Aramboy Watsanamjai

17 มกราคม เวลา 12:24 น. · 

แชร์กับ สาธารณะ

The Conquest of Happiness – Bertrand Russell

เมื่อปรัชญาตะวันตกเดินมาชนกับ “สติ” โดยไม่ได้นัดหมาย

ผมอ่าน The Conquest of Happiness ไม่ได้รู้สึกเหมือนอ่านหนังสือพัฒนาตัวเอง

แต่รู้สึกเหมือนกำลังฟังคนฉลาดมากคนหนึ่งนั่งคุยกันตรง ๆ แบบไม่เอาใจ

รัสเซลไม่ได้ปลอบ ไม่ให้ความหวังลอย ๆ และไม่สัญญาว่าคุณจะมีความสุขถ้าทำตามสูตรใดสูตรหนึ่ง

เขาเพียงแต่ชี้ให้ดูว่า

มนุษย์ทุกข์เพราะอะไร และทุกข์เกินความจำเป็นตรงไหน

สิ่งที่น่าสนใจคือ

แม้รัสเซลจะเป็นนักปรัชญาสายเหตุผล ไม่ได้พูดถึง “ธรรมะ” “กรรม” หรือ “การปฏิบัติ”

แต่เมื่ออ่านอย่างคนที่เคยเจริญสติ

ผมกลับพบว่า หนังสือเล่มนี้ สอดคล้องกับพุทธอย่างลึกซึ้ง

เพียงแต่ใช้คนละภาษา

ความทุกข์ที่เกิดจาก “อัตตาโดยไม่รู้ตัว”

รัสเซลเริ่มจากการชี้ให้เห็นความจริงข้อหนึ่งที่ฟังดูธรรมดา

แต่ถ้ามองให้ถึงราก มันแทงใจอย่างแรงคือ

ความทุกข์จำนวนมาก

เกิดจากการพยายามควบคุมในสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

และการยอมแพ้ในสิ่งที่ยังควรค่าแก่ความพยายาม

ในภาษาพุทธ

นี่คือความทุกข์ที่เกิดจาก ตัณหา + อวิชชา

อยากให้โลกเป็นอย่างใจ แต่ไม่เห็นความจริงของโลก

และไม่เห็นความจริงของใจตนเอง

เราทุกข์เพราะ

อยากให้คนอื่นเป็นอย่างที่เราอยากให้เขาเป็น

อยากให้ผลลัพธ์ออกมาตามที่เราคิด

อยากให้ชีวิต “ควรจะ” ดีกว่านี้

ทั้งหมดนี้คือการใช้ชีวิตโดย ไม่รู้ตัว

ไม่รู้ว่าตนเองกำลัง “แบกโลกไว้บนบ่า”

คนไม่มีความสุข คือคนที่คิดถึงตัวเองมากเกินไป

ประโยคนี้ของรัสเซล ถ้าอ่านผ่าน ๆ อาจฟังดูแรง

แต่ถ้ามองด้วยสายตาของผู้ปฏิบัติ จะเห็นว่าเขาไม่ได้ตำหนิใคร

เขาเพียงชี้ว่า

การหมกมุ่นในตัวเอง คือเชื้อเพลิงของความทุกข์

ไม่ใช่เพราะเราเห็นแก่ตัว

แต่เพราะเราหลงคิดว่า

“ตัวฉัน” สำคัญเกินกว่าความเป็นจริง

ในทางพุทธ

นี่คืออัตตาที่ทำงานเงียบ ๆ

เป็นอัตตาที่ไม่ได้ตะโกนว่า “ฉันเก่ง ฉันเหนือกว่า”

แต่กระซิบตลอดเวลาว่า

“ฉันรู้สึกอย่างนี้ มันสำคัญมากนะ”

“ฉันไม่ควรถูกปฏิบัติแบบนี้”

“ฉันต้องไม่แพ้ ต้องไม่พลาด”

เมื่อใจวนอยู่กับตัวเอง

ทุกเรื่องจึงกลายเป็นเรื่องส่วนตัว

และทุกความไม่สมหวังจึงกลายเป็นบาดแผล

ความสุข = การหันออกจากตัวเอง (โดยไม่กดข่มตัวเอง)

รัสเซลไม่ได้สอนให้ “ละตัวตน” แบบนักบวช

แต่สอนให้ เลิกหมกมุ่นกับตัวตน

เขาเสนอว่า คนที่มีความสุขคือคนที่

มีงานที่มีความหมาย

มีความรักที่ไม่ใช่การครอบครอง

มีความสนใจที่ไม่ต้องสะท้อนคุณค่ากลับมาหาตัวเอง

ในภาษาพุทธ นี่คือ

การคลายความยึดถือโดยการมีสติอยู่กับสิ่งที่ทำ

ไม่ใช่การหนีโลก

ไม่ใช่การปฏิเสธความรู้สึก

แต่คือการ อยู่กับโลกอย่างไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง

คนที่เจริญสติจริง ๆ จะเริ่มเห็นว่า

เมื่อใจไม่หมุนรอบ “ฉัน”

ความสุขจะเกิดขึ้นเองอย่างประหลาด

ไม่ต้องไล่ ไม่ต้องแสวงหา

ความสุขไม่ใช่รางวัลของความสำเร็จ

รัสเซลพูดเรื่องนี้ชัดเจนมาก

และผมคิดว่านี่คือจุดที่ท้าทายวัฒนธรรมสมัยใหม่ที่สุด

ความสุขไม่ใช่ผลตอบแทน

ของการประสบความสำเร็จในชีวิต

เพราะถ้าเราเชื่อแบบนั้น

เราจะเลื่อนความสุขออกไปเรื่อย ๆ

รอให้ “พร้อม” รอให้ “ดีกว่านี้”

ซึ่งในทางปฏิบัติ คือ ไม่มีวันมาถึง

ในพุทธศาสนา

เราไม่ได้รอให้ชีวิตสมบูรณ์ก่อนจึงจะปฏิบัติ

แต่ปฏิบัติ ท่ามกลางความไม่สมบูรณ์

รัสเซลเองก็เช่นกัน

เขานิยามคนที่มีความสุขว่า

เป็นคนที่ ยอมรับความไม่สมบูรณ์ของโลก

และยังสามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มเปี่ยมภายใต้เงื่อนไขนั้น

นี่คือสันติที่เกิดจากปัญญา ไม่ใช่จากโชค

ความสุขคือ “ผลพลอยได้” ของชีวิตที่รู้ตัว

เมื่ออ่าน The Conquest of Happiness จบ

ผมรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหลวงพ่อหลายรูป

แต่พูดด้วยสำเนียงนักปรัชญาตะวันตก

สาระสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือ

เลิกทำตัวเองให้เป็นศูนย์กลางของจักรวาล

เมื่อไม่เอา “ฉัน” เป็นแกน

โลกจะไม่ต้องเป็นอย่างที่อยากให้เป็น

คนอื่นไม่จำเป็นต้องทำให้เราพอใจ

ชีวิตไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ก่อนจึงจะมีความหมาย

ความสุขจึงไม่ใช่สิ่งที่ต้องพิชิต

แต่เป็น ผลพลอยได้

ของการมีชีวิตที่รู้ตัว เห็นโลกตามความเป็นจริง

และลงมือใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผลและเมตตา

The Conquest of Happiness

ไม่ใช่หนังสือที่ทำให้คุณ “รู้สึกดี”

แต่เป็นหนังสือที่

ทำให้คุณเลิกสร้างความทุกข์โดยไม่จำเป็น

และนั่น…

คือจุดเริ่มต้นของการปฏิบัติธรรม

แม้จะไม่เอ่ยคำว่า “ธรรมะ” เลยก็ตาม


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *