“…**‘พระ’ แปลว่าผู้ประเสริฐ
ที่ประเสริฐ ก็เพราะเป็นผู้ปฏิบัติดี-เป็นผู้ปฏิบัติตรง
เป็นผู้ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม-เครื่องออกจากทุกข์
เป็นผู้ปฏิบัติสมควร จนออกจากทุกข์ได้
นี้แหละเรียกว่า‘พระ’ เรียกว่า‘ผู้ประเสริฐ’
ให้พึ่งตน ให้พัฒนาตนจนเป็นพระให้ได้**
อย่างที่พระสวดว่า
‘สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว’
นั่นหมายความว่า จะเป็นผู้ใดก็ตาม
นาย ก. นาย ข. นาง ก. นาง ข.
พระ ก. พระ ข. เณร ก. เณร ข.
เมื่อปฏิบัติดีแล้ว ก็เป็น‘พระ’นั่นเอง
‘อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว’
กล่าวคือ ปฏิบัติตรงไป-ตรงมา ไม่โกหก-ไม่หลอกลวง
ไม่โกหกตัวเอง ไม่โกหกเพื่อนฝูง-บิดามารดา
ปฏิบัติตรงต่อหน้าที่การงาน เช่น
เป็นครู ก็ทำหน้าที่สอนหนังสือ
เป็นทหาร-ตำรวจ ก็ทำหน้าที่รักษาประเทศชาติบ้านเมือง
ปราบปรามโจรผู้ร้าย
‘ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด
ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว’
**คนสมัยนี้ไม่รู้จักทุกข์ ก็อยู่ด้วยทุกข์-กินด้วยทุกข์-นอนด้วยทุกข์
ไปไหน-มาไหนก็แบกทุกข์ไปด้วย เพราะไม่รู้จักทุกข์**
อย่างที่คนโบราณเรียกว่า ‘เห็นนรกเป็นสวรรค์
เห็นกงจักรเป็นดอกบัว’นั่นแหละ
เช่น คนกินเหล้าแก้กลุ้ม ไปดูหนังแก้กลุ้ม
ฟังหมอลำแก้กลุ้ม ไปดูแข่งม้าแก้กลุ้ม
มันก็เป็นการเพิ่มความกลุ้ม-เป็นการเพิ่มความทุกข์ ไม่ใช่แก้ทุกข์
ถ้า**คนมีปัญญา จะไม่ไปทำอย่างนั้น
เขาจะรู้ว่า ทุกข์เพราะอะไร**
ถ้าทุกข์เพราะกินเหล้า ก็เลิกกินเสีย
ทุกข์เพราะสูบบุหรี่ ก็เลิกสูบเสีย
ทุกข์เพราะมีเครื่องแต่งตัวมากไป ก็ตัดให้น้อยลง
มนุษย์ที่เขามาทางพระ จะแก้ทุกข์อย่างนี้-มีปัญญาอย่างนี้
เรียกว่า‘รู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์’
‘สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว’
‘ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
แปลว่า บุคคลเหล่านี้ ได้แก่คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่-นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ’
คำว่า‘บุรุษ’-ก็คนนั่นแหละ เป็นชายก็ได้-เป็นหญิงก็ได้
‘เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
แปลว่า นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า’
นี้หมายถึง บุคคลที่รู้จักทุกข์แล้ว-ออกจากทุกข์ได้
ดังนั้น หลวงพ่อจึงขอถามพวกเธอทั้งหลายที่นั่งอยู่นี้ว่า
เวลาโกรธขึ้นมา สบายใจไหม ?
(ตอบ) ‘ไม่สบาย’
ชอบโกรธไหม ?
(ตอบ) ‘ไม่ชอบ’
แล้วจะให้เกิดความโกรธขึ้นมาทำไม ?
(ตอบ) ‘มันโกรธเอง’
**ความโกรธไม่ดี แต่เราไม่รู้จักมัน
ความโกรธอันนี้แหละคือ‘ผี’ ผีมันอยู่ตรงนี้
คนโกรธขึ้นมา เรียกว่า‘คนผี’-หน้าตาจะเหมือนผี
อันที่จริงความโกรธมันไม่มี แต่เราไม่เข้าใจเท่านั้นเอง**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น