รู้สึกกาย รู้สึกใจ 17 ตุลาคม 2022

-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑ (๒/๖) ※-

“…‘บาป’ ก็คือโง่ บ่ฮู้จักทิศทาง-วิธีปฏิบัติธรรม

เพิ่นเอิ้นคนบาป แม้จะให้ทาน-รักษาศีล-กินเจอยู่

*ครั้นถ้าหากบ่ฮู้จักวิธีทำ เปลื้องทุกข์ออกจากตัวเองบ่ได้นั้น

ก็ชื่อว่ายังมีบาปอยู่*

**‘บุญ’บัดนี้ ‘บุญ’คือรู้

รู้แล้ว-ไผว่าจังใด๋ ก็บ่เก้อเขิน-สบายใจ…อันนี้เพิ่นว่า‘บุญ’

หลักพุทธศาสนาจึงฮู้จังซี่ นี้เป็นสูตรสำเร็จ

เลยบ่เชื่อฤกษ์งามยามดี เลยบ่เชื่อผี-บ่เชื่อเทวดา

เพราะตัวเองรู้ธรรม-เห็นธรรม**

ธรรมะคือหยัง ?

**‘ธรรมะ’คือตัวเรานี่ ทุกคน-ทุกคนนี่(คือ)ธรรมะ

จึงว่า‘เห็นพระธรรม’

‘พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม

ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว’**-เฮาว่ากัน

แล้ว*ไปหาพระธรรมนอกตัวเฮา (จึง)บ่เห็น

(คิด)ว่าพระธรรมนั้นจะเป็นสี-เป็นแสง เป็นลูกแก้ว

เป็นดวงทิตย์-ดวงจันทร์ล่องลอยเข้ามาสู่ตัวเฮานั้น มันบ่แม่น

มันเป็นมายาของจิตใจ เพราะเฮาบ่เห็นความคิดของเฮา*

คนโบราณท่านจึงสอนเอาไว้ว่า

‘จิตใจคนนี้วอกแวก-กลอกกลับได้ไว ดุจมีลานไขในตน

เราท่านควรบังคับกล ให้จิตยลหมุนมาแต่ในทางข้างดี

เพราะปล่อยให้จิตหมุนไปในทางข้างกีย์’

*ข้างกีย์ก็คือกิเลสนั่นแหละ คือบ่เห็นจิต-บ่เห็นใจเรานั่นแหละ

‘ธรรมที่มี’-ธรรมที่มีก็คือความรู้สึกนี่แหละ

‘ก็จักหนีจักหน่ายหายสูญ’

เฮาบ่ฮู้สึกตัวแล้ว (ธรรมที่มี)ก็หนีหน่ายหายสูญ

‘อธรรมเข้าครอบงำ’- อธรรมก็คือความบ่รู้สึก

‘ความระยำสัมบูรณ์ก็ปลิ้นปลอกหลอกตน’-แน่ะ! มันหลอกเฮา

ใจเฮามันหลอกเฮา* เป็นจังซั่น

จึงว่า-หาวิธีปฏิบัติ

ตอนเช้าที่หลวงพ่อเคยแนะนำ ตี ๒ หรือตี ๓…ตื่น

ตื่นแล้ว นั่งสร้างจังหวะ-เดินจงกรม

ตีระฆังโป๊ง!-เพิ่นมา เฮาเดินจงกรมอยู่นี่ก่อนแล้ว

คนใดขี้เกียจ-ขี้คร้าน ปฏิบัติบ่ก้าวหน้า

มีแต่เว้าแหละ ๆ (พูดมาก)อยู่ซั่น-บ่ก้าวหน้า

**คนใดรักการรักงาน-รักหน้าที่ ปฏิบัติธรรมก้าวหน้า**

หวังฟื้นฟูตัวเรา หวังฟื้นฟูครูบาอาจารย์

หวังฟื้นฟูคำสอน(ของ)พระพุทธเจ้า

จึงว่า คน ๆ นั้นรู้จักเคารพสถานที่-คน ๆ นั้นรู้จักเคารพตัวบุคคล

**ที่จริงแล้ว คน ๆ นั้นแหละเคารพตัวเอง

เพราะบ่ละเลย-บ่ปล่อยปละหน้าที่ตัวเอง

ปฏิบัติธรรมะก็ก้าวหน้า**

ตอนแลง(ตอนเย็น)มาบัดนี้ (ปฏิบัติ)พอสมควรแล้วก็ไปอาบน้ำ

อาบน้ำมาแล้ว-เฮาก็มาห่มเสื้อ มาห่มผ้า-คลุมผ้า

(แล้ว)มานั่งสร้างจังหวะ เดินจงกรม

ได้เวลาแล้ว-เขาตีระฆัง (ก็)ทันหมู่

ชื่อว่าคนนั้นรักการรักงาน-รักหน้าที่ รักตัวเอง

บ่เป็นหมาหลอกเจ้า *หมาหลอกเจ้านั้น-เขาว่ามีแต่เว้า

บ่เฮ็ด-บ่ทำ มีแต่ความขี้เกียจขี้คร้าน

ปฏิบัติธรรมะบ่ก้าวหน้า-ผู้นั้น

ถึงเขาจิว่าเขาก้าวหน้า-ก็บ่ก้าวหน้า*

**เฮาเฮ็ดตามหน้าที่ของเฮาแล้ว ถึงหมู่ว่าจิบ่ก้าวหน้า-ก็ก้าวหน้า

เพราะได้ทำตามหน้าที่ อันนี้เพิ่นว่าเป็นนักปฏิบัติแท้

บ่เป็นคนพูดมาก-บ่เป็นคนคุยมาก เป็นคนทำการทำงานมาก*

จึงว่าเชื่อฟัง เคารพ-เชื่อฟังคำแนะนำของครูบาอาจารย์

แล้วก็เชื่อฟังตัวเองคิด-ตัวเองเห็น** เพิ่นว่า

จึงว่า **การปฏิบัติธรรมของพวกเฮา

ต้องพยายามทำกันจริง ๆ จัง ๆ** ปีนี้

เพราะว่าคนที่ผมฝึกออกมา

เอามาสอน(ที่)บ้านบุฮมทีแรก ตายกันไปหลายคน

ย้ายออกมาอยู่ป่าพุทธยาน-มาฝึกอยู่ที่ตรงนี้ พวกนี้ก็ดีขึ้นมา

พอดีย้ายออกจากนี้แล้ว ไปทางอื่นแล้ว

มีแต่เว้า การสอนจริงบ่มี-มีน้อยที่สุด

เพราะคนมันตายเป็น บวชแล้วก็สึกเป็น

พวกบ้านบุฮม ขเจ้า(เขา)บ่ได้บวชก็มี

ขเจ้าก็เว้าธรรมะอยู่บ่เซาจักเทื่อ คนที่รู้จริง ๆ

(ส่วน)คนที่ฮู้น้อย ๆ นั่น ก็บึ๊ดเดียว(เดี๋ยวเดียว)…ก็จืดไป-จางไปเหมิ๊ด

บัดนี้ ต่อมา-ออกมาอยู่ป่าพุทธยาน

คนอยู่ป่าพุทธยาน มีหมู่อ้ายอินทร์-หมู่มหาบัวทอง

หมู่เพิ่นอาจารย์คำเขียน-หมู่คุณคำพันธ์ หมู่นี้แหละยังมั่นคงอยู่

สึกออกไปแล้ว-ก็ยังมั่นคงอยู่ แต่ก็น้อย

บัดนี้ออกจากนี้ไปแล้ว ก็ไปสอนคน

สึกออกไปแล้ว-เหมิ๊ด มันบ่เข้าไปในหัวใจเด๊

มันบ่ซึม-เพราะว่าบ่ได้สอนกันมาก มีแต่เว้าให้ฟัง-จำไป

อันนั้นได้ปริมาณมาก คุณภาพมีน้อย

บัดนี้เฮาจิฝึกเอาคุณภาพ บ่แม่นฝึกเอาปริมาณ

คนใดขี้คร้าน-เว้าซือ ๆ อยากให้หนี(ออกไป)

คนใดบ่เคารพเชื่อฟังแล้ว ผมอยากให้หนี

เพราะมันกีด(กัน)สถานที่ มันเปลืองสถานที่

เปลืองฟืน-เปลืองไฟ เปลืองที่อยู่ที่อาศัย…มันเปลือง

อันเฮาเอาคนดี

คล้าย ๆ คือพริกขี้หนูเม็ดเดียวเท่านั้น เอามากิน-เผ็ด

(ส่วน)หมากพริกหน่วยใหญ่ ๆ หลาย ๆ (เม็ด

เอามากิน)-แต่มันบ่เผ็ด

จึงว่าเณรก็คือกัน-พระก็คือกัน แม่ออก-แม่ตนก็คือกัน

**ต้องปฏิบัติให้มันฮู้แท้ ๆ** อันนี้เป็นสูตรสำเร็จเบื้องต้น

ที่หลวงพ่อว่าให้ฟังเป็นสูตร-เป็นสูตรไป

บ่แม่นสูตรสำเร็จอย่างนั้น-อย่างนี้ บ่แม่น

**สูตรสำเร็จที่หลวงพ่อว่า คือมันสำเร็จรูปมันออกมา

คือเพชรมันอยู่ในตม แต่ก่อนเราบ่เห็น

บัดนี้เฮามาร่อนมาไจ๊(มาเลือก)ออกมา มันก็เป็นเพชร

(หรือ)ทองคำมันกะจมอยู่ในตม

บัดนี้เฮามาร่อนออกมา-มันก็ป็นทองคำร้อย ๑๐๐%

อันนี้เป็นสูตรสำเร็จของมัน**

ต้องเห็นอารมณ์เป็นอย่างที่หลวงพ่อว่ามานั้น

เป็นสูตร-เป็นสูตรไป

**เมื่อฮู้จักจังซี่แล้ว ก็เห็นพระธรรม

ยกมือไหว้ตัวเองได้ เรามันมีคุณค่า-มีประโยชน์มากปานนี้

แต่ก่อนนั้นมันเป็นตม-เป็นเลน มันบ่เห็นเพชร-มันบ่เห็นทองคำ

เมื่อมาทำอย่างนี้แล้ว

มันเห็นเพชร-มันเห็นทองคำขึ้นมาอยู่ภายในจิตใจของเรา

ทุกคนจึงว่าเป็นพระได้**

ที่หลวงพ่อพูดนี่-สูตรนี้เป็นสูตรต้น หลวงพ่อรู้ตอนเช้า…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้

ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย

ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ

โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ

จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง

‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด

ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *