“…คำว่า‘รู้สึกตัว’นั่น
ที่เป็นวัตถุมองเห็น(ได้)ด้วยตา เรียกว่า‘รูป’-*ให้รู้รูปนี่เอง*
‘รูป’กับ‘นาม’มันติดกันอยู่นี้ แยกออกจากกันไม่ได้
แยกจากกันเมื่อใด ตายเมื่อนั้น-หมดลมหายใจ
จึงว่าให้รู้จักว่า‘รูป’กับ‘นาม’
ไม่ใช่ลูบคลำอย่างนี้ ลูบอย่างนี้-ไม่ใช่อย่างนั้น
คือรูปจริง ๆ นี่แหละ ให้เป็นรูปจริง ๆ-ไม่ใช่รูปในกระดาษนะ
คือเอาตัวจริงนี่แหละเป็นรูปขึ้นมา รู้อันนี้
จึงว่ามันเป็นของจริง จะศึกษาก็ได้-ไม่ศึกษาก็ได้
ภาษาพื้นบ้าน เรียกว่า‘กาย’กับ‘ใจ’
ภาษาธรรมะ เรียกว่า‘รูป’กับ‘นาม’
เป็นอย่างนั้น
เมื่อรู้อันนี้แล้ว ก็รู้รูปโรค-นามโรค
รูปอันนี้เกิดขึ้นมาแล้วก็เป็นโรค
ถ้าไม่เป็นโรค-ไม่ตาย เขาว่าอย่างนั้น
โรคเจ็บหัว-ปวดท้อง อันนี้เป็นโรคทางเนื้อหนัง
ต้องไปโรงพยาบาล
ให้หมอผู้เชี่ยวชาญตรวจเช็คร่างกาย ให้ยา
ให้ยามาแล้ว คนที่เป็นโรคน่ะต้องกินยา-โรคจึงจะหาย
ถ้าหมอตรวจเช็คร่างกายดีแล้ว ให้ยามา-คนที่เป็นโรคไม่กิน
ยาไม่เข้าไปในท้อง ไม่แทรกซึมเข้าไปในเนื้อ-ในหนัง
โรคก็ไม่หาย เป็นอย่างนั้น
ดังนั้นจึงว่าโรคชนิดนี้ หมอตามโรงพยาบาลรักษาได้
โรคอีกอย่างหนึ่งคือ
**จิตใจมันนึก-มันคิด…ชอบ-เกลียด ดีใจ-เสียใจ
โรคอันนี้ หมอโรงพยาบาลรักษาได้ยาก
จำเป็นต้องเอาความรู้สึก(ตัว)นี้เอง**
หรือจะพูดไปกว้าง ๆ ก็เรียกว่า
เอาคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมาเป็นกลาง ๆ ไว้
และ**ต้องปฏิบัติตามแนวคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น
จึงจะรักษาโรคอันนี้ได้-โรคอันนี้**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น