“…**หลวงพ่อมาอธิบายธรรมะ วิธีปฏิบัติธรรม
เพื่อไปแก้ปัญหาชีวิตของเราทุกคน**
(ทุกคน)ฟังแล้ว-ก็จำได้
แต่ว่าวิธีที่จะให้หลวงพ่อทำ(แล้ว)ให้(คนอื่น)รู้ ทำไม่ได้
มีวิธีเพียงแนะแนวให้ทำ
เพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ดีแล้วว่า
‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต
สัตว์ทั้งหลายเป็นตถาคต’
ข้อสุดท้ายท่านสอนเอาไว้ดีแล้วว่า
‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย
ให้พวกเธอทั้งหลาย จงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้
ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’
อันนี้เป็นคำเตือนของท่าน
แต่วิธีทำนั้น ท่านสอน**‘ให้มีสติกำหนดรู้ในอิริยาบถทั้ง ๔
ยืน-ให้มีสติกำหนดรู้ เดิน-ให้มีสติกำหนดรู้
นั่ง-ให้มีสติกำหนดรู้ นอน-ให้มีสติกำหนดรู้’**
เรียกว่า‘อิริยาบถทั้ง ๔’
แต่เท่านั้นก็ยังไม่พอ
ท่านสอน**‘ให้มีสติเข้าไปกำหนดรู้ในอิริยาบถย่อย
คู้-เหยียด เคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็ตาม-ให้รู้สึกตัว’**
บัดนี้ หลวงพ่อคิดว่า**ทุกคนทำได้**
เรามาทำเป็นพิธีกรรม เพราะจิตใจคนมันไม่เหมือนกัน
ระดับสติปัญญาก็ไม่เหมือนกัน
บางคนฟังแล้วเกิดปัญญา สามารถรู้จักวิธีทำ
บางคนฟังแล้ว ๒ ครั้ง- ๓ ครั้ง ยังไม่รู้จักวิธีทำ-ก็มี
เพราะระดับสติปัญญาคนมันไม่เหมือนกัน เป็นอย่างนั้น
หลวงพ่อก็เลยมา**ทำเป็นจังหวะ**
นั่งให้ตรง นั่งพับเพียบก็ได้
นั่งเหยียดตรงก็ได้ นั่งเก้าอี้ก็ได้ ขัดสมาธิก็ได้…นั่งตรง
แล้วก็เอามือวางไว้บนขาของเรานี่เองทั้ง ๒ มือ
พลิกมือขวาตะแคงขึ้น ให้รู้สึก
แต่ไม่ใช่ให้รู้(คิด)ว่าพลิกมือขวา ไม่ให้รู้อย่างนั้น
**เพียงแต่เอาความรู้สึกน้อย ๆ เบา ๆ**
บัดนี้พลิกมือขวาตะแคงขึ้น รู้สึกตัว
เอามือขวาชันไว้ที่ขาขวา ให้รู้สึกตัว
**ให้รู้สึกเบา ๆ ไม่ให้รู้สึกมาก**
ยกมือขวาขึ้นครึ่งตัว-ให้รู้สึก มันหยุด-ก็ให้รู้
เอามือขวาเข้ามาแนบที่สะดือไว้ ให้มันรู้
พลิกมือซ้ายตะแคงไว้อย่างนี้ ให้รู้สึก
ยกมือซ้ายขึ้น(ครึ่งตัว)อย่างนี้ ให้รู้สึก
เอามือซ้ายเข้ามาแนบไว้กับมือขวาที่สะดือ ให้รู้สึก
บัดนี้เลื่อนมือขวาขึ้นหน้าอก-เอาไว้อย่างนี้ ให้รู้สึก
เอามือขวาออกมาตรงข้างอย่างนี้ ให้รู้สึก
ลดมือขวาลงที่ขาขวา ให้รู้สึก
คว่ำ(มือขวา)ลง ให้รู้สึก
บัดนี้ก็มาเลื่อนมือซ้ายขึ้นหน้าอก ให้รู้สึก
เอามือซ้ายออกตรงข้าง ให้รู้สึก
ลดมือซ้ายลงที่ขาซ้าย ให้รู้สึก
คว่ำ(มือซ้าย)ลง ให้รู้สึก
อันนี้เวลาเก็บมือเข้า ซ้าย-ขวานี่มี ๖ จังหวะ
เวลาเก็บมือออก ซ้าย-ขวามี ๘ จังหวะ
อันนี้เป็นวิธีที่ทำให้มันเข้ากันกับหลักที่พระพุทธเจ้าสอนว่า
‘ให้มีสติกำหนดรู้’นั่นเอง เรียกว่า‘เป็นการเจริญสติ’
**การเจริญสติแบบนี้ ถ้าหากพูดแล้วรู้ภาษากัน-ทำได้ทุกคน**
เว้นแต่ที่ไม่รู้ภาษากัน
เพราะพระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้ดีแล้วว่า
**‘ถ้าทำถูกต้อง-ต้องรู้ ทำไม่ถูกต้อง-ไม่รู้’**
แต่เรารู้มานั้น เพียงรู้จำมา
รู้จำ-รู้จัก รู้แจ้ง-รู้จริง
*รู้ธรรมะ เพียงแนะนำ(ให้กัน)ได้-ทำให้รู้ไม่ได้*
แม้พระพุทธเจ้ายังมีลมหายใจอยู่ ก็เช่นเดียวกัน
ท่านแนะนำวิธีทำได้
แต่ท่านไม่มีความสามารถจะทำให้คนนั้น-คนนี้รู้ได้
ถ้าหากพระองค์มีความสามารถทำให้คนนั้น-คนนี้รู้ได้
ยุคนั้น-พระองค์คงจะทำให้รู้ได้หมดทุกคน ใช่ไหม ?
อันนี้ให้เราเข้าใจอย่างนี้-ธรรมะ
**ธรรมะจึงว่า รู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง
เรียกว่า‘สันทิฏฐิโก-อันผู้รู้จะพึงเห็นเอง
อะกาลิโก-ไม่ประกอบกาลและเวลา’
จะเป็นยุคไหน-สมัยไหนก็ได้ ถ้าเราทำถูกต้อง
ถ้าเราทำไม่ถูกต้อง
จะเป็นยุคไหน-สมัยไหน ก็ไม่รู้**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น