รู้สึกกาย รู้สึกใจ 18 กันยายน 2022

“…**บัดนี้เมื่อเราทำ(ความรู้สึก)บ่อย ๆ ความคุ้นเคยมันบ่อย ๆ

เมื่อมันคิดวูบขึ้นมา เราจะรู้สึก

อันความรู้สึกนั้น ท่านเรียกว่า‘มีสติ’

มันรู้สภาพหรือสภาวะของความคิด

ดังนั้น การเดินจงกรมก็เป็นการเจริญสติ

เป็นการระลึกได้จริง ๆ

อันนี้ไม่จำกัด ไม่กำหนดกฎเกณฑ์

จะเป็นคนหนุ่ม-คนสาว-คนเฒ่า-คนแก่-กลางคนก็ทำได้

เพราะเราไม่ต้องการความทุกข์

เมื่อเราทำอย่างนี้ ความทุกข์มันหายไปเอง**

สมมติเหมือนกันกับที่เราอยู่ที่มืด

เราไม่ต้องการความมืด แต่เราไม่รู้จักวิธีที่จะไล่ความมืดได้

เราเพียงมีไม้ขีดไฟ หรือเทียนขึ้นมาก็ตาม

จุดไม้ขีดไฟไป ความมืดมันหายไปเอง

อันนี้ก็เหมือนกัน แต่เราทำความรู้สึกอยู่อย่างนี้

**เมื่อเราทำความรู้สึกอยู่อย่างนี้

ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง มันก็ไม่ได้มีอยู่แล้ว

ที่มันโกรธ-มันโลภขึ้นภายในจิตใจนั้น เรียกว่า‘เราไม่ตื่นตัว’

คือ เราไม่เห็น-ไม่เข้าใจนั่นเอง**

ดังนั้น **ที่อาตมานำมาชี้แจงหรือนำมาแนะแนววิธีปฏิบัติให้นี้

อันนี้-แบบนี้ปฏิบัติง่าย ๆ ปฏิบัติแบบพระพุทธเจ้าจริง ๆ เรื่องนี้**

เมื่อพูดถึงการปฏิบัติของพระพุทธเจ้าจริง ๆ

คนอื่นนั้นทำพุท-โธ หรืออรหัง พอง-ยุบ

นับ ๑-๒-๓ นั้นถูกไหม เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าไหม ?

อันนั้นไม่ต้องไปสนใจมัน

ใครจะพูดอย่างไรก็ตาม ไม่ต้องไปสนใจมัน

เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ตาม

ไม่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ตาม

แต่อาตมาไม่ได้เอามาพูดเรื่องนั้น

เพราะเราทุกคนต้องการความจริง

**อะไรก็ตาม ถ้าหากว่ามันทำลายความหลงผิดได้

อันนั้นแหละถูกต้อง

ที่อาตมาพูดนี้ อาตมารับรองได้-รับรองได้จริง ๆ

ทำไมว่ารับรองได้ ?

เพราะอาตมา แต่ก่อนก็เคยโกรธเหมือนกัน

เมื่ออาตมาทำอย่างนี้ อาตมา-ความโกรธมันไม่ได้มี

เพราะอาตมาเห็นความโกรธไม่มี**

อย่างที่ญาติโยมและท่านทั้งหลายนั่งฟังอาตมาพูดนี้

ในขณะนี้อาตมาเข้าใจว่า ทุกคนไม่มีโกรธใช่ไหมเดี๋ยวนี้

ในขณะนี้ไม่มีโกรธใช่ไหม ?

เมื่อไม่มีความโกรธ เราจะไปหาความโกรธทำไม ?

เพราะโกรธมันไม่ได้มีอยู่แล้วนี่-บัดนี้

อาจารย์ทั่วไปสอนให้เราไปละความโกรธ

แล้วไปหาความโกรธ มันไปหาของไม่มี-มันก็ไม่เห็น

เมื่อมันไม่เห็น เราก็ไปว่าทำบุญ-ให้ทาน-รักษาศีลไปก่อน

ให้เป็นอุปนิสัย เป็นปัจจัยต่อหลังจากการตายแล้ว

อันนั้นแปลว่าคนไม่รู้จริง คนคาดคิด-คนเดาเอาเอง

แต่พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนั้น

**อดีตที่ผ่านไปแล้ว มันจะทำอะไรให้เราไม่ได้

มันจะทำให้เราได้ตั้งแต่ขณะนี้ ในปัจจุบันนี้เอง

พระพุทธเจ้าจึงสอนเรื่องปัจจุบันเท่านั้น

เรื่องอดีต-อนาคตนั้น มันไม่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า**

แต่เราไปเข้าใจว่าเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า

ใครพูดอยู่ที่ไหน ก็หาว่าพระพุทธเจ้าแสดงสอนอย่างนั้น-อย่างนี้

อันนั้นเป็นการ(ที่)เราคาดคิดเอา เราไม่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง

**ที่อาตมาพูดนี้-อาตมารับรอง รับรองคำสอนของพระพุทธเจ้า

และรับรองวิธีที่อาตมาพูดนี้ รับรองจริง ๆ

ถ้าพวกท่านทำจริง ๆ แล้ว

ทำให้มันติดต่อกันเหมือนลูกโซ่

หรือเหมือนนาฬิกาที่มันหมุนอยู่ตลอดเวลา**

แต่ไม่ใช่ว่าทำอย่างนี้ให้มันเหมือนลูกโซ่

หมุนอยู่เหมือนกับนาฬิกานี่

ไม่ให้ไปทำการ-ทำงานอื่นใดทั้งหมด

ให้ทำความรู้สึก

ทำจังหวะ-เดินจงกรมอยู่อย่างนี้ตลอดเวลาหรือ

ไม่ใช่อย่างนั้น

**คำว่า‘ให้ทำอยู่ตลอดเวลา’นั้น (คือ)เราทำความรู้สึก

ซักผ้า-ซักเสื้อ ถูบ้าน-กวาดบ้าน ล้างถ้วย-ล้างจาน

เขียนหนังสือ หรือซื้อ-ขายก็ได้

เพียงเรามีความรู้สึกเท่านั้นเอง

แต่ความรู้สึกอันนี้แหละ มันจะสะสมเอาไว้ทีละเล็ก-ทีละน้อย

เหมือนกับเราที่มีขัน หรือมีโอ่งน้ำ

หรือมีอะไรก็ตามที่มันดี-ที่มีรองรับมันดี

ฝนตกลงมา ตกทีละนิด-ทีละนิด

เม็ดฝนเม็ดน้อย ๆ ตกลงนาน ๆ

แต่มันเก็บได้ดี น้ำก็เลยเต็มโอ่ง-เต็มขันขึ้นมา

อันนี้ก็เหมือนกัน เราทำความรู้สึก

ยกเท้าไป-ยกเท้ามา ยกมือไป-ยกมือมา

เรานอนกำมือ-เหยียดมือ

ทำอยู่อย่างนั้น หลับแล้วก็แล้วไป

เมื่อนอนตื่นขึ้นมา-เราก็ทำไป หลับแล้วก็แล้วไป

ท่านสอนอย่างนี้ เรียกว่า‘ทำบ่อย ๆ’

อันนี้เรียกว่า‘เป็นการเจริญสติ’** ”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *