เราจะพบว่าเมื่อดนตรีมีจังหวะจะโคนอย่างหนึ่งอย่างใดมันก็ส่งผลกระทบระบบสัมผัสในร่างกาย ดังนั้นชาวมหายาน โดยเฉพาะชาววัชรยานนั้น ไม่ค่อยพูดเรื่องอื่นหรอก นอกจากเรื่องของกาย กายสาม : สัมโภคกาย นิรมานกาย ธรรมกาย อะไร เหล่านี้ถือว่ากายเท่านั้น เป็นเรื่องสัมผัสได้ทั้งสิ้น

เถรวาทเรา ลักษณะเด่นอันหนึ่งก็คือไม่พูดถึงมาร พูดถึงมารในฐานะเป็นอุปสรรค มารผจญ วัชรยานหรือมหายานถือว่ามารนั่นแหละเป็นเครื่องช่วยให้พระพุทธเจ้า รู้ตัว ตื่นขึ้น มารก็เป็นส่วนหนึ่งของพุทธะ ที่จริงพุทธ ศาสนาเถรวาท หินยานนี่ก็มีสิ่งดีมากมาย อย่างภาษิต ทางเหนือนี่เห็นชัดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน “มารบ่มี บารมีป แก่” ชาวเหนือพูดกันติดปาก ถ้ามารไม่มี รับรองบารมีไม่ ถึงที่สุด ต้องมีมารผจญนี่แหละ ถ้าพูดไปแล้ว เถรวาท หินยาน มหายานจริงแล้วแยกจากกันไม่ได้เลย เนื้อหา สาระทั้งหมดคือการตรัสรู้ การบรรลุโพธิญาณ แต่เนื่อง จากมีวิธีคิดวิธีมองลุ่มลึกต่างกัน มองกว้างแคบต่างกัน

อย่างพิธีบวชของชาวมหายาน เมื่อเจ้านาคเข้าสู่พิธี กรรมแล้ว อุปัชฌายะถามว่าจะบวชเพื่ออะไร เจ้านาคจะ บอกว่าบวชเพื่อยกสรรพสัตว์ให้พ้นจากสังสารวัฏให้เข้าสู่ พระนิพพาน ในขณะที่เถรวาทนี่เวลาถามนาคก็ไปอีก แบบหนึ่ง การตรัสรู้เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ชาววัชรยานและมหายานนั้นการตรัสรู้เป็นเรื่องส่วนรวมถือว่าการตรัสรู้ของปัจเจกไม่มี

_________________________

หน้าที่ 45 หนังสือบทความว่าด้วยศาสนาและปรัชญา “ไตร่ตรองมองหลัก” เขมานันทะ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *