รู้สึกกาย รู้สึกใจ 8 มิถุนายน 2022

“…*คนไม่เห็นความคิดตัวเอง ไปเห็นพระพุทธรูป

เห็นสี-เห็นแสง เห็นเทวดา

ล้วนไม่เห็นความคิดทั้งนั้น มันเป็นมายา*

**ตามที่ผมปฏิบัติมาครับ

เมื่อมาเห็นความคิด-เข้าใจความคิด-สัมผัสความคิดได้ดี

มันคิดอะไรก็รู้ มันเห็น-มันเข้าใจ

เรื่องเล็ก ๆ เท่านั้นเอง แต่คนไม่เข้าใจ

คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมด ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์

พระสูตร-พระวินัย-พระอภิธรรม

รวมความมาแล้ว อยู่ที่กาย-วาจา-ใจ

ถ้าพูดง่าย ๆ นะ

‘ดูใจ-เรื่องดูใจเป็นเรื่องสำคัญ คิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ’**

ผมเลยเปรียบกับนักมวยขึ้นเวทีไม่ต้องไหว้ครู

คู่ต่อสู้มาปั๊บ ชกใส่ลูกตานั่นเลย-ใส่ลูกตา

แล้วคู่ต่อสู้มันลืมตาไม่ขึ้น มันล้มเลย

อันนี้ก็เหมือนกัน **คิดปุ๊บ-เห็น มันก็หยุดเลย**

ถ้าขึ้นไปบนเวที(แล้ว)ว่าแต่ตัวเองเก่ง ชกไปเท่าไหร่ก็ไม่ถูก

มีแต่โดนเขาชกเอา-น๊อคเอา เรามีแต่ล้มเอา-ล้มเอาทุกครั้ง

ผลที่สุดก็แพ้ แพ้คือกลัว

**ฝึกหัดธรรมะ ต้องฝึกกับคู่ต่อสู้

ไม่ใช่ต่อสู้กับคนภายนอก ต่อสู้กับความคิด

พอมันคิด…ก็เออ-มันคิดมาแล้ว รู้-เข้าใจ-สัมผัสได้

ความคิดมันถูกหยุดทันที

รู้ความคิด-มันหยุดแล้ว มันก็ไม่ถูกปรุงแล้ว**

ถ้าปรุง นั่นเรียกว่า‘สังขารปรุงแต่ง’

สังขารคือปรุง รูปกายนี่อันหนึ่ง-อันนี้มันเป็นส่วนนอก

**สังขารปรุง-ความคิดนี่ปรุงแต่ง

มันแต่งให้ทุกข์-ให้สุข ให้ดี-ให้ชั่ว มันพูดอยู่คนเดียว

ถ้าเราไม่เห็นมัน มันก็เข้าไปในความคิด

เข้าไปแล้ว-ออกไม่เป็น ทุกข์อยู่ตลอดเวลา**

เหมือนกับคนเข้าถ้ำ เข้าถ้ำนี่-นึกว่าตัวเองเห็นถ้ำ

นี่ไม่เห็น-เพราะอยู่ในถ้ำ มันมืดตื๋อ

ออกมานอกถ้ำถึงเห็น เห็นปากถ้ำ-เห็นในถ้ำ

นี่เราออกมานอกความคิด

**พอมันคิด เราออกนอกความคิดเลย

ให้เอาสติหรือปัญญาดูความคิด

เห็น-รู้-เข้าใจ ความคิดถูกหยุดเลยทันที*

อันนี้พูดให้ฟัง ให้รู้จำ-รู้จัก

คือ**ให้ดูคิด**

‘รู้แจ้ง’ คือเรารู้เอง

‘รู้จริง’ คือเรารู้-เห็น

ท่านจึงพูดว่า **‘สันทิฏฐิโก-อันผู้รู้จะพึงเห็นเอง’

‘อะกาลิโก-ไม่ประกอบกาลและเวลา’

จะเป็นยุคใด-สมัยใด ก็เป็นอยู่อย่างนั้น

มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ มันก็เป็นอยู่อย่างนั้น

ไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ มันก็เป็นอยู่อย่างนั้น

ขอให้มีคน ถ้าเป็นคนแล้ว-มันคิดด้วยกันหมด

พระเณรก็คิดเหมือนกัน ญาติโยมก็คิดเหมือนกัน

คนไทย-คนจีนคิดเหมือนหมดทั้งนั้น เรื่องความคิดไม่ผิดกัน**

อันนี้จึงว่า‘ธรรมะมีอยู่ก่อนพระพุทธเจ้า แต่ไม่มีคนมาค้น-มาเห็น’

เมื่อมีคนมีปัญญามาพบ-มาเห็น

ไม่ใช่ปัญญาศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกจบ ไม่ใช่ปัญญาอันนั้นแน่ ๆ

มีพระบางองค์เรียนจบปริญญาเอกหลาย ๆ แขนง แต่ทุกข์เกือบตาย

อันนั้นไม่ใช่ปัญญาแก้ทุกข์

**ปัญญาแก้ทุกข์ ไม่มาก-น้อย ๆ

พอมันคิดมา-ก็รู้

รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้ เอาชนะมันได้**

เหมือนนักมวยขึ้นเวทีแล้ว ไม่ต้องไหว้ครู

ไม่ต้องไปควานหาพระไตรปิฎก ว่ามันอยู่ในสูตรใดหนอ

หน้าไหนหนอ-ย่อหน้าไหนหนอ ไม่ต้องไปหาจริง ๆ เรื่องนี้

**นี่คือยอดของบุญจริง ๆ นี่ยอดของความไม่มีทุกข์จริง ๆ**

บุญคืออะไร ? **บุญคือรู้ตัวเรานี่แหละ

บุญมากที่สุด คือรู้ตัวเรา-รู้จักความคิดของเรา**

บุญมากที่สุด

**บาปมากที่สุดคืออะไร ?

คือคนลืมตัวนี่แหละ คนไม่เห็นความคิดตัวเองนี่แหละ

ทำไมว่าบาปมากที่สุด ? ก็มันทุกข์**

‘ทุกข์’กับ‘บาป’ มันก็ตัวเดียวกันนั่นแหละ

**‘บุญ’กับ‘ไม่มีทุกข์’ก็อันเดียวกัน

อย่าไปมัวหาสวรรค์อยู่บนฟ้า อย่าไปหานิพพานอยู่บนฟ้า

อย่าไปหามัน นรกใต้ดินก็อย่าไปหา

ท่านสอนให้แก้ที่ปัจจุบันนี่

พระพุทธเจ้าท่านสอน ‘อดีตที่ผ่านไปแล้ว-อย่าไปสนใจมัน

อนาคตยังมาไม่ถึง อย่าไปสนใจมัน

แก้ปัจจุบันนี่’**

เมื่อปัจจุบันเป็นอย่างไร อนาคตก็เป็นอย่างนั้น

เมื่อมันแก้แล้ว หายไปได้

**ถ้ามันผิด ก็อย่านำไปปฏิบัติ

ถ้ามันถูก-ก็เอาไปปฏิบัติ เพราะมันแก้ไขตัวเองได้

เมื่อแก้ไขตัวเองได้แล้ว ก็ไปบอกผู้อื่นต่อ**

หากไม่มีทุกข์ ไม่ต้องปฏิบัติธรรมก็ได้

ไม่ว่าศาสนาไหนก็ปฏิบัติได้หมด ไม่ยกเว้น

ไม่ใช่คนถือศาสนาพุทธแล้วถึงปฏิบัติได้

ถือศาสนาคริสต์แล้ว ปฏิบัติไม่ได้

ถือศาสนาคริสต์แล้ว ปฏิบัติได้

ถือศาสนาพุทธแล้ว ปฏิบัติไม่ได้

นรกมีหมด

คนถือศาสนาพุทธ ก็มีนรก

คนถือศาสนาคริสต์ ก็มีนรก

คนถือศาสนาอิสลาม ก็มีนรก

ศาสนาฮินดู ก็มีนรก

ถ้านรกมีแต่ศาสนาพุทธ จะไปนับถือมันทำไมศาสนาพุทธ

ก็ไปถือศาสนาคริสต์ที่ไม่มีนรกนะซิ ไปถือศาสนาอิสลามโน่นสิ

ไปถือศาสนาพราหมณ์-ศาสนาฮินดูโน้นสิ

เขาอยากไปตกนรกหรือเปล่า ?

เขาไม่อยากตกนรก จะไปถือมันทำไม-ศาสนาพุทธ

แต่ถ้ามีนรกแต่ศาสนาคริสต์

เราก็ทิ้งศาสนาคริสต์ซะ มันก็แล้วกันเท่านั้น

อันนี้แหละ เราไม่เข้าใจเรื่องพุทธศาสนา

‘พุทธะ’ แปลว่าผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบาน

‘ศาสนา’ แปลว่าคำสอนของคน-คนผู้รู้

ศาสนา-ไม่ใช่พุทธศาสนานะ ฟังให้เป็น

คนรู้เรื่องไหว้ผี เรียกว่า‘ศาสนาผี’

ศาสนาพราหมณ์ ฤกษ์งาม-ยามดี

อันนั้นเป็นศาสนาพราหมณ์

คนรู้เรื่องอันใด เขา(เอา)อันนั้นมาสอน

เรียกว่า‘ศาสนา’ (คือ)คำสอนของท่านผู้รู้…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *