“…**เมื่อพูดถึงอาการเกิดดับ ที่เราไม่มีทุกข์จริง ๆ นั้น
เราจะเห็นภาวะชนิดหนึ่ง
ภาวะชนิดนี้เรียกว่า‘ตายเสียก่อนตาย(ตั้งแต่)ที่ยังมีลมหายใจ’
เรารู้จักวิธีตาย วิธีตายมันต้องเป็นอย่างนี้-อย่างนี้
อันนี้เรียกว่า‘อาการเกิดดับ’
ตายเสียก่อนตาย(ตั้งแต่)ยังเมื่อมีลมหายใจ ว่าอย่างนี้**
ไม่ใช่ว่ามันนึก มันเกิดแล้วมันดับไป
อันนั้นก็เป็นอาการเกิด-ดับโดยสมมติ
ดังนั้นจึง ท่านผู้รู้หรือใครพูด-ผมก็ไม่รู้
แต่ว่า ‘โย จะวัสสะสะตัง ชีเว อัปปะสัง อุททะยัพพะยัง
เอกาหัง ชีวิตัง เสยโย ปัสสัตโต อุททะยัพพะยัง’
ท่านว่า **‘บุคคลบวชมา ๑๐๐ พรรษา
แต่ไม่เห็นอาการเกิดดับอันนี้
การบวชของบุคคลนั้นเป็นหมัน
บุคคลบวชเข้ามาวันเดียว พิจารณาเห็นอาการเกิดดับ
หรือเห็นอาการเกิดดับ มีประโยชน์กว่า
มีผลกว่าบุคคลผู้ที่บวชมา ๑๐๐ พรรษา’**
การบวชนี่ มันเป็นอย่างนั้น
บัดนี้มาพูดถึงฆราวาส **บุคคลที่เกิดมาร้อยวันพันปีก็ตาม
เมื่อไม่เห็นอาการเกิดดับนั้น ชีวิตของคนนั้นเป็นหมัน
คนเกิดมาเพียงวันเดียว มารู้-มาเห็น-มาเข้าใจอันนี้
ชีวิตของคนนั้นมีประโยชน์ มีค่า-มีคุณมาก**
คนเกิดมาเพียงวันเดียว มันพลิกคิงติงโต(พลิกตัว)ได้ไหม ?
มันพลิกไม่ได้
ก็ต้องหาพี่เลี้ยงไปช่วยพลิก-ช่วยกลิ้งเอา คนเกิดมาวันเดียว
สมมติอย่างที่ผมพูดนี่ ดอกไม้เตรียมแล้วท่า(คอย)ที่จะบาน
เมื่อแสงตะวันหรือแสงแดดโผล่ออกมา เราก็บานได้
คนเราทุกคนตั้งใจมาเจริญสติ มาเจริญปัญญา
เมื่อมีบุคคลใดมาพูดให้เราฟัง
เราต้องฟังด้วยความเคารพ ฟังด้วยสติปัญญา
ไม่ใช่คนนั้นพูดแล้ว-ไม่ถูกใจเรา ‘โอ๊ะ คนนั้นพูดผิด’
แน่ะ-เราผิดโดยไม่รู้สึกตัว อันนั้นท่านสอนเอาไว้(ว่า)
**‘เอาชนะคนอื่นร้อยครั้งพันหน ไม่มีประโยชน์เท่าเอาชนะตนทีเดียว’
อันเอาชนะตนนั้น คือว่ามันคิดอะไร-เพราะเรื่องอะไร
เราจะเห็นต้นตอของความทุกข์** นี่เป็นอย่างนั้น
คือเราไม่เคยมามองที่ตรงนี้เลย
อันนั้นเรียกว่าเอาข้าวผีไปหว่านลงในนา แล้วออกมามีแต่ข้าวผี
ข้าวไม่มีวิตามิน ไม่มาพูดกันเรื่องจิตใจเลย
พูดกันแต่เรื่องอะไร จิปาถะ-ร้อยอันพันเรื่องมา
อันนั้นเรียกว่าข้าวผี ข้าวไม่มีวิตามิน
กินเท่าใด-มันก็ไม่มีแรง เพราะมันไม่มีวิตามิน
สู้ข้าวเจ้า-ข้าวเหนียวเม็ดเดียวที่มีวิตามินไม่ได้
มันเป็นอย่างนั้น
อันที่พูดนี้ มันเป็นเรื่องสมมติ
เพราะพูดให้กันฟังด้วยความจริงใจ
ดังนั้นที่เรามาประชุมกันที่ธรรมสถาน
ที่นี้เราหวังว่าจะมาฟื้นฟูหลักพุทธศาสนา
แล้วเราจะเอาคำสอน หรือคำสอนของพระพุทธเจ้านั่นแหละ
*เราได้ประพฤติ-ปฏิบัติตามมาแล้ว
รู้แจ้ง-เห็นจริงในสภาพหรือภาวะอันนั้น
เมื่อเราดับทุกข์(ของ)เราได้ คนอื่นก็เหมือนกันกับเรา
เรารีบเอาคำสอนที่มันดับทุกข์ได้นั่นแหละ
ไปเผยแผ่ให้บุคคลที่ยังไม่รู้ ได้รู้
ให้บุคคลที่ยังไม่เคยได้ยิน ได้ยิน
ให้บุคคลที่ไม่เข้าใจ จะได้เข้าใจ*
ตามปกติ-พูดของจริงให้ฟัง คนไม่ชอบ
เอาล่ะ ที่ได้นำมาเล่าให้ฟังวันนี้-ก็ว่าสมควร
ท้ายที่สุดนี้ ผมและเพื่อนภิกษุ-สามเณร
และฆราวาส-ญาติโยม ที่มีชีวิต-จิตใจอยู่ในขณะนี้
ขอวิงวอน อ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า
และพระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และคุณของพระอรหันตสาวก
(ของ)พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นแหละ
มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา
**ให้พวกเราได้มองลงไปถึงต้นตอของชีวิต-จิตใจของเรา
ให้เราทั้งหลายที่มีชีวิตอยู่ในขณะนี้นี่แหละ
ได้พบ-ได้เห็น-ได้รู้-ได้เข้าใจซาบซึ้ง
จิตใจสะอาด-สว่าง-สงบของเรา
มีพร้อมแล้วทุกสิ่ง-ทุกอย่าง ทุกประการ
ในระยะเวลาอันใกล้นี้ จงทุก ๆ คนเทอญ.**”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น