปลือง
อันเฮาเอาคนดี
คล้าย ๆ คือพริกขี้หนูเม็ดเดียวเท่านั้น เอามากิน-เผ็ด
(ส่วน)หมากพริกหน่วยใหญ่ ๆ หลาย ๆ (เม็ด
เอามากิน)-แต่มันบ่เผ็ด
จึงว่าเณรก็คือกัน-พระก็คือกัน แม่ออก-แม่ตนก็คือกัน
**ต้องปฏิบัติให้มันฮู้แท้ ๆ** อันนี้เป็นสูตรสำเร็จเบื้องต้น
ที่หลวงพ่อว่าให้ฟังเป็นสูตร-เป็นสูตรไป
บ่แม่นสูตรสำเร็จอย่างนั้น-อย่างนี้ บ่แม่น
**สูตรสำเร็จที่หลวงพ่อว่า คือมันสำเร็จรูปมันออกมา
คือเพชรมันอยู่ในตม แต่ก่อนเราบ่เห็น
บัดนี้เฮามาร่อนมาไจ๊(มาเลือก)ออกมา มันก็เป็นเพชร
(หรือ)ทองคำมันกะจมอยู่ในตม
บัดนี้เฮามาร่อนออกมา-มันก็ป็นทองคำร้อย ๑๐๐%
อันนี้เป็นสูตรสำเร็จของมัน**
ต้องเห็นอารมณ์เป็นอย่างที่หลวงพ่อว่ามานั้น
เป็นสูตร-เป็นสูตรไป
**เมื่อฮู้จักจังซี่แล้ว ก็เห็นพระธรรม
ยกมือไหว้ตัวเองได้ เรามันมีคุณค่า-มีประโยชน์มากปานนี้
แต่ก่อนนั้นมันเป็นตม-เป็นเลน มันบ่เห็นเพชร-มันบ่เห็นทองคำ
เมื่อมาทำอย่างนี้แล้ว
มันเห็นเพชร-มันเห็นทองคำขึ้นมาอยู่ภายในจิตใจของเรา
ทุกคนจึงว่าเป็นพระได้**
ที่หลวงพ่อพูดนี่-สูตรนี้เป็นสูตรต้น หลวงพ่อรู้ตอนเช้า…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น