✩ สะอาด-สว่าง-สงบ ✩
“…**การทำลายกิเลสได้นี่แหละ คือตัวบุญแท้ ๆ-เป็นยอดบุญ
ถ้าเป็นสวรรค์ ก็เป็นสวรรค์แท้ ๆ
เป็นแก่นของสวรรค์ เป็นยอดแท้ของสวรรค์
ก็เป็นพระนิพพานแท้ เป็นแก่นเป็นยอดของนิพพาน
ความหมดไปของกิเลส ก็คือสะอาด
‘นิพพาน’ แปลว่าความดับเย็นลง
คือเราไม่ร้อนอก-ร้อนใจ เพราะกิเลสดับเย็นลง
ถ้าขณะนี้เราไม่มีความทุกข์ มันก็เป็นนิพพานในขณะนี้เอง
เมื่อเรามีนิพพานในขณะนี้แล้ว ก็ต้องได้ไปนิพพานแน่ ๆ
เราควรจะรู้จักสวรรค์ที่ในใจของเรา
ความไม่มีทุกข์นั่นแหละเป็นสวรรค์ คือจิตใจเราร่าเริงเบิกบาน
เราดูจิตใจเราอยู่ มันเป็นเมืองสวรรค์
เมื่อเรามีสวรรค์อยู่ที่ใจอย่างนี้แล้ว
พอตายไป จะได้ไปเกิดเมืองสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย
หากใครไม่รู้จักเมืองสวรรค์ ก็ไม่สามารถไปเมืองสวรรค์ได้หรอก**
ตัวอย่างเช่น
ในบ้านของเรามีไฟฟ้า เราอยากได้แสงสว่าง
แต่เอามือไปจับที่หลอดไฟ แสงไฟก็จะไม่มี
เมื่อเราได้เรียนรู้ว่าจะเปิดไฟ ต้องเปิดที่สวิตช์ไฟ
เราก็ไปเปิดสวิตช์ ไฟก็ไปสว่างอยู่ที่หลอด
นี่ก็เหมือนกัน
**วิธีที่จะจัดการกับความโลภ-ความโกรธ-ความหลงนั้น
เราไม่ต้องคิดหาว่าความโกรธ-ความโลภ-ความหลงอยู่ที่ไหน
เราเพียงกลับเข้ามาดูจิต-ดูใจของเรา
ก็จะทำลายความโกรธ-ความโลภ-ความหลงได้เอง
พระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วว่า
พระองค์ตรัสรู้ได้โดยการบำเพ็ญทางจิต
เราก็ต้องมาดูจิต-ดูใจของเรา
การดูจิตใจนี้แหละ เป็นการเปิดไฟฟ้าโดยจับที่สวิตช์ไฟฟ้า
เมื่อเราทำบ่อย ๆ สติจะเกิดความคล่องแคล่วว่องไว
สติจะไปสกัดกั้นความโกรธ-ความโลภ-ความหลง
ไม่ให้เกิดขึ้นได้**
ตัวสติและตัวสมาธินั้นอยู่ด้วยกัน
ส่วน‘ปัญญา’ แปลว่าเห็น-รู้แจ้ง
ภาษาบาลีว่า‘นัตถิ ปัญญา สะมาอาภา
อะไรจะสว่างเท่าปัญญา-ไม่มี
สติ เตสัง นิวาระนัง
**สติเป็นเครื่องกั้นกระแสของกิเลส’
ไม่มีอะไรจะไวพอที่จะกั้นกระแสอันนี้ได้ นอกจากสติ
สติปัญญาตัวนี้แหละ
ที่เข้าไปสัมผัส ไปรู้-ไปเห็น ไปสกัดกั้นไม่ให้เรามีความหลง
ทั้งนี้เพราะสติ-สมาธิ-ปัญญา มันตรงข้ามกับโทสะ-โมหะ-โลภะ**
*ถ้าเราไม่เห็น-ไม่รู้-ไม่เข้าใจ
มันก็มีโทสะ-โมหะ-โลภะเต็มตัวอยู่อย่างนั้น*
เปรียบก็เหมือนเวลากลางคืน มันมืด
พอจุดเทียนสว่างขึ้น ความมืดก็หายไป
เพราะความมืดกลัวแสงไฟ
พอไฟดับ ความมืดก็เข้ามาทันที
**ที่อาตมาให้ข้อคิด พร้อมกับวิธีปฏิบัติอย่างลัด ๆ มานี้
ก็เพื่อท่านทั้งหลายจะได้นำไปปฏิบัติ
และจะได้รับผลเร็ว ไม่ต้องเสียเวลา
วิธีนี้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ไม่ต้องหยุดงานไปปฏิบัติ
บางท่านเอาไปปฏิบัติแล้ว บางท่านเพียงแต่เคยได้ฟังมา
บางท่านไม่เคยได้ยิน อาจรู้สึกขัดอก-ขัดใจ
ถ้ารู้สึกอย่างนั้น ก็ให้เอาความรู้สึกนั้นทิ้งไว้ก่อน
ความรู้ที่เคยเรียนมาแต่เดิม ก็เก็บวางไว้ก่อน
แล้วทดลองทำตามที่อาตมาพูดนี้
ลองดู (แล้ว)จะทราบผลที่เกิดขึ้น-ว่าเป็นอย่างไร
อาตมากล้ารับรองว่า
วิธีนี้ถูกต้องตามที่พระพุทธเจ้าสอนอย่างน้อย ๘๐%
ถ้าพูดตามความรู้สึกของอาตมาเพียงผู้เดียว ก็ว่า‘ถูก ๑๐๐%’
เพราะปฏิบัติแล้ว
มันบรรเทาความโลภ-ความโกรธ-ความหลงได้
เมื่อสิ่งเหล่านี้ลดลง ความสงบก็เข้ามาแทนที่**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น