รู้สึกกาย รู้สึกใจ 21 เมษายน 2022

“…การทำทางจิตนี่ จะเอามือไปแตะต้อง-มันไม่ได้

เพราะตัวคิดนั้นน่ะ มือไปจับ-มันไม่ได้

มันคิด (บาง)คนว่า‘เรารู้ความคิด’-มันรู้เข้าไปในมุ้ง

*มันเข้าไปในความคิด มันก็เลยคิดไปเรื่อย ๆ ไป

มันก็เลยไม่มีวันหยุด* อันนั้นท่านว่า‘สังขารปรุงแต่ง-วิญญาณรู้’

วิญญาณมันก็รู้ รู้ไปตามความคิดอันนั้นแหละ

เรียกว่าวิญญาณพึ่งรู้ วิญญาณมันรู้

บัดนี้พอดีเราตั้งท่าไว้ดี ๆ

**พอดีเราเดินไปไหน-มาไหน อยู่ที่ใดก็ตาม

มันคิดปุ๊บ เราเห็น-เรารู้-เราเข้าใจ…ความคิดมันถูกหยุดทันที**

อันนี้ผมสมมติให้เหมือนแมวกับหนู

พอดีหนูออกมา แมวมันจับอย่างแรง-มันจับ

**เมื่อเรามีสติแล้ว ความคิดมันจะหยุดทันที

มันก็เลยไม่ถูกปรุง**

อันนี้เมื่อพระพุทธเจ้าจะบำเพ็ญนั้น

ท่านเอาขันหรือเอาถาดนี่แหละ เมื่อกินข้าวนางสุชาดาแล้ว

เอาไปอธิษฐานที่ริมแม่น้ำ ว่าอย่างนั้น

‘ถ้าหากข้าพเจ้าจะได้ตรัสรู้เป็นพระอรหันต์

ฆ่ากิเลสตาย คายกิเลสหลุดจริง ๆ แล้ว

วางขันใบนี้ลงไป(ใน)น้ำนี่ ให้ขันใบนี้ทวนกระแสของน้ำ’-ว่าอย่างนั้น

ตรงกันข้าม ‘ถ้าหากข้าพเจ้าจะไม่ได้ตรัสรู้ จะไม่ได้เป็นพระอรหันต์

ฆ่ากิเลสไม่ตาย คายกิเลสไม่หลุดจริง ๆ แล้ว

วางขันใบนี้ ให้มันไหลไปตามกระแสของน้ำ’ ว่าอย่างนั้น

อันนั้นเป็นคำพูด เป็นสมมติ

ถ้าหากพวกเรา ถ้าหากว่าเป็นคนปากเข็ด(ศักดิ์สิทธิ์)จริง ๆ แล้ว

เรามีแม่น้ำ อย่างที่เราอยู่กรุงเทพ ฯ นี่แหละ

เอาขันหรือเอาถาด เอาอะไรไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา

‘หากข้าพเจ้าจะตายจริง ๆ แล้ว ให้ขันใบนี้ทวนกระแสของน้ำเสีย

ถ้าหากข้าพเจ้าจะไม่ตายจริง ๆ แล้ว

ให้ขันใบนี้ไหลไปตามกระแสของน้ำเสีย’

รับรอง ร้อยทั้งร้อยจริง ๆ-มันต้องไหลไปตามกระแสของน้ำ

แต่คุณก็จะต้องตายจริง ๆ

**(ความจริงทวนกระแสน้ำ) หมายถึงทวนกระแสของความคิด

ความคิดมันคิดขึ้นมา เราเห็นปุ๊บ

ไม่ต้องทำไปตามกับความคิด

แต่ตัวสติ-ตัวสมาธิ-ตัวปัญญานั้น ไม่ต้องพูดถึงก็ได้

เราให้เห็นตัวความคิดนี่แหละ-ความคิดนี่แหละ**

เรียกว่า‘ปัญญารอบรู้ในกองสังขาร ตัวปัญญามันรู้’

ไม่ต้องว่าสุตมยปัญญา-จินตมยปัญญา-ภาวนามยปัญญา

ไม่ต้องพูดก็ได้-หรือจะพูดก็ได้ มันเป็นลูกบอลอยู่ในสนามหญ้า

คนเตะไปทางไหน มันก็กลิ้งไปเรื่อย ๆ ลูกบอลน่ะ

เราพากันหยุดเตะลูกบอล ลูกบอลก็ทิ้งอยู่ในสนามหญ้าตามเคย

หรือจะจับไปซุกในโกล์-ในรู มันก็เข้าไปอยู่ในรูมันฮั่นเลย

อันนี้ก็เหมือนกัน ที่พูดนี้

เมื่อเรามาดูความคิด ก็หมายถึงเราไปจับลูกบอลได้

หรือไปเตะลูกบอลก็ได้ หรือไม่ต้องเตะลูกบอลก็ได้

นี่เป็นอย่างนั้น มันสมมติพูดกัน

ดังนั้นที่สุดของทุกข์นั้นบัดนี้ …

เพราะเวลานี้ก็ได้ ๕ โมง ๒๖ (นาที)-โอ๊ะหลง ๒๓ นาทีแล้วนี่

ยังไม่นานเท่าไหร่ จวนจะได้ ๖ โมงเข้ามา

ครั้นถ้า ๖ โมง ก็ออกไปบิณฑบาตกันแล้ว

มันเป็นอย่างนั้น

ดังนั้นการแก้ของวิปัสสนูนะ เราต้องหยุดการกระทำ

การกระทำยังไง-ก็ต้องหยุด

หยุดแล้วก็**เดินไป-เดินมา ให้มีสติรู้

อย่าไปเพ่งมันมากเกินไป**

เป็นวิปัสสนูประเภทหนึ่งนั้น คือมันอยากพูด-อยากจา

อีกประเภทหนึ่ง มันหนักอก-หนักใจ

อีกประเภทหนึ่ง มันวีน(เวียน)ศีรษะ

อันนี้เป็นวิธีที่เราทำผิด คือทำไม่ถูก

แต่มันถูกของเรา แต่มันผิดความรู้ที่ผู้ท่านรู้จริง ๆ

มันผิดไปได้ยังไง ?

เพราะเราทำไปนั่นแหละ มันไม่สบายกาย-ไม่สบายใจ

อันไม่สบายคือว่า มันมึนศีรษะ-เวียนหัว

แน่ะ! มันไม่สบาย-อันนั้น

ท่านว่า**‘ทำสบาย ๆ’** ท่านสอนอย่างนั้น

**เราก็ยังไปฝืนทำให้มันหนักอก-หนักใจ วีนหัว**

นั่งสมาธิลงไป-เพ่งลงไป แน่นอก-แน่นใจ

อ้าว! มันก็ฝืนธรรมชาติไปแล้ว-อันนั้น

มันไม่ปฏิบัติธรรมะตามธรรมชาติ

**คำว่า(ปฏิบัติธรรมะ)ตามธรรมชาติ ก็หมายถึง

เราไปไหน-มาไหน ก็มีสติ

มันเจ็บหัว-ปวดท้อง วีนหน้า-เวียนตาที่ไหน

เราก็ต้องแก้ไข-เปลี่ยนแปลงทันที ไม่ต้องไปฝืนมัน**

บางคนนั่ง ผมเองนี่แหละ-นั่งเป็นเวลา ๙ ชั่วโมง ๑๐ ชั่วโมง

เจ็บแข้ง-เจ็บขา (ก็)นั่งอยู่นั่นแหละ-นึกว่าตัวเก่ง

อันนั้นมันเก่งทางผิด มันเก่งทางไม่รู้

อันนั้นเรียกว่า‘อยู่ในมุ้ง’ เราไปเชื่อตำรับ-ตำราเกินไป

สมาธิ ไม่ได้หมายถึงอันนั้น

**สมาธิ หมายถึง มันเป็นอะไร-เรารู้…เรียกว่า‘สมาธิ’

ตั้งใจทำการ-ทำงาน ก็รู้**

จะพูดยังไง มันไม่มีทางสิ้น-ทางจบ

อันนี้เป็นวิธีแก้วิปัสสนู ก็เหมือนกันนั่นแหละ…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *