รู้สึกกาย รู้สึกใจ 25 กรกฎาคม 2022

“…เคยมีคนเยอรมันมาถามหลวงพ่อว่า

‘ชีวิตนักบวช กับชีวิตของพระ

อันไหนประเสริฐกว่ากัน ?’

หลวงพ่อเพิ่งได้ยินนี่แหละ

เขาว่า‘เขาเคยถามมาหลายอาจารย์แล้ว’

หลวงพ่อก็เลยตอบเขาว่า

‘ชีวิตนักบวชนั้น บวชแล้วก็สึก-สึกแล้วก็บวช

ผู้ร้ายฆ่าวัว-ฆ่าควาย ปล้น-จี้…มาบวช

เขาก็เรียกว่า‘พระ’

ฆ่าคนมาเมื่อวานนี้ มาบวช

มาหาอุปัชฌาย์-อาจารย์ รับรองให้บวช

เขาก็เรียกว่า‘พระ’

พระเช่นนั้น เป็นแต่รูปกายภายนอก

จิตใจนั้น อาจจะเป็น‘ผี’ก็ได้

ส่วนพระจริง ๆ ที่หลวงพ่อว่านี้

อยู่ในบทสวดสังฆคุณที่เราสวดกันทุกเช้า-เย็นนั่นแหละ

‘สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’

อันนี้เป็นภาษาบาลี เราฟังเข้าใจหรือไม่ก็ไม่รู้

เพราะมันไม่ใช่ภาษาของเรา

แม้คนไทยแท้ ๆ พูดให้กันฟัง-บางทียังไม่เข้าใจ

หลวงพ่อเข้าไปกรุงเทพ ฯ ปีแรก ไปอยู่ที่วัดชลประทาน ฯ

พูดภาษาเมืองเลย(ตอน)อบรมเขา คนภาคกลางฟังไม่ออกเลย

เขาว่าทำไมพูดภาษาแบบนี้ พูดแบบอื่นไม่เป็นเลยหรือ

(ถ้า)ไม่จำเป็น หลวงพ่อไม่เคยพูด(ภาษา)ภาคกลาง

ที่ว่า‘สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’นั้น

แปลว่า‘สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว’

‘หมู่ใด’ที่ว่านี้ ไม่ได้หมายถึงโกนผม

แล้วเอาผ้าเหลืองมาห่มแล้วเป็นพระสงฆ์-ไม่ใช่

นั้นเป็นสงฆ์โดยสมมติ เป็นพระโดยสมมติ

*ขอให้เราเข้าใจสิ่งที่สมมติ และบัญญัติกันขึ้นมา

ซึ่งเรียกว่า‘สมมติบัญญัติ’ ขอให้รู้จักกันจริง ๆ*

แล้วยังมีปรมัตถบัญญัติ-มีอรรถบัญญัติ-มีอริยบัญญัติ

สิ่งเหล่านี้หลวงพ่อไม่เคยได้ยินใครสอน

อย่างที่หลวงพ่อเข้าใจได้

ที่เรียกว่า‘รู้เอง-เข้าใจเองตามแบบพระพุทธเจ้า’

พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า**‘ผู้ใดประพฤติตาม

ย่อมรู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตามอย่างเราตถาคต

หากปฏิบัติผิดแล้ว ก็ไม่รู้-ไม่เห็นอย่างเรา’

เพราะหลงผิดในการกระทำของตัวเอง**

ส่วน‘อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’

นั่นก็เป็นภาษาบาลี

การที่จะแปลภาษาบาลีให้เป็นภาษาไทยนั้น-ยาก

แล้วเราจะเข้าใจได้ง่าย ๆ อย่างไร ?

‘อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’

แปลว่า‘สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้นหมู่ใด

ปฏิบัติตรงแล้ว’

ที่ว่า‘ตรง’ คือ‘ตรงต่อตัวเอง ตรงต่อคำพูดของพระพุทธเจ้า’

เดี๋ยวนี้เราไม่ตรงต่อตัวเอง ไม่ตรงต่อคำพูดของพระพุทธเจ้า

เช่น เราว่าจะทำอย่างนั้น-จะทำอย่างนี้

สมมติเอาง่าย ๆ

*หลายคนว่าจะปฏิบัติวิปัสสนา จะให้เห็นแจ้ง-รู้จริง

ถ้าไม่เห็นแจ้ง-รู้จริงแล้ว จะไม่ท้อถอย-ไม่ย่อหย่อน

จะไม่เลิกราจากความเพียร

ทำไปทำมาไม่ถึงเดือน ๒ เดือนหรอก

ก็ย่อหย่อน-ท้อถอยไปแล้ว

นี่ชื่อว่า‘ไม่ตรงต่อตัวเอง

ไม่ตรงต่อคำพูดคำสอนของพระพุทธเจ้า’

คำพูดนั้นตรงอยู่ แต่จิตใจมันไม่ตรง*

‘ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ’

แปลว่า‘สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด

ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว’

**ที่ว่าปฏิบัติธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์นั้น

ออกจากอะไรก่อน ?

โดยวิธีใดจึงจะออกได้ จึงจะรู้จะเห็นได้ ?

การศึกษาอะไรก็ตาม ย่อมต้องมีวิธี**

เช่น เราจะหุงต้ม-ทำครัว

ให้เป็นอาหารเสร็จออกมากินได้ ไม่เป็นพิษเป็นภัย

ก่อนอื่นเราต้องรู้จักวิธีก่อไฟเสียก่อน

เมื่อรู้จักวิธีติดไฟแล้ว ก็จะไปหาก้อนหินมา

บ้านหลวงพ่อเรียก(ว่า)ก้อนเส้า มาตั้งไว้

แล้วก็เอาน้ำใส่หม้อมาตั้งไฟจนน้ำเดือด

แล้วเอาอาหารลงไปปรุง จะเป็นเนื้อหรือผักก็ตาม

เมื่อต้มไปแล้วพิษร้ายมันจะตาย เชื้อโรคมันตาย

เพราะน้ำมันร้อน ไฟมันเผา

เรื่องนี้ก็เหมือนกัน **ต้องรู้จักวิธีเสียก่อน!**

ไม่ใช่เที่ยวพูดเอาว่า

‘เจริญสติปัฏฐาน ๔ ต้องเป็นอย่างนั้น-อย่างนั้น’

นั่นมันตำราพูด

**ต้องมีวิธีทำ!**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *