“…บัดนี้ ‘ปัญญากำจัดกิเลสแบบละเอียด’ ว่างั้น
คำว่า*‘กิเลสอย่างละเอียด’นี้ เราไม่ค่อยรู้
เราจะเห็นทุกข์นั่นแหละเป็นความสุข เห็นผิดเป็นถูก
เห็นนรกเป็นสวรรค์ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว*
ท่านเลย(พากัน)ว่า ‘คนมีเงินมาก ๆ นั้นละมีความสุข’
ท่าน(พากัน)ว่า ‘เรียนหนังสือได้มาก ๆ นั้นละมีความรู้’ ว่างั้น
ดีอยู่-อันนั้นก็ดีอยู่ ไม่ใช่ว่าไม่ดี
(แต่)คนมีเงินมาก ๆ อาจจะเป็นทุกข์ก็ได้
คนมีความรู้มาก ๆ อาจจะไม่เข้าใจคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ได้
เพราะมันไปติดอยู่กับตำราพู่นเด๊ ไปติดกับความรู้พู่นเด๊
**ความจริงพระพุทธเจ้าสอนน้อย ๆ
ท่านสอนให้คนไม่มี ไม่ให้มีคน-ไม่ให้มีมนุษย์
ไม่ให้มีเทวดา ไม่ให้มีอินทร์-ไม่ให้มีพรหม…ไม่ให้มีสิ่งเหล่านี้
แล้วให้มีอย่างไรล่ะ ถ้างั้น ?
ให้มีแต่พระล้วน ๆ อยู่ในจิต-ในใจ
ชีวิตของพระนั้น จึงว่าเป็นชีวิตที่ราบรื่นที่สุด
ไม่ขึ้น-ไม่ลง ไม่ต่ำ-ไม่สูง ไม่เล็ก-ไม่ใหญ่
ท่านจึงว่า‘ไม่เกิด-ไม่แก่-ไม่เจ็บ-ไม่ตาย’**
อันสภาพสภาวะร่างกายที่เรามองเห็นด้วยตา-จับถูกด้วยมือนี้
ท่านว่า‘มันตายเป็น-เน่าเป็น’
เราเคยได้ยินมิใช่หรือ (เรื่อง)‘พระวักกลิกับพระพุทธเจ้า’ ?
พระวักกลิติดพระพุทธเจ้า
เมื่อพระพุทธเจ้าไล่(พระวักกลิให้)หนี
(พระวักกลิ)ก็เลยอกหัก จะไปกระโดดเหวตาย
พระพุทธเจ้าก็เลยไปห้ามไว้
(พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า)
‘พระวักกลิเข้าใจว่าเราเป็นพระพุทธเจ้าหรือ ?’ ว่างั้น
(พระวักกลิ)ก็ตอบว่า ‘เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้น’
(พระพุทธเจ้าตรัสว่า) ‘ไม่ใช่-อันนี้ไม่ใช่พระพุทธเจ้า’
ท่านว่าอย่างนั้น (และตรัสถามว่า)‘พระวักกลิตายเป็นไหม ?’
(พระวักกลิก็ตอบว่า) ‘ตายเป็น’
(พระพุทธเจ้าตรัสถามว่า) *‘เราเป็นรูปวัตถุอันนี้ ตายเป็นไหม ?’
(พระวักกลิก็ตอบว่า) ‘ตายเป็น’
แน้! มันก็ตายเน่าเข้าโลงเป็นเหมือนกัน
ตายแล้วก็เน่าเหม็นเป็นเหมือนกันหมด
(ตัวร่างกายนี้จึง)ไม่ใช่พระพุทธเจ้า*
(พระพุทธเจ้าตรัสว่า) ‘ตัวพระพุทธเจ้าจริง ๆ นั้น ไม่ใช่อันนี้’
**(ตัวพระพุทธเจ้าจริง ๆ นั้น)
ไม่เจ็บ-ไม่แก่-ไม่ไข้-ไม่หนาว-ไม่ตายเป็น
ถึงได้เรียกว่า‘พระนิพพาน’
พระนิพพานนั้น
ท่านจึงว่า‘ความเย็น-ความไม่ทุกข์-ความไม่เดือดร้อน’**
เมื่อพระวักกลิได้ยินอย่างนั้นแล้ว
พระวักกลิก็เลยอยากเห็นพระพุทธเจ้า
ก็เลยแสวงหาตัวพระวักกลิเอง ปฏิบัติตัวพระวักกลิเอง
**เมื่อปฏิบัติตัวเอง-เห็นตัวเอง-เข้าใจตัวเองในชีวิตของตัวเอง
(ว่า)เกิดมาทำไม-เพื่ออะไรแล้ว ก็เลยเห็นพระพุทธเจ้า
เมื่อเห็นเช่นนั้นแล้วก็ ผู้ใดเห็นธรรม-ผู้นั้นเห็นเรา
ท่านว่า ‘ผู้ใดเห็นเรา-ผู้นั้นเห็นธรรม’ ว่างั้น
เห็นธรรม ไม่ใช่ไปเห็นสี-เห็นแสง
เห็นธรรม ก็เห็นตัวเรากำลังทำ-กำลังพูด-กำลังคิดนี่แหละ
เห็นเรา ก็เห็นตัวเรานี่แหละ
นี่ละที่ว่า ‘ผู้ใดเห็นธรรม-ผู้นั้นเห็นเรา
ผู้ใดเห็นเรา-ผู้นั้นเห็นธรรม
ผู้ใดเห็นธรรม-ผู้นั้นเห็นพระตถาคต
ผู้ใดเห็นพระตถาคต-ผู้นั้นก็เห็นธรรม’**
ดังนั้น‘สัตว์ทั้งหลายจึงว่า เป็นตถาคตได้’ ท่านว่าอย่างนั้น
**สัตว์ทั้งหลายจึงเป็นพระพุทธเจ้าได้
ถ้าหากปฏิบัติตามแบบของพระพุทธเจ้า
เดี๋ยวนี้เราไม่ได้ปฏิบัติตามแบบของพระพุทธเจ้า
ถ้าหากเราปฏิบัติตามแบบของพระพุทธเจ้า
มันก็ต้องรู้ตามแบบของพระพุทธเจ้าสิ**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น