“…วัตถุ-เงินทอง หรือเสื้อผ้า
ไร่นา-เรือกสวนก็เป็นวัตถุอันหนึ่ง
ร่างกายของเราก็เป็นวัตถุอันหนึ่ง
จิตใจก็เป็นวัตถุอันหนึ่ง
‘วัตถุ’นี่ หมายถึงทุกสิ่ง-ทุกอย่าง
เช่น ต้นไม้-ภูเขา ห้วยหนอง-คลองบึง…ล้วนเป็นวัตถุทั้งนั้น
วัตถุเหล่านี้-ประเภทนี้ เราไม่ต้องไปพัฒนามัน
**ต้องพัฒนาแต่เฉพาะวัตถุที่พัฒนาได้**
สิ่งที่เรียกว่า‘วัตถุ-ปรมัตถ์-อาการ’นั้น
หลวงพ่อไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่เคยมีคนบอก
ครูบาอาจารย์ไม่เคยสอนอย่างนี้
รู้ขึ้นมาในช่วงเวลาตอนค่ำ
เมื่อรู้วัตถุดีแล้ว ก็รู้ปรมัตถ์
‘ปรมัตถ์’ หมายถึงกำลังทำ-กำลังเป็น
กำลังมีอยู่-กำลังสัมผัสอยู่นี่แหละ
หลวงพ่อรู้จักปรมัตถ์
**อดีต-อนาคตแก้ไม่ได้ แก้ได้เฉพาะปัจจุบัน**
พระพุทธเจ้าจึงสอนเรื่องปัจจุบัน แก้ไขปัจจุบันให้ได้
หลวงพ่อเข้าใจซาบซึ้ง ไม่หลงลืม
มีศรัทธา เชื่อมั่นในการกระทำของตัวเอง
ต่อมาก็เลยเข้าใจ‘อาการ’
คือ สภาพความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
สภาพความเปลี่ยนแปลงของต้นไม้
ภูเขา ห้วย-หนอง คลอง-บึง
อันนั้นเป็นอาการชนิดหนึ่ง แต่ไม่ต้องไปพัฒนามัน
**พัฒนาแต่อาการที่มันพัฒนาได้
อาการของมัน คืออะไร ?
ก็คือตัวความคิดนี่เอง**
สภาพความคิด
เดี๋ยวมันก็คิดเรื่องนั้น เดี๋ยวมันก็คิดเรื่องนี้
เดี๋ยวคิดดี-เดี๋ยวคิดชั่ว เดี๋ยวรัก-เดี๋ยวชัง
มันสารพัด ร้อยแปดพันประการ
ต่อไปหลวงพ่อรู้จักต้นตอของโทสะ
คนทำดี-ทำชั่ว ก็เพราะโมหะ-โมหะนี่อยู่ตรงกลาง
โทสะอยู่ข้างหน้า โลภะอยู่ข้างหลัง
สมมติว่าโมหะเป็นต้นไม้ มันก็สูงใหญ่อยู่ตรงกลาง
มันสามารถเป็นร่ม(เงา)ให้กับต้นไม้อื่น ๆ ได้
**โมหะจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด**
พระพุทธเจ้าจึงเตือนพวกเรา**ให้รู้ตัวเราอยู่เสมอ
เห็นชีวิตจิตใจของเราอยู่เสมอ เรียกว่า‘คนไม่ลืมตัว’
โทสะก็เกิดขึ้นไม่ได้ โลภะก็เกิดขึ้นไม่ได้
เพราะเรามีสติ-มีสมาธิ-มีปัญญา ประจำกาย-วาจาของเรา
ประคองจิตใจของเราอยู่ทุกขณะ ทุกเวลา-ทุกนาที
อันนี้แหละ ทำให้หลวงพ่อเชื่อมั่นในตนเองว่า‘เราจะไม่มีทุกข์’**
ใครจะว่าอย่างไร-ก็เรื่องของคนนั้น ไม่ใช่เรื่องของเรา
เขาสมมติกันขึ้นมาว่าดี-ว่าชั่ว เขาสมมติให้เราเฉย ๆ…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น