รู้สึกกาย รู้สึกใจ 22 เมษายน 2022

“…บัดนี้เป็นวิธีแก้จินตญาณ

คือเราเป็นปีติ คือความพอใจในความรู้ของเรา

เราไปทำสมาธิ เราได้ความสงบ-หรือได้อะไรก็ตามแหละ

เราเห็นดวงแก้ว ดวง(อา)ทิตย์-ดวงจันทร์

เห็นพระพุทธรูป เห็นอะไรก็ตามแหละ

ผม-ที่ผมพูดนี้ ผมไม่ได้ยืมเอาคำพูดของคนใด

ผมพูดด้วยความจริงใจ เพื่อท่านผู้ฟังทั้งหลาย

คนใดต้องการ เอาไปใช้ได้

คนใดไม่ต้องการ-ก็เหมือนข้าวไม่มีใน เราไม่ต้องการเอาไปก็ได้

หรือเปรียบว่า ดอกไม้ไม่ต้องบานก็ได้

คนใดต้องการจะเอาไปใช้ในชีวิตของเรา

เป็นดอกไม้ เมื่อแสงพระอาทิตย์ออกมาแล้ว-ก็บานได้

เมื่อดอกไม้ไม่บาน-ก็ยังไม่เป็นอะไร คือไม่ต้องการแล้ว

แสงพระอาทิตย์นี่ ไม่ต้องออกมาแล้ว

มืดตามเดิมก็ได้ ไม่ผิด-ไม่ถูกอะไรละ

แต่เราให้เข้าใจให้ดี

*ปีตินั่นน่ะคือความพอใจ-ความอิ่มใจ

ปีติตัวนี้เรียกว่า‘มืดสีขาว’*

มืดสีดำ-มืดสีขาว

*มืดสีดำ คือทำไม่ดี-พูดไม่ดี-คิดไม่ดี

มืดสีขาว คือทำดี-พูดดี-คิดดี

แต่ว่ามันไปทางไหนไม่ได้ มันอยู่ในที่มืด

เหมือนกับจุดไฟที่อยู่ในถ้ำ

เอาไฟมาข้างหน้า-มืดมาข้างหลัง เอาไฟมาข้างหลัง-มืดมาข้างหน้า

เราอยู่ในถ้ำ เราอยู่ในปีติอันนั้น-แปรไปทางไหนไม่ได้*

อันนี้ขอให้ท่านผู้ฟังทั้งหลาย จงพยายามเอาไปใช้ในชีวิตตัวเองให้ได้

บัดนี้-วิปลาสนะบัดนี้

*เมื่อเราไปพบความสุขชนิดใด-ชนิดหนึ่ง

เรียกว่าเราปฏิบัติไป-ปฏิบัติไป เราจะไปพบเอากับธรรมะ

สภาพหรือภาวะ(ที่)ท่านเรียกว่า‘อาการเกิดดับ’

พอดีมันเกิดขึ้นมาวูบเดียว เราจะรู้-จะเห็น-เราเข้าใจ

คือที่ไหนไม่มีแล้ว ในชีวิตของเราไม่มีแล้ว

เราจะไปติดเอาความสุขอันนั้น เราก็เลยลืมภาวะที่มันเป็น

มันขาด-มันช่วงออกมานั้น เราก็เลยไม่รู้

เมื่อไม่รู้อันนี้ เราก็เลยไปติดความสุข

พอดีติดความสุขนั้น-กลับคืนมา จะมาดูแล้ว-มันลืม

เพราะมันไปติดตัวนั้นแล้ว หลงผิดไปเสียแล้ว

ดังนั้น วิปลาสแปลว่า

ความเห็นผิดเป็นถูก เห็นทุกข์เป็นสุข

เห็นนรกเป็นสวรรค์ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว

พอดีความสุขนั้นหายไป กลับมา-จะทำเหมือนเดิมไม่ได้

เพราะเราลืมหลักมันแล้ว*

ดังนั้น **วิปัสสนาจึงมีอารมณ์ขึ้นไป เป็นพัก-เป็นพักไป**

ตามตำรับ-ตำรา ครูบาอาจารย์ท่านสอนว่า

ปฐมฌาน-ทุติยฌาน-ตติยฌาน-จตุตถฌาน-ปัญจมฌาน

อันนั้นเป็นคำพูด (คำ)พูดเหมือนกับลูกบอลที่อยู่ในสนามหญ้า

จะเตะยามใด มันก็กลิ้งไปเรื่อย ๆ ไปเลย

เราหยุดไปเตะลูกบอลซะ บัดนี้เราก็มาดูใจเราซะ

ไม่ต้องไปเตะลูกบอล ไม่ต้องไปเตะในสนามหญ้า

**เราก็ดูใจเราไป ดูใจเราไป

มันเกิดความรู้-ความคิดขึ้นมา เพราะสติ-สมาธิอะไรมันก็ตาม

มันสมบูรณ์แบบแล้ว เรียกว่า‘เอกัคคตา-เป็นอารมณ์เดียว’

มันจะเป็นยังไง มันก็เกิดปัญญา

สามารถมอง รู้-เห็น-เข้าใจได้ซาบซึ้งภายในจิตใจตัวเอง**

ทีแรกมันต้องรู้ตัวเรา

‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา’ แน่ะ! ท่านสอนอย่างนั้น

‘ผู้ใดไม่เห็นเรา ผู้นั้นไม่เห็นธรรม

จะจับชายจีวรหรือจับนิ้วมือเราอยู่-ก็ไม่เห็น’ ไม่เห็นพระพุทธเจ้าเลย

**ไม่ใช่ไปเห็นพระพุทธเจ้า(ที่)เป็นรูปภาพเอานะ

เห็นตัวเรานี่แหละ

กำลังอยู่เดี๋ยวนี้นี่แหละ ทุกคนมันมีอย่างนี้**

เป็นอย่างนั้น…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *