“…บัดนี้เป็นวิธีแก้จินตญาณ
คือเราเป็นปีติ คือความพอใจในความรู้ของเรา
เราไปทำสมาธิ เราได้ความสงบ-หรือได้อะไรก็ตามแหละ
เราเห็นดวงแก้ว ดวง(อา)ทิตย์-ดวงจันทร์
เห็นพระพุทธรูป เห็นอะไรก็ตามแหละ
ผม-ที่ผมพูดนี้ ผมไม่ได้ยืมเอาคำพูดของคนใด
ผมพูดด้วยความจริงใจ เพื่อท่านผู้ฟังทั้งหลาย
คนใดต้องการ เอาไปใช้ได้
คนใดไม่ต้องการ-ก็เหมือนข้าวไม่มีใน เราไม่ต้องการเอาไปก็ได้
หรือเปรียบว่า ดอกไม้ไม่ต้องบานก็ได้
คนใดต้องการจะเอาไปใช้ในชีวิตของเรา
เป็นดอกไม้ เมื่อแสงพระอาทิตย์ออกมาแล้ว-ก็บานได้
เมื่อดอกไม้ไม่บาน-ก็ยังไม่เป็นอะไร คือไม่ต้องการแล้ว
แสงพระอาทิตย์นี่ ไม่ต้องออกมาแล้ว
มืดตามเดิมก็ได้ ไม่ผิด-ไม่ถูกอะไรละ
แต่เราให้เข้าใจให้ดี
*ปีตินั่นน่ะคือความพอใจ-ความอิ่มใจ
ปีติตัวนี้เรียกว่า‘มืดสีขาว’*
มืดสีดำ-มืดสีขาว
*มืดสีดำ คือทำไม่ดี-พูดไม่ดี-คิดไม่ดี
มืดสีขาว คือทำดี-พูดดี-คิดดี
แต่ว่ามันไปทางไหนไม่ได้ มันอยู่ในที่มืด
เหมือนกับจุดไฟที่อยู่ในถ้ำ
เอาไฟมาข้างหน้า-มืดมาข้างหลัง เอาไฟมาข้างหลัง-มืดมาข้างหน้า
เราอยู่ในถ้ำ เราอยู่ในปีติอันนั้น-แปรไปทางไหนไม่ได้*
อันนี้ขอให้ท่านผู้ฟังทั้งหลาย จงพยายามเอาไปใช้ในชีวิตตัวเองให้ได้
บัดนี้-วิปลาสนะบัดนี้
*เมื่อเราไปพบความสุขชนิดใด-ชนิดหนึ่ง
เรียกว่าเราปฏิบัติไป-ปฏิบัติไป เราจะไปพบเอากับธรรมะ
สภาพหรือภาวะ(ที่)ท่านเรียกว่า‘อาการเกิดดับ’
พอดีมันเกิดขึ้นมาวูบเดียว เราจะรู้-จะเห็น-เราเข้าใจ
คือที่ไหนไม่มีแล้ว ในชีวิตของเราไม่มีแล้ว
เราจะไปติดเอาความสุขอันนั้น เราก็เลยลืมภาวะที่มันเป็น
มันขาด-มันช่วงออกมานั้น เราก็เลยไม่รู้
เมื่อไม่รู้อันนี้ เราก็เลยไปติดความสุข
พอดีติดความสุขนั้น-กลับคืนมา จะมาดูแล้ว-มันลืม
เพราะมันไปติดตัวนั้นแล้ว หลงผิดไปเสียแล้ว
ดังนั้น วิปลาสแปลว่า
ความเห็นผิดเป็นถูก เห็นทุกข์เป็นสุข
เห็นนรกเป็นสวรรค์ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว
พอดีความสุขนั้นหายไป กลับมา-จะทำเหมือนเดิมไม่ได้
เพราะเราลืมหลักมันแล้ว*
ดังนั้น **วิปัสสนาจึงมีอารมณ์ขึ้นไป เป็นพัก-เป็นพักไป**
ตามตำรับ-ตำรา ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า
ปฐมฌาน-ทุติยฌาน-ตติยฌาน-จตุตถฌาน-ปัญจมฌาน
อันนั้นเป็นคำพูด (คำ)พูดเหมือนกับลูกบอลที่อยู่ในสนามหญ้า
จะเตะยามใด มันก็กลิ้งไปเรื่อย ๆ ไปเลย
เราหยุดไปเตะลูกบอลซะ บัดนี้เราก็มาดูใจเราซะ
ไม่ต้องไปเตะลูกบอล ไม่ต้องไปเตะในสนามหญ้า
**เราก็ดูใจเราไป ดูใจเราไป
มันเกิดความรู้-ความคิดขึ้นมา เพราะสติ-สมาธิอะไรมันก็ตาม
มันสมบูรณ์แบบแล้ว เรียกว่า‘เอกัคคตา-เป็นอารมณ์เดียว’
มันจะเป็นยังไง มันก็เกิดปัญญา
สามารถมอง รู้-เห็น-เข้าใจได้ซาบซึ้งภายในจิตใจตัวเอง**
ทีแรกมันต้องรู้ตัวเรา
‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา’ แน่ะ! ท่านสอนอย่างนั้น
‘ผู้ใดไม่เห็นเรา ผู้นั้นไม่เห็นธรรม
จะจับชายจีวรหรือจับนิ้วมือเราอยู่-ก็ไม่เห็น’ ไม่เห็นพระพุทธเจ้าเลย
**ไม่ใช่ไปเห็นพระพุทธเจ้า(ที่)เป็นรูปภาพเอานะ
เห็นตัวเรานี่แหละ
กำลังอยู่เดี๋ยวนี้นี่แหละ ทุกคนมันมีอย่างนี้**
เป็นอย่างนั้น…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น