“…เรื่องหูทิพย์-ตาทิพย์ ก็เหมือนกัน
อันว่า‘หูทิพย์’นั้น
คนพูดอยู่ที่ใด-ได้ยินหมด อันนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
‘ตาทิพย์’นั้นก็เหมือนกัน
อยู่ที่นี่…มีคนเดินไป-เดินมานั้น เห็นหมด
อันนั้นก็เข้าใจไม่เหมือนกันอีกอย่างหนึ่ง
**‘หูทิพย์’นั้น
ท่านหมายถึง ‘ผู้ใดพูดธรรมะแท้-รู้จัก
ผู้ใดพูดโกหกหลอกลวง พูดไม่จริง-ของไม่จริงนั้น…รู้จัก’
ท่านเรียกว่า‘หูทิพย์’ ท่านว่า‘ทิพย์’อันนั้น
‘ตาทิพย์’ก็เหมือนกัน
เห็นสภาพบุคคลที่ประพฤติชั่ว หรือประพฤติดี
ถ้าประพฤติ-ปฏิบัติชั่ว เราก็เห็น
นั่นท่านเรียกว่า‘ตาทิพย์’**
อันตาเนื้อนี้แท้ ๆ มันเห็นเป็นอย่างหนึ่งเด๊
**ตาสติ-ตาสมาธิ-ตาปัญญาพู่นเด๊ะ ท่านจึงเรียกว่า‘ตาทิพย์’
เห็นจิต-เห็นใจพู่นเด๊ ท่านจึงเรียกว่า‘ตาทิพย์’
สอดส่อง-มองเห็นคำพูดของบุคคลที่มาแนะนำพร่ำสอนเราพู่นเด๊
ท่านจึงเรียกว่า‘หูทิพย์’เด๊**
ไม่ใช่ฟังเสียงคำพูดของเราอันนี้ซือ ๆ
อันฟังผมพูดนี้ก็ฟังซือ ๆ อันนี้ไม่ใช่‘หูทิพย์’
ต้องต่อเมื่อฟังแล้วพิจารณาว่า
**‘โอ ลักษณะจิตใจของคนนั้นเหมือนกันหมด
พระพุทธเจ้าก็เหมือนกันหมด
แม้พระสาวกทุกองค์ก็เหมือนกันหมด
โอ! ทุกคนนี้เด๊-ถ้าหากปฏิบัติตามแบบพระพุทธเจ้าแล้ว
ก็จะเหมือนกับพระพุทธเจ้านี้แล’
โอ-ท่านจึงว่า ‘สัตว์ทั้งหลาย เมื่อยังไม่ได้รู้-ไม่ได้เห็น
ก็ยังต้องวกวนเสาะแสวงหา เป็นทุกข์
เมื่อเสาะแสวงหา รู้แจ้ง-เห็นจริงแล้ว…ความทุกข์ไม่มี’
นั่นแหละ ท่านจึงนำมาสอนเรา**
เราก็ต้องไม่สอนยากบาดเนี่ยะ(นับแต่นี้ไป)
เพราะท่านบอกแล้วบาดเนี่ยะ
**ลองเจริญสติปัฏฐาน ๔ แบบพระพุทธเจ้าทำ
รับรองได้ ผมเอาชีวิตเป็นประกัน
เอ้า! ทำดูเถอะ
๓ ปีนี่ ผมเข้าใจว่าจะเข้าใจจริง ๆ
เรื่องจิตใจมันนึก-มันคิดมาจากไหนนี่
ไม่ใช่ว่าจะมีผู้ใดมาแปง(สร้าง)ให้เรา-มาปั้นให้เรา บ่แม่น
จิตใจเรื่องอุเบกขานี่ ก็จะรู้จักจริง ๆ
จิตใจที่มัดจืด-มันจาง ออกจากสภาพหรือสภาวะตรงกันข้ามนั้น
ก็จะรู้จักจริง ๆ รับรอง
บอกว่า‘สิ่ง ๆ นี้ ขาดออกจากกันเมื่อใด
นั้นแล พระพุทธเจ้าปรากฏขึ้น’
รับรอง-รับรองจริง ๆ อันนี้น่ะ
เมื่อมันขาดปุ๊บออกขณะใด
ขณะนั้นแหละพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นแล้ว…รู้แจ้ง-เห็นจริง
สิว่า‘การเกิดอันนี้ เกิดขึ้นมาแล้วไม่หลง-ไม่ลืม’
ท่านจึงว่า‘สันทิฏฐิโก-อันผู้รู้จะพึงเห็นเอง
อะกาลิโก-ไม่ประกอบด้วยกาลเวลา ไม่มียุค-ไม่มีสมัย’
ถ้าหากปฏิบัติถูกแล้วน่ะ
เราจะเห็นจริง ๆ รู้จริง ๆ เข้าใจจริง ๆ
อันนี้แหละสภาพสภาวะที่ว่า‘ย่อมเป็นเช่นนี้เอง’
ลักษณะของพระอริยเจ้าย่อมเป็นเช่นนี้เอง ว่างั้น
เป็นเหมือนกันหมด เป็นเหมือนกันหมดจริง ๆ ไม่ผิดกัน
แต่ว่าสติปัญญาเท่านั้นไม่เหมือนกับพระพุทธเจ้า
แต่ว่าความไม่ทุกข์-ความขาดจากกันนี้จริง เป็นเหมือนกัน
พระพุทธเจ้าก็ขาดของสิ่งนี้
แล้วคนธรรมดาเรานี้ก็ขาดของสิ่งนี้
ถ้าหากไม่เป็นในขณะนี้
บอกแล้ว-บอกอีก บอกแล้ว-บอกอีก
เพื่อจำนะนี่ อย่าหลง-อย่าลืม
จวนจะหมดลมหายใจนี่แหละ เราจะประสบกับสิ่งเหล่านี้ให้ได้
แน่นอนที่สุด แน่นอนที่สุด
ท่านจึงว่า‘ตกกระไดพลอยโจน’ เราพูดซือ ๆ
เราไปดูคนเจ็บไข้ได้ป่วย เราว่า
‘เราตั้งสติให้มันดี ๆ เด๊’ เราว่า
มันจะตั้งสติให้ดียังไง เพราะไม่ได้ฝึกหัดดัดแปลงไว้เด๊
เราต้องฝึกหัดดัดแปลงไว้ตั้งแต่ไกล ๆ นี่**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ


ใส่ความเห็น