รู้สึกกาย รู้สึกใจ 1 เมษายน 2022

“…**คนรู้ทุกข์กับคนไม่รู้ทุกข์ มันจึงไม่เหมือนกัน

รู้ทุกข์น้อย-ทุกข์ก็หมดไปน้อย ถ้ารู้มาก ๆ-ทุกข์มันก็หมดไปมาก

ถ้ารู้ทุกข์ให้จบ-ให้สิ้น ทุกข์ก็เลยไม่มีเลย-เพราะเราเห็นแล้ว

แต่ทุกข์ก็มี-แต่ทุกข์นั้นจะมาทำอะไรกับเราไม่ได้

เพราะเราเป็นใหญ่ในทุกข์ ถ้าเราเป็นน้อย-ก็ทุกข์แล้ว

มันก็…ทุกข์ก็ต้องบังคับเราได้**

อาตมาก็เคยพูดให้ฟัง ถ้าเราจะเป็นนักมวยจริง ๆ แล้ว

**อย่าไปฝึกหัดกับครูมาก ฝึกหัดกับตัวเองให้มาก**

ถ้าไปฝึกหัดกับครูแล้ว อาจจะได้ผลน้อย

ถ้า**ฝึกบ่อย ๆ กับคู่ต่อสู้** ขึ้นในเวทีต้องชกทันที

แพ้-ชนะ มันเป็นเกมกีฬา

เมื่อชำนาญ เปรียว-ไว คล่องแคล่ว

ขึ้นไปในเวที-ไม่ต้องไหว้ครูอะไร คู่ต่อสู้เข้ามา-ชกหลุมตาทีเดียว

ชกเข้าเบ้าตา ๒ ตานี่เลย คู่ต่อสู้จะสู้เราไม่ได้จริง ๆ

อันนี้ก็เช่นเดียวกัน **พอดีมันคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บทันที

ความคิดถูกหยุดเลย จะไม่มีเรื่องอะไรเลย

มันจะกระทบกัน พอดีกระทบปุ๊บ-มันแตกทันทีเลย

พอดีมันแตกทันที มันก็เข้าสู่สภาพเดิมของมันจริง ๆ

ถ้ามันไม่แตกแล้ว มันจะไม่เข้าสู่สภาพของมันจริง ๆ**

นี่-ที่อาตมาเปรียบให้ฟัง เหมือนกับเชือกไนล่อน

หรือจะเป็นยางก็ตาม ผู้ส้น(ปลาย)นั้นไว้กับเสานั้น

ผูกส้นนี้ไว้กับเสานี้ เรามาตัดตรงกลาง

ตัดปุ๊บ มันจะสะท้อนเข้ามาติดตรงนี้ทันทีเลย

อันนั้นก็จะติดเข้าทันทีเลย จึงว่ามันขาดออกจากกันแล้ว

มันก็สะท้อนเข้าไปอยู่กับธรรมชาติของมัน

ที่มันดึงเข้าไปผูกกันได้นั่น อันนั้นมันเป็นยางเหนียว-มันเป็นยางเหนียว

**ท่านจึงให้รู้-เห็น-เข้าใจเรื่องอุปาทาน

เรียกว่า‘กิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรม ก็เสวยทุกข์อันนั้นแหละ’

แต่เราไม่รู้ทุกข์อันนั้นแหละ จึงออกจากทุกข์ไม่ได้

คนที่รู้ทุกข์-เห็นทุกข์ แต่เขาไม่ได้อยู่ด้วยทุกข์

แต่อยู่ด้วยทุกข์ เขาจะไม่เข้าไปในทุกข์**

เอาแหละ วันนี้ที่นำธรรมะมาเล่าให้ฟังในตอนเช้าวันนี้

ก็เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว

เพราะว่าการพูดนี้ มีประโยชน์น้อยกับพวกคุณหรือพวกท่าน

แต่**มีประโยชน์มากสำหรับพวกคุณ-พวกท่าน นำไปปฏิบัติ

ให้มันรู้สึกตัว รู้แล้วปล่อยไป-รู้แล้วปล่อยไป

ไม่ต้องเข้าไปยึด-ไปถือ และความเป็นเอง-มันจะเป็นเอง

แต่ไม่ทำ-ไม่เป็น รู้เฉย ๆ-ไม่เป็น…รู้เท่าไรก็ไม่เป็น** เป็นอย่างนั้น

วันนี้จึงขอหยุดในการพูด-การคุยกับพวกเรา

แล้วก็จะขอวิงวอนเอาถึงคุณของพระพุทธเจ้า

แต่ไม่ใช่พระพุทธเจ้าในประเทศอินเดียพู่นนะ ที่พูดนี้นะ

*พระพุทธเจ้า คือตัวสติ-ตัวสมาธิ-ตัวปัญญาที่มีอยู่ในเรานี่แหละ

จะเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา*

ท้ายที่สุดนี้ อาตมาจึงขออ้างอิงเอาคุณของพระพุทธเจ้า

และพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

และคุณของพระอรหันตาสาวกพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

มาเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา

**ให้พวกเราได้ทำความเข้าใจกับความรู้สึกนี่แหละ**

พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ดีแล้ว

จึงว่า ‘สัตว์ทั้งหลาย เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น

แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย

เธอทั้งหลายจงทำอย่างที่เราตถาคตนี้

และก็จะรู้อย่างเราตถาคตนี้ แล้วก็จะเห็นอย่างเราตถาคตนี้

ก็จะหลุดพ้นไปอย่างเราตถาคตนี้’

อันนี้เราไม่ทำ-ไม่ทำ มันจะเป็นมั้ย ?

เหมือนกับลูกกุญแจนั่นเอง

(ถ้า)ไม่ใช่เป็นลูกของมัน จะไปไขมันออกมาได้ยังไง ?

ดังนั้นต้องทำอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านว่า

**ให้มีความรู้สึกตัว อย่าไปกำหนดมาก**

อันว่า‘รู้สึกตัว’กับ‘กำหนด’เนี่ยะ มันผิดกันนะ

อันนี้เรียกว่า‘สติ-ความระลึกได้’

แต่ไม่ต้องระลึกถึงวานนี้ ไม่ต้องระลึกอะไร

คือว่ารู้สึกตัวนั่นแหละ เป็นการสัมผัส

หรือว่าผัสสะ-หรือว่าระลึกได้-หรือว่ารู้ได้ เท่านั้นเอง

**ต่อเมื่อเรากระทบ สิ่งแข็ง ๆ กระทบกัน

แตกออกจากกันแล้ว มันเข้าสู่สภาพเดิม

นั้นแหละคือรู้แจ้ง-รู้จริง ผิดไปจากธรรมชาติเดิมแล้ว**

ขอให้พวกเราทุกคน-ทุกคน ได้พบเอาในชีวิตนี้

จงทุกท่าน-ทุกคนเทอญ.”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *