-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๒ (๕/๖) ※-
“…จึงว่า**‘พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว’** ว่าซั่น
เป็นพระทำเด๊-บ่ใช่เป็นผีทำเด๊ ครั้นผีทำ-มันก็เป็นสันดานของผี
ผีกับคนจึงเว้ากันบ่ได้ ผีกับสัตว์เดรัจฉานจึงเว้ากันบ่ได้
เพราะมันบ่ฮู้จักภาษากันเด๊ มันต้องฮู้จักภาษากัน
ที่ผมว่านี่ บ่ต้องไปเรียนภาษาอินเดียเด๊เดี๋ยวนี้
ว่าภาษาคนไทยเด๊ เพราะผมเป็นคนไทยเด๊
สูตรที่ผมเรียนมานี่-ที่ผมฮู้มานี่ ก็บ่ต้องแปลเสียอีกด้วยนะ
ผมว่าภาษาไทยแท้ ๆ นี่นะ
อันนี่บ่ต้องแปลเป็นภาษาอินเดียเด๊ ผมว่านี่
มันสำเร็จมาในตัวมันเองเด๊-จึงว่า‘สูตรสำเร็จ’ เพิ่นว่าจังซั่น
แต่ตำราเพิ่นว่าจังใด๋-ผมบ่รู้จัก ผมเลิกละได้-ความชั่ว
รับรองได้จริง ๆ ผมจึงสามารถสอนมาแล้วได้ ๓๐ กว่าปีแล้ว
ผมว่าแต่จังซี่ ผมบ่ว่าความอื่น
การงานนั้นดี แต่ผมบ่เอามาเป็นอาชีพ-บ่เอามาเป็นอารมณ์
ผมจิเอาอันนี้ ผมจิว่าอันนี้
เพราะว่าสิ่งนี้บ่มีคนพูด สิ่งนี้บ่มีคนเว้า
สิ่งนี้บ่มีคนสอน ผมว่า‘นี่เฮาต้องสอนแบบนี้นี่’
**หลักพุทธศาสนาสอนลัด ๆ ให้คนเอาพระธรรมไปใช้
ให้คนเอานิพพานไปทุกก้าวทีเดียว**
‘นิพพาน’นั้น หมายถึงดับ
เพิ่นว่า‘ตายแล้วเกิด-ก็ผิด ตายแล้วสูญ-ก็ผิด’
จิเอาที่ใดมาเป็นนิพพานได้
**นิพพานก็คือความเย็นนั่นแหละ นี่แหละความสงบ**
‘ความสงบ’ แปลว่าหยุดหาครูบาอาจารย์-หยุดหาวิธีทำ
เพราะเรารู้จริงแล้วเด๊-ของจริงมันเป็นจังซั่น แน่ะเพิ่นว่า
จึงว่า*‘อดีตที่ผ่านไปแล้ว-แก้บ่ได้
อนาคตที่ยังบ่ทันมาถึง ก็แก้บ่ได้’*
เฮาจิเฮ็ดจังใดบัดนี่ ?
เอาอดีตมาไว้ใกล้ ๆ กัน (เอา)อนาคตมาไว้ใกล้ ๆ กัน
**ให้มันอยู่กับปัจจุบันนี้
ปัจจุบันนี้แก้ได้บัดเดียว(ทันที)** มันเป็นจั่งซั่น
อันนี้ที่นำมาเล่าให้ฟัง พระทุกองค์-เณรทุกองค์
แม่ขาว-แม่ดำทุกคน ถ้าจำแล้ว-ทำอย่างนี้
การปฏิบัติธรรมะ(ที่)ทับมิ่งขวัญเฮาจิก้าวหน้า
เพราะคนมาเห็นเด๊
ครั้นมาเห็น(เรา)มานั่ง มาเว้า-มาพูดมาคุยกันอยู่…บ่เป็นท่า
แล้วกุฏิ เฮาก็จะพยายามจัดการกันเข้า
แทงค์น้ำนี่ ผมก็อยากให้ยกให้มันสูง
เอาน้ำไป-มันได้ไกล นี่-เป็นจังซั่น
อย่างแทงค์น้ำ(ตรง)บ้านกุฏิที่อยู่ของคุณเพ็ญ ๒ แทงค์ ยกสูง
เอาเสามาตั้งอยู่แทงค์(ตรง)กุฏิดินพู่นก็ ๒ แทงค์ ยกสูงตั้ง
เฮาเอาน้ำไปนำอื่น-นำไกล ได้กิน
นี่ ๖ แทงค์…บัดนี้ ๖ แทงค์-น้ำเฮากุ้ม(พอ)กินแล้วเฮา
ถ้าคนใดบ่ดี-อยากให้หนี(ออกไป) เว้าซื่อ ๆ ซั่นแล้ว
มันเปลืองน้ำเด๊นี่-เปลืองไฟอีกตื่ม เปลืองกุฏิอีกตื่ม
มันมาทำให้หมู่เสีย (เป็น)คนไม่หวังดีต่อหมู่
คนหวังดีต่อหมู่ต้องเสียสละ ทำการ-ทำงานทดแทนกัน
การปฏิบัติธรรมะก้าวหน้า ก็ต้อง
เห็นเพิ่นทำ-เราก็ต้องมีความละอายแก่ใจ
ถ้าเพิ่นทำ-(แต่)ตัวยังนอนอยู่ โอ๊ย! มันเต็มทีแล้วนั่น
ผู้จังซั่น-เลิกละจากความชั่วบ่ได้ สันดานของสัตว์แล้วนั่น
สันดานของผีแล้วนั่น คนเว้า-มันบ่ฮู้ภาษาแล้วนั่น
ผมว่านี้-บ่แม่นบังคับ ผมว่านี้-บ่แม่นส่งเสริม
ว่าด้วยความหวังดี ว่าด้วยความถูก
ความตั้งใจอยากทำ-อยากเปลี่ยนแปลงนิสัยเดิม
สันดานของเฮา นิสัยเดิม ๆ มันเป็นจั่งซั่น
สันดานเดิม ๆ มันเป็นจังซั่น ต้องแก้เอา(ด้วย)ตัวเอง
ให้ผู้อื่นแก้ให้บ่ได้-พระพุทธเจ้าเองก็แก้ให้ก็บ่ได้ เพิ่นว่า
อันนี้เจ้าคณะอำเภอเชียงคานว่าให้ผมฟัง แต่ผมบ่ฮู้จักหรอกว่า
‘อักขาตาโร ตะถาคะตา
**พระตถาคตเป็นแต่เพียงผู้บอก ผู้แนะนำเท่านั้น
การประพฤติปฏิบัตินั้น เป็นหน้าที่ของเธอ
ผลที่ได้รับ-ก็เธอได้รับเอง’** เพิ่นว่าจังซั่น
อันนี้ผมว่าบ่เป็น มีแต่ว่า**‘ให้รู้จักกาล รู้จักงาน-รู้จักหน้าที่’**
ถึงเวลา-ต้องตื่น ผมบอกไว้ ตี ๓-ตี ๔
ลุก แล้วมาเดินจงกรมรอบ ๆ ศาลา
มื้อแลง เฮามาเดินจงกรมรอบ ๆ ศาลา
มื้อสวย(ตอนสาย) เฮาจิเดินจงกรมอยู่หน้ากุฏิเฮาก็ได้
หมู่ก็เดิน-เฮาก็เดิน ถ้าหมู่เดิน-เฮาไปนั่งคุดคู้อยู่…ก็บ่เป็นท่าแล้ว
บ่มีความละอายในใจเด๊นี่
บ่มีความละอายแล้ว มันจะตื่นตัวได้บ่ ?
มันต้องสำนึกอยู่เสมอ
จึงว่า**‘ผู้ใดรักตน-รักตัวเฮา ก็ต้องรักพระพุทธเจ้า
พยายามให้พระพุทธเจ้าปรากฏขึ้นมาในตัวเฮานี้’**
พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เพิ่นว่า ‘ต้องเคารพพระธรรม
พระสงฆ์ทุกพระองค์ต้องประพฤติ-ปฏิบัติ
ตามคำแนะนำของพระธรรม’ นี่เพิ่นว่า
**‘พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม’นี่ ก็โตเฮานี้เป็นพระธรรม**
โตเฮาทำดี-ก็เป็นพระทำซั่นวะ โตเฮาคิดดี-ก็เป็นพระทำซั่นวะ
โตเฮาว่าดี-ก็เป็นพระทำซั่นวะ
แล้วจิไปเอาพระธรรมที่ใดมาอีกตื่ม ?
จิเอาพระธรรมเข้าในรูจมูกเฮานี้ จะเข้าไปได้บ่ ?
จิเอาเข้ารูหู-เข้าบ่ได้ จิเอาเข้าลูกตา-ก็เข้าบ่ได้
**พระธรรมนั้นจึงว่า คือตัวคนทุกคนนั่นแหละ
ทำการทำงานโดยบ่มีทุกข์ เพิ่นเอิ้นพระธรรม
นิพพานนั่นแหละ คือทำการทำงานอยู่ด้วยความไม่มีทุกข์
นี่เพิ่นจึงว่า พระธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
ไม่ให้ตกไปในที่ชั่ว
อันนิพพานนั้นคือความดับ ดับให้มันได้แท้ ๆ ดิ๊**
ผมรู้อันนี้แล้ว ผมสำนึก(ว่า)‘กูจิว่าจังซี่’
เรื่องให้ทาน-รักษาศีล-กินเจนั้นดีแล้ว
อันนั้นมันเป็นคำสอนของศาสนาดึกดำบรรพ์เก่าแก่มาแล้ว
**เฮาสอนกันลัด ๆ เด๊นี่ อึดใจเดียวได้โลด**
อันเรื่องเลิก อันเรื่องกลับจิต-กลับใจนี้
เพราะเฮาฟังแล้ว เฮาเลิกได้โลดเด๊…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น