รู้สึกกาย รู้สึกใจ 29 พฤษภาคม 2022

“…**อันความไม่รู้นั้น เรียกว่า‘โมหะ’

บัดนี้เมื่อสติเข้าไปรู้แล้ว โมหะไม่มี**

*ความจริงแล้ว โมหะ-โลภะ-โทสะไม่ได้มีเลย*

ทำไมจึงว่าไม่มี ?

ที่ท่านทั้งหลายฟังผมพูดอยู่ ขณะนี้จิตใจเป็นอย่างไร ?

อันนี้แหละเป็นตัวธรรมชาติชนิดหนึ่ง

‘ตัวใจ’กับ‘ตัวรูป’นี้ เป็นคนละส่วน-แต่มันอาศัยซึ่งกันและกัน

รูปที่มองเห็นด้วยตาเป็น‘รูป’

จิตใจที่มันนึกคิดเป็น‘นาม’

เรารู้จักเรื่องสมมติ

รู้จักว่าศาสนา-พุทธศาสนา บาป-บุญ

**บาปคือโง่

บุญคือฉลาด หรือรู้แล้วก็เลิกได้-ไปเป็นคนฉลาด**

ศาสนาคือตัวคน

**พุทธศาสนา คือตัวสติปัญญาเข้าไปรู้ตัวจิตใจ

พุทธะ แปลว่าผู้รู้**

ศาสนาที่เป็นวัตถุนั้นก็ดี ไม่ได้ปฏิเสธ

อย่างวัดวาอาราม โบสถ์ วิหาร พุทธรูป เจดีย์

เป็น*ศาสนาสมมติ แก้ทุกข์ไม่ได้

ทำแล้วก็ดีใจชั่วขณะเท่านั้น*

‘ดีใจ’กับ‘ใจดี’นั้น ไม่เหมือนกัน

*เมื่อเรามาเห็นอันนี้(รูป-นาม)-ดีใจ แต่ตัวใจดีนั้นยังไม่มี

ยังไม่เห็นตัวใจดี เพราะเรายังไม่เห็นตัวชีวิตเรา*

บัดนี้**เราก็มาทำความรู้สึกอย่างที่ผมว่านี้

กำมือ-เหยียดมือ (กะ)พริบตา อ้าปาก

หายใจเข้า-หายใจออก

ให้มีความรู้สึกตัว

บัดนี้ความคิดมักจะปรากฏขึ้นมาแว๊บหนึ่ง

เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ**

*โดยมากเราเห็นความคิด เราเห็นแล้วเรารู้เป็นเรื่องไปเลยนั้น

(อย่างนี้)รู้ความคิด ไม่ใช่เห็นความคิด

เราเข้าไปอยู่ในความคิดนั้นแล้ว เราไม่ได้เห็นความคิดของเรา*

สมมติขณะนี้เราอยู่บนบ้าน

เราเข้าไปในห้องแล้ว เข้าไปนอนในมุ้ง

เมื่อเราเข้าไปอยู่ในห้องนอนนั้น เราจะไม่เห็นนอกห้อง

เมื่อเราอยู่ในบ้าน เราจะไม่เห็นหลังคาบ้าน

มันเป็น ๓ ชั้น

เราต้องไม่เป็นอย่างนั้น

คือว่า**มันคิด เราเห็น-เรารู้

เราเลยออกจากความคิดได้ เราไม่เข้าไปในความคิด**

เปรียบเหมือนเราไม่ต้องเข้าไปในมุ้ง

ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในห้องนอน และไม่ต้องเข้าไปอยู่ในบ้าน

ออกมาชานบ้าน หรืออยู่ลานบ้าน

เรามองดูประตู เราก็เห็น

เหลียวมองในห้อง เราก็เห็น

เหลียวมองมุ้ง เราก็เห็น

อันนี้เราเห็นความคิด-รู้ความคิด-เข้าใจความคิด

**พอมันคิด

ทีแรกจะเป็นเรื่องไป ปะติดปะต่อเป็นอารมณ์ไป

บัดนี้มันคิด…เราเห็น-เรารู้ความคิด (ความคิด)มันหยุด**

อุปมาเหมือนบ้านเรามีหนู

เราไม่มีความสามารถที่จะไปไล่หนูออกจากบ้านได้

หนูมันจึงกัดเสื้อผ้า-สิ่งของเสียหายหมด

เราจำเป็นต้องไปเอาแมวมาเลี้ยง

แมวกับหนูเป็นปรปักษ์กัน ถ้ามีแมวแล้ว-หนูมันกลัว

ทีแรกหนูตัวใหญ่-แมวตัวเล็ก

พอหนูมา-แมวก็ตะครุบหนู หนูตัวใหญ่ก็วิ่งหนี

แมวมันไม่ยอมวาง มันก็ติดหนูไป

เหนื่อยแล้ว-มันก็วางหนู หนูมันก็หนีไปพ้น (หนีไปได้)

แต่เราไม่ต้องไปสอนให้แมวจับหนูอีก

**เพียงเอาอาหารให้แมวกิน

ให้แมวมันใหญ่ขึ้น-อ้วนโตขึ้น มีกำลังมากขึ้น

เวลามีหนูมา แมวจะกระโจนจับอย่างแรงทันที

หนูมันตกใจ-มันช็อกสลบทันที** เพราะมันไม่เคยถูกแมวจับ

พอแมวจับหนู เลือดที่ร่างกายของหนูมันหยุดวิ่ง

แมวกินหนู เลยไม่มีเลือด

**ความคิดเราก็เหมือนกัน

พอมันคิดเข้ามา…เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ มันหยุดทันที

เหมือนแมวจับหนูนั้นแหละ

พอมันคิด เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ

ความคิดมันเลยไม่ถูกปรุงไป

เพราะเรามีสติ-หรือมีสมาธิ-มีปัญญาแล้วในขณะนี้**

…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *