รู้สึกกาย รู้สึกใจ 15 กันยายน 2022

“ท่านที่รักทั้งหลาย…ชาย-หญิง เด็ก-ผู้ใหญ่

ไม่ว่าท่านจะเป็นชนชาติไหน พูดภาษาอะไร

นุ่งห่มผ้าสีอะไรก็ตาม ไม่จำกัดชั้นวรรณะ-ตระกูล วิชาความรู้

อ่านหนังสือได้ หรือไม่ได้ก็ตาม

ทุกท่านย่อมได้ทำบุญ ให้ทาน-รักษาศีล

เป็นต้นทุนอยู่แล้ว ไม่มาก-ก็น้อย

ขออภัยเถิด**ท่านทั้งหลาย อย่าย่ำเท้าอยู่ที่เดิม

จงตื่นจากการนอนหลับ ลุกยืนขึ้น-ออกเดินต่อไป

การก้าวเดินในที่นี้ มิใช่การเดินทางด้วยเท้า

แต่ต้องเดินด้วยสัมมาทิฏฐิ คือความเห็นถูก

เมื่อมีความเห็นที่ถูกต้องแล้ว

การเดินทางนั้น จะต้องบรรลุถึงจุดมุ่งหมายอย่างแน่นอน**

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า

การเกิดเป็นเทวดา เป็นอินทร์-เป็นพรหม…มีความสุขอย่างสูงสุด

แต่ตรงกันข้าม พระพุทธเจ้าทั้งหลายทรงกล่าวว่า

*‘การเกิดเป็นอะไร ๆ นี้ เป็นทุกข์(ทั้งนั้น)’*

เพราะว่าการเกิดเป็นเทวดา ก็มีแก่-มีเจ็บ-มีตาย

เป็นทุกข์อย่างเทวดา

การเกิดเป็นอินทร์-เป็นพรหม ก็มีแก่-มีเจ็บ-มีตาย

เป็นทุกข์อย่างอินทร์-อย่างพรหม

คนส่วนมากมักเข้าใจผิด

ตรงกันข้ามกับคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

เมื่อมีการทำบุญ-ให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาอื่นใดก็ตาม

มักจะมีการตั้งจิตอธิษฐาน ปรารถนาให้เป็นคนสวย-คนรวย

เป็นอินทร์ เป็นพรหม เป็นเทวดาบ้าง

อย่างนี้เป็นการนึกคิดเอาเอง และสอนตาม ๆ กันมานานแล้ว

ส่วนพระพุทธเจ้าทั้งหลายสอนว่า

‘การเกิดเป็นคน เป็นเทวดา-เป็นอินทร์ เป็นพรหมนั้น

เป็นการทำเอาเองได้ง่ายนิดเดียว’

ข้อนี้ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้องเสียก่อน

*เมื่อฟังผิด ก็เข้าใจผิด-เห็นผิด-ปฏิบัติผิด

ผลที่ออกมาก็ผิด ได้รับก็ผิด*

**แต่เมื่อฟังถูก-เข้าใจถูก-เห็นถูก-ปฏิบัติถูก

ผลที่ออกมาก็ถูก-ได้รับก็ถูก**

ฉะนั้นเราต้องหามูลเหตุ เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องนี้เสียก่อน

คำว่า‘คน’ แปลว่ากวน

เช่น เราจะเอาของหลายอย่างมาผสมกัน

เราต้องนำมากวนให้เข้ากัน จึงจะอาศัยอยู่ด้วยกันได้

อีกความหมายหนึ่งของชาวบ้านทางภาคอีสาน

‘คน’ แปลว่ากวน-หรือโสเหล่

คือพูดไป-พูดมา เข้าใจกันไม่ได้

ดังที่คนโบราณท่านว่า‘คนนั้น-คนนี้เหมือนคนบ้า พูดไม่รู้ภาษา’

คำว่า‘เทวดา’นั้น หมายถึงผู้ที่มีความละอาย

ต่อการทำความชั่วทั้งกาย-วาจา-ใจ

ไม่คิดทรยศทั้งต่อหน้า-ลับหลังผู้อื่น ตั้งอยู่ในอารมณ์ดีอยู่เสมอ

ส่วน‘อินทร์พรหม’นั้น ต้องทำตนของตนให้ซื่อตรง

มีเมตตาปราณีต่อผู้อื่น มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

เป็นที่ไว้วางใจได้เหมือนบิดา-มารดา กับบุตร

*ทั้งคน เทวดา-อินทร์ พรหมนี้…ยังมีกิเลสรบกวน

เสียบแทง-ยอกตำ ทำให้เป็นสุขบ้าง-ทุกข์บ้าง

ยังมีจิตใจที่ขึ้น ๆ-ลง ๆ อยู่เสมอ*

คนมี ๒ ขา ๒ แขน ๒ หู ๒ ตา

จิตใจของคนนั้น บางครั้งก็เป็นเทวดา-เป็นอินทร์

เป็นพรหม เป็นคน เป็นผี เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต

และมีจิตใจเป็นสัตว์เดรัจฉานบ้างก็มี

ที่ว่าจิตใจเป็นเทวดา-เป็นอินทร์ เป็นพรหมนั้น คืออย่างไร ?

จิตใจที่เป็นเทวดา-อินทร์ พรหม คือจิตใจที่มีหิริโอตตัปปะ

เวลาใด-จิตใจมีหิริโอตตัปปะแล้ว เวลานั้นก็เป็นเทวดา

‘หิริ’ แปลว่าความละอายอยู่ในจิตใจ-ไม่ทำความชั่ว

‘โอตตัปปะ’ แปลว่าความเกรงกลัวต่อบาปกรรม

ไม่ทำชั่วทั้งทางกาย-วาจา-ใจ

เมื่อจิตใจเป็นเช่นนี้ ก็เป็นเทวดา

มีความกลัวว่า ผู้อื่นจะเห็นตัวอย่างที่ไม่ดี

คือทำไม่ดี-พูดไม่ดี-คิดไม่ดี

ส่วน‘อินทร์-พรหม’นั้น คือผู้ที่มีความเมตตา-ปราณีต่อผู้อื่นและตนเอง

เหมือนบิดา-มารดารักบุตร

สำหรับ‘คน’นั้น แปลว่ากวน

มีหลายจิต-หลายใจ ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

ที่ว่าเป็น‘สัตว์นรก อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน’นั้น เป็นอย่างไร ?

หมายถึงจิตใจที่มีความเดือดร้อน กระวนกระวาย เศร้าหมอง

จิตใจที่อยู่ในสภาพเช่นนี้-ก็เป็นสัตว์นรก เพราะไม่สบายกาย-ไม่สบายใจ

ถูกเผาอยู่ในกองอัคคีคือไฟ อันหมายถึงความเร่าร้อนทั้งหลาย

‘เปรต’ หมายถึงคนที่กินไม่อิ่ม ได้ไม่พอ

เปรตปากเล็กเท่ารูเข็ม ท้องใหญ่เท่าแผ่นดิน

กินอะไรก็ไม่พอ จิตใจมันหิวเรื่อย

จิตใจเช่นนี้ ก็เป็นเปรต

‘อสุรกาย’ หมายถึงคนที่มีจิตใจอ่อนแอ-ไม่เข้มแข็ง

เมื่อทำผิดแล้ว มักขี้ขลาด-ขี้กลัว…ทำการ-ทำงานที่ไม่สุจริต

กลัวต่อคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

จิตใจที่มีสภาพเช่นนี้ ก็เป็นอสุรกาย

‘สัตว์เดรัจฉาน’ หมายถึงผู้ขาดความรู้

จึงไม่มีความละอายในการทำ-การพูด การนึก-การคิด

กระทำไปตามอารมณ์ที่ชอบใจ เมื่อเป็นเช่นนี้-ก็เป็นสัตว์เดรัจฉาน

เพราะโง่ จึงทำชั่ว-พูดชั่ว-คิดชั่ว

คนรวยกับคนจน ใครมีกิเลสมากกว่ากัน ?

*คนรวยกับคนจน มีกิเลสเหมือนกัน

เพราะคนรวยก็มีความอยากได้ คนจนก็มีความอยากได้เหมือนกัน*

เรื่องคนนั้นรวย-คนนี้จน เป็นเรื่องของคนฉลาดหรือไม่ฉลาด

และเป็นเรื่องของคนขยันหรือเกียจคร้าน

สิ่งเหล่านี้-พระพุทธเจ้าสอนไว้หมดแล้ว ไม่ต้องสงสัย

**คนใดมีทุกข์เป็นเจ้าเรือน คนนั้นมีกิเลส

คนใดไม่มีทุกข์เป็นเจ้าเรือน คนนั้นไม่มีกิเลส

เราจะเห็นได้ว่า *คนใดยังมีโลภ-โกรธ-หลงอยู่…คนนั้นยังมีทุกข์

คนใดมีโลภ-โกรธ-หลงน้อย ก็มีทุกข์น้อย

คนใดมีโลภ-โกรธ-หลงมาก ก็มีทุกข์มาก

คนใดไม่มีโลภ-โกรธ-หลงเลย คนนั้นไม่มีทุกข์เลย**

พระพุทธเจ้าสอนอย่างนี้…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *