รู้สึกกาย รู้สึกใจ 2 เมษายน 2022

“… ‘อนิจจัง-ทุกขัง-อนัตตา’

ที่พ่อแม่ปู่ย่าตายาย และครูบาอาจารย์บอก-สอนมานั้น

ท่านว่า‘ทุกขังแปลว่าทนไม่ไหว อนิจจังแปลว่าไม่เที่ยง

อนัตตาแปลว่าบังคับไม่ได้ เช่น ผมหงอก-ฟันหัก

หรือนั่งนาน ๆ มันเจ็บหลัง-ปวดเอว ปวดแข้ง-ปวดขา’

อันนั้นถูกน้อย-ถูกไม่ถึง ๕๐% อย่างมาก ๓๐%

**ทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา ที่พระพุทธเจ้าสอนนั้นคือ

ให้มากำหนดในอิริยาบถใหญ่และอิริยาบถย่อยนี้

แล้วมันจะมีปัญญาบารมีรู้ออกมา**

ปัญญาบารมีนั้น

‘บารมี’ แปลว่ามีพร้อมอยู่

คือ**ตัวปัญญา ตัวรู้ที่จะรู้

หรือว่าที่จะทำหน้าที่รู้ของมันนั้น มีพร้อมอยู่แล้วที่ตรงนี้

มันไม่ใช่ว่าได้ให้ทาน

สร้างสมอบรมมาแล้วอย่างนั้น-อย่างนี้ ร้อยกัป-พันกัลป์

จึงจะมีได้

อันนั้นมันเป็นการเข้าใจน้อย**

*การเจริญปัญญาบารมีของพระพุทธเจ้า

พระองค์มีความหมายให้เรามากำหนด

ในอิริยาบถน้อยใหญ่นี้เอง อย่างนี้ถูก*

**เมื่อกำหนดในอิริยาบถ

ตัวสติ-ตัวสมาธิ-ตัวปัญญา เป็นอันเดียวกัน**

จะต่างกันก็เฉพาะคำพูด ว่ามันเป็นคนละคำกันเท่านั้นเอง

**ตัวสติเข้าไปรู้ สมาธิ-ก็ตั้งใจกำหนดลงไป

ปัญญามันรอบรู้ รอบรู้ในตัวเรานี้เอง

รอบรู้ว่าตัวอิริยาบถนั่นแหละเป็นตัวทุกข์

เป็นตัวทุกขัง-อนิจจัง-อนัตตา

รอบรู้ว่า คนเราเป็นเพียงก้อนเนื้อชนิดหนึ่ง

เรียกว่า‘ก้อนทุกข์’ มีแต่ทุกข์จริง ๆ

ท่านว่า ‘มีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้น มีแต่ทุกข์เท่านั้นตั้งอยู่

มีแต่ทุกข์เท่านั้นดับไป’**

‘ทุกข์’ แปลว่าทนไม่ไหว

มันต้องกะพริบตา มันต้องหายใจ มันต้องนึก-มันต้องคิด

เส้นเอ็นมันก็ต้องกะยึกกะยักอยู่ตลอดเวลานี้

ทุกข์ตัวนี้เรียกว่า‘ทุกขัง’ คือทนไม่ไหว

‘อนิจจัง’ คือมันไม่เที่ยง

อย่างนั่ง จะนั่งนิ่งอยู่-นิ่งมันไม่ได้

มันเปลี่ยนออกไปทุกขณะ

’อนัตตา’ (คือ)บังคับไม่ได้

มันไม่ใช่สิ่งที่จะไปบังคับได้

อันนี้มันเปลือก

เมื่อเข้าใจอันนี้ มันจะมีความภูมิใจว่า

เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจศาสนาอย่างถูกต้อง เข้าใจอย่างนี้

ตอนนั้นตัวอาตมาเองก็เข้าใจอย่างนั้น

*เมื่อรู้อันนี้แล้ว-มันคิด คิดนั่น-คิดนี่

เลยลืมดูตัวความคิดแล้วทีนี้ ลืมตัว

เราเข้าไปอยู่ในความคิดแล้ว

เมื่อมันเข้าไปอยู่ในความคิด มันก็คิดเรื่องนั้น-เรื่องนี้

คิดไป-คิดไป ไม่มีการสิ้นจบเลย…แต่ไม่เห็นความคิด*

อาตมาไม่เคยดูความคิดตัวเองมาก่อนเลย

ไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้ความคิดจริง ๆ

รู้เรื่องรูป-นามนั้น มันเป็นปัญญาชนิดหนึ่ง

มันรู้ แต่มันไม่รู้เรื่องความคิด

ทีนี้พอตกตอนเย็น กำลังเดินจงกรมกลับไป-กลับมา

คล้าย ๆ กับว่ามีคนมาผลักอย่างไวเข้าตรงสีข้างนี้วูบหนึ่ง

‘เอ๊ะ! มีคนมาผลักเราจากที่ไหน ? มีอะไรมา ?’

มันเข้าใจไปอย่างนี้

มองไม่เห็น เหลียวไปที่ใด-ก็ไม่เห็น

ก็เลยเดินจงกรมต่อไป

(เดิน)กลับไป-กลับมา มันคิดวูบขึ้นมาครั้งที่ ๒

รู้ แต่ยังไม่เข้าใจ

พอดีมันคิดวูบ(ขึ้นมาครั้ง)ที่ ๓ รู้จริง ๆ คราวนี้

เรียกว่า‘เห็น-รู้-เข้าใจ’

ทีนี้ก็เลยรู้แล้วว่า‘อ๋อ! ที่ตรงนี้เอง-มันคิด’

วิธีการของมันก็คือ ทำเหมือนแมวกับหนู

ตามที่เคยเล่าให้ฟังบ่อย ๆ

ไปที่ไหนก็ต้องพูดเรื่องนี้ เพราะมันจริงอย่างนี้

การเฝ้าดูความคิดก็อันนี้แหละ

**ที่ว่า‘เจริญสติมาก ๆ แต่ทำไมจึงไม่รู้ความคิดนั้น’

อย่าคิดไปอย่างนั้น

รู้-ไม่รู้ก็ตาม ขอให้เจริญมาก ๆ

ทำต่อไป แล้วมันจะรู้เอง

เพราะธรรมชาติของมันเป็นอย่างนั้น

ถ้าทำถูกแล้ว ที่จะไม่รู้นั้นเป็นไม่มี**

ก็เลยรู้ความคิดตอนนั้น…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *