“…เมื่อพูดความจริงให้เพื่อนฟัง
บางคนก็หาว่าเราโกหก มันเป็นอย่างนั้น
ทั้ง ๆ ที่คนทุกคนต้องการความจริง
แต่เมื่อเอาของจริงให้ กลับไม่เอา
มีพี่ชายคนหนึ่ง ไม่เอาจนตายเลย
เป็นลูกพี่-ลูกน้องกัน ไม่ใช่พี่ชายจริง
พี่คนนี้ท่านรักอาตมามากจริง ๆ ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา
แต่เมื่อมาพูดให้ฟังบ่อย ๆ ก็เลยเกลียดอาตมา
เข้าใกล้กันไม่ได้เลย
ตัวของอาตมาเองนี่ไปบ่อย ไปหา
แต่พอเห็นหน้ากันแผล็บเดียว ท่านก็หนีเลย-ท่านเกลียดขี้หน้า
ว่าเราพูดแต่เรื่องเก่า ว่าอย่างนั้น
‘คิดอย่างนี้-มันดีอะไร ?’ (ท่านว่า)
*ก็มันไม่มีเรื่องอะไร มีแต่เรื่องนี้เท่านั้น
ก็ต้องพูดเรื่องเก่านี้แหละให้ฟัง*
เพราะเป็นของเก่ามาแต่สมัยของพระพุทธเจ้าแล้ว
**‘พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ เพราะการกระทำทางจิต-ทางใจ’**
ไปพูดที่ไหน ก็ต้องพูดอย่างนี้
พูดเรื่องรูป-เรื่องนามนี้
‘พูดความเก่าให้ฟัง มันมีประโยชน์อันใด ?’ ท่านว่าอย่างนั้น
เอ๊า! ก็พูดความเก่านั้นสิ ของเก่ามันต้องเป็นอย่างนี้
พระพุทธเจ้าท่านสอนเรื่องนี้
มันก็เลยไม่เอาทั้งผัว-ทั้งเมีย
ตายทิ้งเลยทั้ง ๒ คน ไม่ได้รู้ธรรมะ
นี้แหละขอให้พวกเราเข้าใจ
**บทแรกที่สุด
ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง มันจากไปเอง
แต่เวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณมีอยู่
◎ เวทนาเสวยอารมณ์ไม่ทุกข์
◎ สัญญาจำอารมณ์ได้…อารมณ์ทุกข์-สุข จำได้
อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้
◎ สังขารไม่ปรุงไปในทางที่ผิด ทวนกระแสของน้ำตรงนี้
◎ วิญญาณรู้ รู้อันนี้-รู้อันที่มันไม่ทุกข์นี้**
วิญญาณนั้น ไม่ใช่ว่าวิญญาณคนตายแล้วมันล่องลอยไป
อันนั้นมันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
อันนั้นมันไม่ใช่คำสอนของพระพุทธเจ้า
**รับรองได้จริง ๆ เรื่องนี้
รับรองสอนจริง ๆ เรื่องนี้ อาตมาไปปฏิบัติไม่นาน
จึงกล้ายืนยันว่า ทุกคนปฏิบัติอย่างนี้ ต้องรู้อย่างนี้
รู้ได้ทุกคน
ขอให้เป็นมนุษย์-เป็นคนเหมือนกันนี่แหละ รู้จริง ๆ**
ที่จะไม่รู้นั้น
ก็เพราะมันเป็นคน แต่คนละคนกัน
อย่างในขณะที่ปฏิบัติด้วยกันนั้นมี ๒๘ คน
เป็นพระ ๒๓ รูป โยม ๕ คน
แต่รู้ไม่เหมือนกันจริง ๆ
เพราะคน-ก็คนละคนกัน **การกระทำก็ต่างกัน
ผลที่ออกมาจึงรู้ไม่เหมือนกัน**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น