รู้สึกกาย รู้สึกใจ 22 พฤษภาคม 2021

“ผู้เขียนเป็นคนไทยแท้ พ่อก็เป็นคนไทย-แม่ก็เป็นคนไทย

ตัวเองก็เกิดในเมืองไทย จึงเป็นคนไทยแท้ ๑๐๐%

พ่อก็เป็นชาวพุทธ แม่ก็เป็นชาวพุทธ

ตัวเองเกิดมาก็ต้องเป็นชาวพุทธ ๑๐๐%

เมื่อเป็นเด็ก พ่อ-แม่ก็ต้องสอนให้กราบพระ

พอเติบโตขึ้นมาหน่อย พ่อ-แม่ก็สอนให้ตักบาตรพระตอนเช้า

แล้วสอนให้เอาจังหันไปส่งพระ-เณรในวัดตอนเช้า

ตอนกลางวัน พระ-เณรตีกลองเพล

พ่อ-แม่ก็สอนให้เอาอาหารเพลไปส่งพระ-เณรที่วัดอีก

ตอนเย็น พ่อก็นำไปอาบน้ำกับพระ-ตักน้ำให้พระด้วย

แล้วก็เก็บดอกไม้ให้พระบูชาพระพุทธรูปในวัด

เอามาบูชาที่บ้านด้วย การเด็ดเอาดอกไม้-ก็มีคำขอ

พ่อสอนให้ว่า ‘เอกะเอกา-ขอมาลานำต้นเจ้า แต่ต้นเจ้าให้บุญสู่คน’

ว่าแล้วก็เอาดอกไม้

พ่อตายจากแต่เมื่อยังเป็นเด็ก จำคำสอนของพ่อได้บ้าง-ไม่ได้บ้าง

เมื่อพอจะเป็นเณรได้ ก็มีผู้เอาบวชเป็นเณร

ได้เรียนหนังสือธรรม-หนังสือลาวที่เขียนไว้เป็นใบลาน

พอเขียนได้-อ่านออก และยังได้เรียนกรรมฐานด้วย

เมื่อมีโยมมาทำบุญ-ทำทาน ก็เอาหนังสือที่เรียนนั่นแหละไปแสดง

ไปอ่าน-ไปสอนให้ญาติโยมฟังตามธรรมเนียมของพระ-เณร

เป็นเณรอยู่ ๑ ปี ๖ เดือน แล้วก็สึกออกมาทำนา-ทำสวน

เมื่อมีการทำบุญ-ทำทาน ก็ไปฟังธรรมะจากพระ-เณร

พระ-เณรก็อ่านหนังสือให้ฟังอีก

พออายุ ๒๐ ปี ก็บวชเป็นพระอีก ๖ เดือน

เมื่อญาติโยมมาทำบุญ-ทำทาน

ก็เอาหนังสือใบลานไปอ่าน-ไปสอนให้ญาติโยมฟังเหมือนเดิม

แล้วก็สึกออกมาทำนา-ทำสวน

เมื่อมีการทำบุญ-ทำทาน ก็ไปเป็นผู้นำไหว้พระ-รับศีล

ฟังพระ-เณรอ่านหนังสือให้ฟังอีก กลับไป-กลับมา

รู้จำ-รู้จัก ทำตามกันมาอย่างนั้น

มีการทำบุญเดือน ๕ เดือน ๖ ประจำปี

ทำบุญมหาชาติ-ชาดกเรื่องเวชสันดรบ้าง-ทำบุญสังฮอมธาตุบ้าง

มีดอกไม้เงิน-ดอกไม้(ทอง)คำเป็นค่ากัณฑ์เทศน์แสดงธรรม

ถือว่ามีอานิสงส์มาก ทำอะไรก็ทำเพื่อเอาอานิสงส์ทั้งนั้น

สิ่งเหล่านั้น-ได้ทำมาแล้ว นอกจากนั้นยังได้บวชพระ

สร้างถาวรวัตถุบางอย่าง เช่น โบสถ์-วิหาร ศาลาการเปรียญ

สร้างสะพาน ทำถนนหนทางเพื่อเอาบุญทั้งนั้น

สร้างกองกฐิน-ทอดผ้าป่า บังสกุล…มีแต่จะเอาบุญทั้งนั้น

แต่ก็ไม่รู้ว่าบุญคืออะไร-อยู่ที่ไหน ไม่รู้

*ความไม่รู้จริงนั่นแหละ คนโบราณท่านสอนเอาไว้ว่า

เหมือนคนตาบอดคลำช้าง*

คนตาบอด ๘ คน

คนหนึ่งคลำหางช้าง ว่าตัวช้างคือไม้กวาด

คนคลำขาช้าง ว่าตัวช้างคือสูบ(เสาเรือน)

คนคลำท้องช้าง ว่าตัวช้างคือเพดาน

คนคลำด้านข้างลำตัว ก็ว่าช้างเหมือนฝาเรือน

คนคลำหูช้าง ว่าช้างคือกระด้งฝัดข้าว

คนคลำหลังช้าง ว่าตัวช้างคือแปเรือน(หลังคาเรือน)

คนคลำงวงช้าง ว่าตัวช้างคือปลิง

คนคลำงาช้าง ว่าตัวช้างคือสากตำข้าว

คนทั้ง ๘ นั้น พูดไม่เหมือนกัน

ก็ชวนกันไปทำความเข้าใจกันให้ได้ที่ใต้ต้นมะตูม

ขณะที่ประชุมกันอยู่นั้น ผลมะตูมหล่นลงมาถูกหลัง

ก็เลยเป็นเหตุให้ทะเลาะกัน ชกต่อยกัน

ฉะนั้น คนตาบอดจึงพูดกันไม่รู้เรื่อง

เมื่อมีคนตาดีมาพูดให้ฟัง ก็ยังไม่ฟังเสียงอีก

*ทุกวันนี้การนับถือศาสนาทุกศาสนา ที่กำลังเป็นอยู่-มีอยู่

เหมือนคนตาบอดคลำช้าง ศาสนาจึงมีมากในเมืองไทย

มีแบบผี แบบพราหมณ์ แบบคริสต์-อิสลาม

แล้วยังแยกเป็นพุทธไทย-พุทธจีน-พุทธพม่า-พุทธลังกา-พุทธอินเดียอีก

ที่เป็นเช่นนั้น เพราะไม่รู้จริง*

**ผู้รู้ธรรม-เห็นธรรม จะกล่าวถึงสิ่งเดียวเท่านั้น

คือชีวิตจิตใจของคน ซึ่งเหมือนกันทุกชาติ-ทุกภาษา

ถ้าไม่พูดถึงชีวิตจิตใจของคนแล้ว คำสอนนั้นเป็นโมฆะ

ผู้รู้ธรรม-เห็นธรรม อาจจะใช้กุศโลบายหรือวิธีการแตกต่างกัน

แต่ก็เพื่อสอนคนให้ฉลาดขึ้น…ให้รู้เท่า-รู้ทัน รู้กัน-รู้แก้

รู้จักเอาชนะความคิดปรุงแต่งของตนเองได้

ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย เด็กหรือผู้ใหญ่

นุ่งผ้าสีอะไร ก็เหมือนกัน

ผู้เขียนแน่ใจว่า คนทุกข์เพราะไม่รู้จริง

ทุกข์เพราะถูกความโลภ-ความโกรธ-ความหลง มันตบหน้าเอาเสียจริง ๆ**”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *