“…เดี๋ยวนี้เราไปสงสัยเรื่องอดีต-อนาคตมาก
แต่พระพุทธเจ้าท่านสอนบอกว่า ‘อดีตผ่านไปแล้ว-แก้ไขไม่ได้
อนาคตที่ยังไม่มาถึง-แก้ไขไม่ได้ แก้ไขได้เฉพาะปัจจุบัน’
เราจะทำยังไงจึงจะ**เอาอดีต-อนาคต-ปัจจุบัน เข้ามาไว้ให้มันใกล้ ๆ กัน
เราจึงจะเข้าใจมรรค-ผลอันสูงสุดได้**
เราเองเป็นคนทำ เพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนดีแล้ว
แต่เราเดี๋ยวนี้ไม่สนใจคำสอนของพระพุทธเจ้า
สนใจเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ อยากดัง
อยากมีชื่อ-มีเสียง อยากมีเกียรติ-มียศ
แน่ะ-มันเป็นอย่างนั้น จึงว่ามันเลยไม่ตรง
มันก็เลยไม่รู้ตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้
**อันนี้เป็นคำมั่นสัญญาของพระพุทธเจ้า ท่านว่า
‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย
ให้พวกเธอทั้งหลาย จงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้
ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้เหมือนกัน’
พระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่ตัวตน คือคนนั่นเอง
คือ ชีวิตนั่นแหละคือพระพุทธเจ้า**
แต่เราไม่เข้าใจพระพุทธเจ้า เข้าใจว่า(ว่าคือ)เจ้าชายสิทธัตถกุมาร
มันเข้าใจผิดกัน (อันนั้น)มันเป็นวัตถุ
จึงว่าเป็นบุคคลาธิษฐาน เป็นธรรมาธิษฐาน
บุคคลาธิษฐาน
อย่างที่หลวงพ่อพูดว่าสัตว์นรก ต้องไปตกนรก-ร้องไห้
ในขณะที่เราอยู่กลางประชุมชน-คนมาก เราร้อนอก-ร้อนใจ
นั่นแหละ เราตกนรกทั้งเป็นแล้ว
ถ้าเรานอนอยู่ เราก็นอนในกระทะทองแดง
ถ้าเรานั่งอยู่ เราก็นั่งอยู่ในกระทะทองแดง
ถ้าเรายืน เราก็ยืนอยู่ในกระทะทองแดง
มันเป็นอย่างนั้น อันนี้เป็นนรกปัจจุบัน
**ศึกษาธรรมะ-คำสอนของพระพุทธเจ้า ศึกษาใกล้ ๆ
ให้ทำอย่างที่ท่านสอนไว้
ถ้าเราไม่ทำอย่างท่าน จะรู้อย่างท่านได้ทำไม ?
เพราะท่านสอนไว้แล้วนี่ ‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔
ยืน-ให้มีสติรู้ นั่ง-ให้มีสติรู้ เดิน-ให้มีสติรู้ นอน-ให้มีสติรู้
คำว่า‘ความรู้’นั่น ก็แปลว่าสติ
บัดนี้เรามาพูดว่า‘ความรู้สึกตัว’
‘ความรู้สึกตัว’กับ‘สติ’ มันเป็นคำเดียวกัน
บัดนี้คู้-เหยียด เคลื่อนไหวโดยวิธีใด-ก็รู้
เช่น เราเคลื่อนไหวอยู่นี่ มันเคลื่อนไหว
บัดนี้มันกะพริบตา-ก็รู้ มันหายใจ-ก็รู้ มันคิด-ก็รู้
มันกะพริบตา คนอื่นมองเห็น
มันหายใจเข้า-หายใจออก คนอื่นมองเห็น
กลืนน้ำลายเข้าไปในลำคอ คนอื่นมองเห็น
ส่วนจิตใจนึกคิด คนอื่นมองไม่เห็น
ใครจะเห็นได้ด้วย(กับ)เรา ?
ก็เราเองเป็นคนรู้-เป็นคนเห็น**
*อันนี้เราไม่เคยศึกษาที่ใจ
เราไปศึกษานอกตัวเราไป เราก็เลยไม่รู้ของจริง*
ของจริงเรียกว่า‘สัจธรรม’
พูดถึงสัจธรรม วันนี้ก็มีอยู่ ๒ อย่าง
**‘สัจจะ’แปลว่าความจริง เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้
ถ้าพูดอีกอย่างเรียกว่า‘คนทุกคนเกิดมา(แล้ว)ต้องตาย
หนีไม่พ้นความตาย’** เด็กก็ตาย-คนเฒ่าคนแก่ก็ตาย
คนจน-คนรวยตายทั้งนั้น
คนมีความรู้ก็ตาย คนไม่มีความรู้ก็ตาย
อันนี้ก็เป็นสัจจะอย่างหนึ่ง ที่สัจจะอย่างนี้-อันนั้นมันเป็นของจริง
แต่เราไม่เคยรู้ว่าความตายคืออะไร ?
พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ‘ตายแล้วเกิด-ก็ผิด
ตายแล้วสูญ-ก็ผิด’ ทำยังไงจึงจะไม่ผิด ?
**เราก็ต้องศึกษาให้รู้ ถ้าเราไม่ศึกษา-ไม่รู้
เพราะพระพุทธเจ้าทำให้รู้ไม่ได้ แต่เพียงท่านแนะนำเท่านั้นเอง
ดังนั้นความรู้ประเภทนี้ จึงว่าหยิบยื่นให้กันไม่ได้
เพียงแต่แนะนำกันเท่านั้น แนะนำได้
แต่ว่าทำให้รู้ไม่ได้-ต้องทำเอง ถ้าคนใดทำ-ต้องรู้**
คนใดไม่ทำ บางทีอาจจะรู้-บางทีอาจจะไม่รู้
เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นอย่างนั้นเรื่องนี้ เรื่องสัจธรรม…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น