รู้สึกกาย รู้สึกใจ 11 มิถุนายน 2022

“…เดี๋ยวนี้เราไปสงสัยเรื่องอดีต-อนาคตมาก

แต่พระพุทธเจ้าท่านสอนบอกว่า ‘อดีตผ่านไปแล้ว-แก้ไขไม่ได้

อนาคตที่ยังไม่มาถึง-แก้ไขไม่ได้ แก้ไขได้เฉพาะปัจจุบัน’

เราจะทำยังไงจึงจะ**เอาอดีต-อนาคต-ปัจจุบัน เข้ามาไว้ให้มันใกล้ ๆ กัน

เราจึงจะเข้าใจมรรค-ผลอันสูงสุดได้**

เราเองเป็นคนทำ เพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนดีแล้ว

แต่เราเดี๋ยวนี้ไม่สนใจคำสอนของพระพุทธเจ้า

สนใจเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ อยากดัง

อยากมีชื่อ-มีเสียง อยากมีเกียรติ-มียศ

แน่ะ-มันเป็นอย่างนั้น จึงว่ามันเลยไม่ตรง

มันก็เลยไม่รู้ตามที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้

**อันนี้เป็นคำมั่นสัญญาของพระพุทธเจ้า ท่านว่า

‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น

แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย

ให้พวกเธอทั้งหลาย จงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้

ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้เหมือนกัน’

พระพุทธเจ้าจึงไม่ใช่ตัวตน คือคนนั่นเอง

คือ ชีวิตนั่นแหละคือพระพุทธเจ้า**

แต่เราไม่เข้าใจพระพุทธเจ้า เข้าใจว่า(ว่าคือ)เจ้าชายสิทธัตถกุมาร

มันเข้าใจผิดกัน (อันนั้น)มันเป็นวัตถุ

จึงว่าเป็นบุคคลาธิษฐาน เป็นธรรมาธิษฐาน

บุคคลาธิษฐาน

อย่างที่หลวงพ่อพูดว่าสัตว์นรก ต้องไปตกนรก-ร้องไห้

ในขณะที่เราอยู่กลางประชุมชน-คนมาก เราร้อนอก-ร้อนใจ

นั่นแหละ เราตกนรกทั้งเป็นแล้ว

ถ้าเรานอนอยู่ เราก็นอนในกระทะทองแดง

ถ้าเรานั่งอยู่ เราก็นั่งอยู่ในกระทะทองแดง

ถ้าเรายืน เราก็ยืนอยู่ในกระทะทองแดง

มันเป็นอย่างนั้น อันนี้เป็นนรกปัจจุบัน

**ศึกษาธรรมะ-คำสอนของพระพุทธเจ้า ศึกษาใกล้ ๆ

ให้ทำอย่างที่ท่านสอนไว้

ถ้าเราไม่ทำอย่างท่าน จะรู้อย่างท่านได้ทำไม ?

เพราะท่านสอนไว้แล้วนี่ ‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔

ยืน-ให้มีสติรู้ นั่ง-ให้มีสติรู้ เดิน-ให้มีสติรู้ นอน-ให้มีสติรู้

คำว่า‘ความรู้’นั่น ก็แปลว่าสติ

บัดนี้เรามาพูดว่า‘ความรู้สึกตัว’

‘ความรู้สึกตัว’กับ‘สติ’ มันเป็นคำเดียวกัน

บัดนี้คู้-เหยียด เคลื่อนไหวโดยวิธีใด-ก็รู้

เช่น เราเคลื่อนไหวอยู่นี่ มันเคลื่อนไหว

บัดนี้มันกะพริบตา-ก็รู้ มันหายใจ-ก็รู้ มันคิด-ก็รู้

มันกะพริบตา คนอื่นมองเห็น

มันหายใจเข้า-หายใจออก คนอื่นมองเห็น

กลืนน้ำลายเข้าไปในลำคอ คนอื่นมองเห็น

ส่วนจิตใจนึกคิด คนอื่นมองไม่เห็น

ใครจะเห็นได้ด้วย(กับ)เรา ?

ก็เราเองเป็นคนรู้-เป็นคนเห็น**

*อันนี้เราไม่เคยศึกษาที่ใจ

เราไปศึกษานอกตัวเราไป เราก็เลยไม่รู้ของจริง*

ของจริงเรียกว่า‘สัจธรรม’

พูดถึงสัจธรรม วันนี้ก็มีอยู่ ๒ อย่าง

**‘สัจจะ’แปลว่าความจริง เปลี่ยนแปลงไปไม่ได้

ถ้าพูดอีกอย่างเรียกว่า‘คนทุกคนเกิดมา(แล้ว)ต้องตาย

หนีไม่พ้นความตาย’** เด็กก็ตาย-คนเฒ่าคนแก่ก็ตาย

คนจน-คนรวยตายทั้งนั้น

คนมีความรู้ก็ตาย คนไม่มีความรู้ก็ตาย

อันนี้ก็เป็นสัจจะอย่างหนึ่ง ที่สัจจะอย่างนี้-อันนั้นมันเป็นของจริง

แต่เราไม่เคยรู้ว่าความตายคืออะไร ?

พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า ‘ตายแล้วเกิด-ก็ผิด

ตายแล้วสูญ-ก็ผิด’ ทำยังไงจึงจะไม่ผิด ?

**เราก็ต้องศึกษาให้รู้ ถ้าเราไม่ศึกษา-ไม่รู้

เพราะพระพุทธเจ้าทำให้รู้ไม่ได้ แต่เพียงท่านแนะนำเท่านั้นเอง

ดังนั้นความรู้ประเภทนี้ จึงว่าหยิบยื่นให้กันไม่ได้

เพียงแต่แนะนำกันเท่านั้น แนะนำได้

แต่ว่าทำให้รู้ไม่ได้-ต้องทำเอง ถ้าคนใดทำ-ต้องรู้**

คนใดไม่ทำ บางทีอาจจะรู้-บางทีอาจจะไม่รู้

เพราะว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ดีแล้ว

เป็นอย่างนั้นเรื่องนี้ เรื่องสัจธรรม…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *