รู้สึกกาย รู้สึกใจ 7 มิถุนายน 2022

“…**แบบนี้ต้องแบบลืมตา ไม่ต้องนั่งหลับตา

ทำการ-ทำงานได้**

เรียกว่า‘สมมติบัญญัติ-เราเห็นแล้ว’

บัดนี้‘ปรมัตถ์’ แปลว่าของจริง

‘อรรถ’ แปลว่าลึก

คือ**จิตใจมันคิด-มันลึก มันยากที่บุคคลจะรู้ได้-เห็นได้

จำเป็นต้องเป็นคนมีสติสอดรู้-สอดเห็น**

‘อรรถบัญญัติ’ หมายถึงมรรค ๘

คือ พระโสดามรรค-พระโสดาผล (เป็นต้น)

คำว่า‘มรรค ๘’ มันมีหลายซ้อน

ที่พูดนี้-พูดส่วนหนึ่ง ไม่ได้พูดส่วนตำรา

พูดตามความจริง ในทัศนะที่ว่าจะเอาไปดับทุกข์จริง ๆ

เมื่อเห็นตัวนี่แหละ เรียกว่า‘เห็นอรรถบัญญัติ’

อรรถตัวนี้บัญญัติขึ้นมา คือ**ให้เอาสติมาดูจิต-ดูใจ**

เพราะว่าจิตใจนั้นมันไม่เป็นตัว-เป็นตน ไม่เป็นรูป-เป็นร่าง

‘อรรถ’ แปลว่าลึก-ยากที่บุคคลจะรู้

(บุคคล)ที่รู้นั้น ต้องเป็นอริยบุคคล

‘อริยบัญญัติ’ คือเห็นแล้วปราบได้

**ไม่ให้ความหลงผิดเกิดขึ้น เรียกว่า‘อริยบุคคล’**

‘อริ’ แปลว่าข้าศึก

‘ยะ’ แปลว่าพ้นไป

คือ**ตัวมีสตินี้แหละ เป็นข้าศึกกับความหลง

ตัวสมาธินี้แหละ ไปฆ่ากับตัวโมหะ-โลภะ-โทสะ ๓ ตระกูลนี้

คือว่า ตัวสติ-สมาธิ-ปัญญานี้เป็นข้าศึกกับอันนั้น

เมื่อมีจำนวนนี้แล้ว จำนวนนั้นเกิดขึ้นไม่ได้

อันนี้ชื่อว่า‘เราต้องปฏิบัติได้’

ปฏิบัติไป-ปฏิบัติไป อย่าย่อหย่อน**

จะพูดอีกเรื่อง เรื่องนี้จำเป็นต้องพูด

เพราะ**มันเป็นวิธีปฏิบัติ นำไปดับทุกข์จริง ๆ

(คือ)เราดูความคิดนี้แหละ ดูไป-ดูไป-ดูไป-ดูไป

มันคิดอย่างไร ก็รู้เท่ารู้ทัน-รู้กันรู้แก้

รู้จักเอาชนะมันได้ทุกครั้ง-ทุกคราวนี้แหละ

มันจะโพลงตัวมันขึ้นมาเอง**

คำว่า‘โพลงตัว’นี้ เราไม่รู้จัก

**วิธีโพลงตัว

ความคิดยิ่งเร็ว สติปัญญาก็ยิ่งเร็ว

ถ้าตัวความคิดยิ่งลึก-อารมณ์ยิ่งลึก สติปัญญาก็ยิ่งลึก

ถ้าทุกวันทั้ง ๒ อย่างนี้ยิ่งลึกเท่ากัน แล้วกระทบกัน

แตกโพล๊ะออกมาเลย เรียกว่า‘โพลงตัวออกมา’

การโพลงตัวออกมานั้น คือความปรากฏ

จะปรากฏมาให้บุคคลที่ปฏิบัตินั้นได้ประสบในภาวะอันนี้

สภาวะอันนี้มันมีอยู่ในคนทุกคน มันเป็นเพียงธาตุชนิดหนึ่ง

เรียกว่า‘ธาตุดิน-ธาตุน้ำ-ธาตุลม-ธาตุไฟ’**

ขันธ์ ๕ เขาว่า‘รูป-เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ’

หรือว่าคำว่า‘โพลง’

ความที่มันโผล่-มันโพลงขึ้นมานั้น

มันจะหลุดออกมาจากกัน เหมือนกับน็อตเครื่องยนต์

น็อตที่มันขันเข้ากับเกลียวที่มันหวาน หรือว่ามันไม่เกาะกัน

เกลียวตัวนั้นมันสึกแล้ว แหวนตัวนี้มันก็สึก

พอยัดเข้ากัน เมื่อวาง-(น็อตกับแหวน)มันจะหลุดจากกันเลย

เขาก็เลยมาว่าเรื่อง‘อายตนะภายใน ๖-อายตนะภายนอก ๖

อย่าไปยึดมั่น-ถือมั่น’ เขาพูดกันอย่างนั้น-พูดเฉย ๆ

ตำรานั้นถูกแล้ว

แต่ว่า**(ถ้า)เราไม่รู้จักสมุฏฐานของมัน-มันก็ยึดอยู่นั้น

อันนี้เขาเรียกว่า‘มีอุปาทานแล้ว’**

แต่ที่ผมพูดนี้ ผมไม่ได้เรียกอุปาทานด้วยซ้ำ

ผมพูดนี้(คือ) **‘เมื่อน็อตกับแหวนมันยังมีเกลียวอยู่

มันจะต้องเกาะยึด มันต้องหมุนเข้ากันพอดี’

บัดนี้เราต้องมาทำให้เกลียวแหวนมันสึก

ตัวเกลียวน็อตก็ทำให้มันสึก

เมื่อเกลียว ๒ อย่างนี้ มีอยู่ก็ตาม

เอาเข้ากันแล้ว มันไม่เกาะกัน

เมื่อมันไม่เกาะกัน รถยนต์ก็วิ่งไม่ได้

แต่ว่าสำหรับตัวรถยนต์(ยัง)มีอยู่**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *