รู้สึกกาย รู้สึกใจ 13 สิงหาคม 2022

“…สงบแบบหนึ่ง *สงบด้วยความไม่รู้สึกตัว-ไปนั่ง(หลับตา)

เขาเรียกสงบใต้โมหะ* อันนั้นเขาเรียกว่า‘ไปอยู่ในถ้ำ’

คนอยู่ในถ้ำ(-มันมืด) ไปไหน-มาไหนต้องรำคาญ

คนอยู่นอกถ้ำ ไปไหน-มาไหนต้องสะดวกสบาย

บัดนี้ความสงบอันนี้-ที่นี่ เรียกว่า‘เราอยู่นอกถ้ำ’

**สงบแบบนี้ คือสงบโดยปราศจากโทสะ

ปราศจากโมหะ-ปราศจากโลภะ

คืออยู่ด้วยสติ อยู่ด้วยปัญญา**

แต่สมาธิ ไม่ต้องพูดถึงก็ได้

**สมาธิ แปลว่าตั้งใจทำการทำงาน-ตั้งใจพูด-ตั้งใจคิด**

ถ้าหากซื้อ-ขาย ก็ตั้งใจ…เขาเรียก‘สมาธิ’

ไม่ใช่สมาธิ ไปนั่ง(หลับตา)เอาอย่างนั้น

**สมาธิแบบนี้ แปลว่าสงบด้วยปัญญา

สงบแบบนั่งทื่ออยู่คือก้อนอิฐ-ก้อนกรวดเนี่ย

อันนั้นเรียกว่าสงบใต้โมหะ** ก็สงบมีอยู่ ๒ อย่าง

อันนี้เขาว่า นิพพานมันต้องมาสายนี้

**‘นิพพาน’แปลว่าปกติ คำว่าปกติเนี่ย-ให้รู้จัก

คนปกติ พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บนี่…เป็นปกติแล้ว-คนนั้น

ถ้าคนไม่ปกติ คิดไปร้อยอัน-พันเรื่อง

ไม่เห็นความคิดตัวเองเลย อันนี้เรียกว่า‘ผิดปกติ’

ดังนั้น ศีลจึงเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ

สมาธิเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง

ปัญญาเป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด** ท่านว่าอย่างนั้น

บัดนี้ **คนใดยังทำลายโทสะ-โมหะ-โลภะไม่ได้

คนนั้นไม่มีศีล-ไม่มีศีลจริง ๆ** เรื่องนี้-มันเป็นอย่างนั้น

ถ้าพูดตาม ๆ คำพูดของอาตมา มันเข้าใจอย่างนั้น

**ศีลเป็นเครื่องกำจัดกิเลส ‘ศีล’แปลว่าปกติ

พอดีมีความคิดปุ๊บ มันเห็นปั๊บ**…เหมือนแมวกับหนู

มันคิดปุ๊บ แมวมันจับเอาทันที

เพราะแมวกับหนู มัน(เป็น)ของตรงกันข้าม

อันนี้ก็เหมือนกัน **พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ

สติจับทันที จับ-ความหลงไม่เกิดขึ้นได้

อันนี้แปลว่าเห็นทันที อันนี้-มันเป็นอย่างนั้น

อันนี้สงบจากโทสะ-โมหะ-โลภะ**

ส่วน**จิตใจของคนทุกคน มันมีความสงบอยู่แล้ว

เราไปสร้างความไม่สงบให้เกิดขึ้น อันนี้เขาเรียกว่า‘คนไม่เข้าใจ’

อันคนไม่เข้าใจ มันทำ-มันก็ผิดพลาดไปเท่านั้นเอง**

ท่านสอนอย่างนั้น

จะพูดให้ฟังเรื่องการไปปฏิบัติธรรมะ

ที่พูดนี้-พูดเรื่องการปฏิบัติธรรมะ

นั่งปุ๊บยังงี้ เราเดินไปก็ได้-นั่งก็ได้

**พอดีเราดูความคิด ‘โอ…จิตใจคนนี่มันสะอาด-สว่าง-สงบอยู่เด๊

ที่ไม่สะอาด-ที่ไม่สงบนั่น มันไม่เป็นจิต-ไม่เป็นใจของเรา

มันเป็นกิเลส-มันเป็นอวิชชา

มันเป็นความทุกข์ชนิดใด-ชนิดหนึ่งเกิดขึ้นมา’

เราต้อง(เห็น)อย่างนี้

เมื่อเห็นอย่างนี้ เราก็พยายามไม่ให้สิ่งที่ผิดปกตินั้นเกิดขึ้น

ไม่มีเรื่องอะไร มันเกิดขึ้นปุ๊บ-หายไปเลย

นี่แปลว่าเกิดขึ้นแล้วดับไป-เกิดขึ้นแล้วดับไป อย่าให้มันตั้งอยู่**

ตั้งอยู่-ดับไป-เกิดขึ้น-ตั้งอยู่ ‘ตั้งอยู่’ก็หมายถึงยึดมั่น

‘เกิดขึ้น-ดับไป’ แปลว่าไปตามหน้าที่

เป็นไปตามอำนาจของอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้

**จะไม่ให้มันคิด-มันไม่ได้ มันต้องคิด

แต่เราอย่าไปยึดมั่น อย่าเข้าไปในความคิดอันนั้น**

ท่านสอนอย่างนี้ เรียกว่า‘ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา’

ตัวอิริยาบถเป็นทุกข์ เป็นตัวทุกขัง-เป็นอนิจจัง-เป็นตัวอนัตตา

อันนี้เขาเรียกว่า‘คนนั้นเห็นลักษณะไตรลักษณ์-ลักษณะทั้ง ๓’

ไตรลักษณ์-ลักษณะทั้ง ๓

เขาว่าอย่างนั้น ตามคำพูด-ตามตัวหนังสือ

แต่*อย่าไปเชื่อตัวหนังสือเกินไป*

ลักษณะทั้ง ๓ นี่คือ พูดง่าย ๆ คือการเคลื่อนไหวทางรูปกายอันหนึ่ง

การหายใจอันหนึ่ง ตัวความคิดอันหนึ่ง

นี่ลักษณะทั้ง ๓ ถ้าจะพูดอย่างนั้น

ถ้าจะพูดอีกอย่างหนึ่งก็ว่า‘ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา’

เขาว่าอย่างนั้น…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *