“…เราพูดกันว่าความสงบ คำว่า‘ความสงบ’เนี่ยะ
**สงบโดยวิธีไหน-เราจะรู้ ไม่ใช่นั่งสงบ
สงบจากความพ้นไป สงบจากความหลุดพ้น
สงบจาการที่ไม่รู้ เพราะมันรู้-มันเห็น-มันเข้าใจ
อันนี้แหละเป็นการเจริญสติแท้ ๆ
แต่ว่าไม่กำหนดรู้-แต่เพียงรู้ ถ้ากำหนดรู้-มันหนัก**
เรียกว่ารู้กาย-ทีแรก เรียกว่า‘กายานุปัสสนา’
ไม่ใช่กายในกายนะ
ไม่ใช่กายในกายเข้าไปในตับ-ไต-ไส้-ปอดนะ
อันนี้แปลว่ารู้กาย-เวทนา รู้การเคลื่อนไหว
‘เวทนา’ หมายถึงการเคลื่อนไหว
**เคลื่อนไหวโดยวิธีใดก็รู้นี่ อันนี้เรียกว่ารู้กาย**
บัดนี้รู้-เรียกว่ารูปบัดนี้ เรียกว่าการเคลื่อนไหว
กำหนดรู้ รูปเนี้ยะมันเคลื่อนไหว-มันเป็นรูป
ต้องให้รู้รูป มันเคลื่อนไหว-เป็นเวทนา
**จิตมันคิด-รู้มัน**
ธรรมอันทำให้จิตใจคิดนั่นน่ะ เราต้องรู้ธรรมในธรรม
แต่ว่าไม่กำหนดมัน มันรู้เอง
อันนี้เรียกว่า‘สติปัฏฐาน ๔’
อริยสัจจ์ ๔ บัดนี่ ทุกข์-สมุทัย-นิโรธ-มรรค
ทุกข์ เพราะเกิดมาเป็นก้อนทุกข์
เป็นรูปนี่เป็นก้อนทุกข์ เป็นก้อนทุกข์
**สมุทัยทำให้ทุกข์เกิด คือตัวคิดนั่นเอง
เมื่อมันคิดออกไป เราไม่รู้
มันสร้างขึ้นมา เรียกว่า‘สังขาร’
มันปรุงขึ้นมาเป็นเรื่อง-เป็นราว เพราะเราไม่รู้ทันนั่นเอง
ตัวสมุทัยจึงให้ละ**
ทุกข์จึงกำหนดรู้ ท่านว่าอย่างนั้น
*แต่เราไม่กำหนด-เพียงแต่รู้ มันเคลื่อนไหว-เรารู้*
มันเป็นก้อนทุกข์ เราก็เลิกละมันได้
ตัวสมุทัยทำให้ทุกข์เกิด คือตัวคิดนั่นเอง
**ถ้าเราเห็นมันคิดแล้ว ความคิดมันหยุด**
จึงว่า สมุทัยต้องละ
‘มันละ’กับ‘มันหยุด’ เป็นอันเดียวกัน
มรรคต้องเจริญ-ว่าซั่น มรรคต้องทำ
พลิกมือ-คว่ำมือ เคลื่อนไหวไป-มา
ต้องทำ มรรคต้องเจริญ
คำว่า‘เจริญ’ ก็**ต้องทำนั่นเอง-ทำให้มาก**
(กะ)พริบตา-ก็รู้ หายใจ-ก็รู้
อันนี้คนอื่นมองเห็น กำมือ-เหยียดมือ เคลื่อนไหว
เอียงซ้าย-เอียงขวา ก้ม-เงย…มันเป็นของหยาบ
(กะ)พริบตา (อันนี้)ละเอียดเข้าไป-มันละเอียด
ก็มัน-มันมองไกลไม่เห็น
หายใจ-ละเอียดเข้าไป เราก็ต้องศึกษาตามหลักการเหล่านี้
มันละเอียดเข้าไป
ส่วน(ความ)คิดนี่ คนอื่นมองไม่เห็น
บัดนี้นี่ (แม้)แต่ตัวเองก็ยังไม่เห็น-ไม่รู้แล้วนี่
อันนี้เรียกว่า‘อริยสัจจ์ ๔’ คือ
**ทุกข์-รู้ เพราะการเคลื่อนไหว
สมุทัย-ทำให้ทุกข์เกิด ตัวสมุทัยคือตัวคิด
มันคิด เราต้องรู้
พอดีเห็น-รู้-เข้าใจ ความคิดมันหยุด
แปลว่าสมุทัยต้องละ
มรรคต้องเจริญ มรรคต้องทำ
ทำบ่อย ๆ-มากขึ้น ๆ มันเป็นอย่างนั้น
นิโรธ จึงว่าทำให้แจ้ง
ให้แจ้งคืออะไร มันเห็น-มันรู้
มันเข้าใจวิธีกลไก-เทคนิคของจิตใจ**
*รู้ ไม่ใช่จะไปจำเอากับตำรา
อันคนไปจำเอากับตำรา ตำรับ-ตำรานั้นดีแล้ว
แต่ว่ามีทุกข์บ้างมั้ย ?
ถ้ามีทุกข์ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย*
ถ้าคนนั้นไม่มีทุกข์ ก็ดีแล้ว-ดีเหมือนกัน
แต่ที่เราไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนนั้น ก็ต้องรู้อันนี้
รู้จริง ๆ เรื่องนี้ อันนี้เรียกว่าอริยสัจจ์ ๔
และสติปัฏฐาน ๔ ไม่ต้องแปลอะไรมาก
**ทำเพียงเท่านี้แหละ มันจะรู้**
ปฐมฌาน-ทุติยฌาน-ตติยฌาน-จตุตถฌาน-ปัญจมฌาน
หรือฌานมีองค์ ๕ หรือฌาน ๑๐ อะไร ๆ
โอ๊…จิปาถะ ไม่ต้องพูดอย่างนั้นก็ได้
**เราจะเห็นว่ามันหลุดไปจากสิ่งเหล่านั้นแล้ว
เราก็ไม่ต้องไปทุกข์กับสิ่งเหล่านั้น เพราะมันพ้นไปแล้ว
นิโรธจึงว่าทำให้แจ้ง พ้นไปจากสิ่งเหล่านั้น**
เราก็ต้องไม่ไหว้ผีได้ หรือจะไหว้ผีก็ได้
แต่คนไม่มีหู-มีตา(ทิพย์) ก็นึกว่าเขาไหว้ผีจริง
แต่ความจริง เขาเคารพตัวของเขา
ยกมือไหว้อย่างนี้ เคารพตัวของเราเอง
เราทำดีแล้ว รูปอันนี้มันทำดีแล้ว
คำพูด-พูดออกไปนี่ พูดดีแล้ว
ใจนี่มันคิดออกมานี่ คิดดีแล้ว
เขาเรียกว่า‘เคารพตัวเอง-ไหว้ตัวเอง
เห็นตัวเอง-ไม่เป็นคนประมาท’ ท่านว่าอย่างนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น