-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๒ (๔/๖) ※-
“…**กิจการศึกษาหลักพระพุทธศาสนา
ศึกษาอย่างย่อ ๆ แต่ว่าใช้ได้กว้างขวางดี**
เดี๋ยวนี้เราไปศึกษากับตำรับ-ตำรามาก
ก็เลยบ่ได้มีผู้ใดศึกษาสูตร ๆ เหล่านี้
เรียนปริญญาตรี-ปริญญาโท-ปริญญาเอกมา
ก็บ่ได้เข้าใจสูตรอย่างนี้ ไปเข้าใจอย่างอื่น
ที่หลวงพ่อนำมาเล่าให้ฟัง
เพื่อเป็นการเตือนจิตสะกิดใจของพวกเรา
ให้เราทุกคนได้เปลี่ยนแปลงนิสัยเดิม ๆ ของพวกเรา
อย่าเป็นนิสัยเดิม อย่าเป็นนิสัยของสัตว์
อย่าเป็นนิสัยของคนพาล
หลวงพ่อเคยว่าให้ฟัง ‘หลวงพ่อเป็นโยม-มาสอนอยู่ที่บ้าน
ฝึกหัดเฮ็ดจังหวะลุก-จังหวะนั่ง
เฮ็ดจังหวะไหว้ตัวเอง-จังหวะกราบ’ นี่เป็นจังซั่น
ต่อมาคนยุคนั้นก็ฮู้ ขเจ้าก็มีครอบครัว สึกออกไปก็มี
แต่บ่ได้มีคนสึกหรอก
มีแต่พระหลวงตา แล้วขเจ้าก็เว้าธรรมะอยู่จังซั่น
ออกจากฮั่น หลวงพ่อมาอยู่ป่าพุทธยาน
หมู่มหาบัวทองหมู่นี่แหละ-หมู่อ้ายอินทร์ หลายคนมาอยู่ฮั่น
คนทางอุบลพู้นมา-ขเจ้าก็มาปฏิบัติอยู่ที่นี่ ใช้เวลานาน
และปฏิบัติธรรมะ เมื่อขเจ้าสึกไปแล้ว-ขเจ้าก็ยังเว้าธรรมะอยู่
ยังเฮ็ดกันอยู่คงที่-คงเดิม เป็นจังซั่น
นอกจากนั่น หลวงพ่อออกไปอยู่ตามขอนแก่น-อยู่กรุงเทพ ฯ
(ที่คนอื่นเขา)สอนกัน มันเป็นพิธีเว้า-มันก็เลยมีแต่เว้ากับเว้า
แล้วบัดนี้ครั้นสึกหาลาเพศออกไป คนนั้นสอนคนให้ดี
ทุกคนทำได้เด๊-ญาพ่อว่า พระพุทธเจ้าเพิ่นก็ว่าไว้เด๊
*‘สัตว์ทั้งหลายคือเราตถาคต-คือกัน
เมื่อยังบ่ทันรู้ ก็เป็นไปจังซั่นเสียก่อน*
สัตว์ทั้งหลายเหมือนเราตถาคต-เหมือนกัน
สัตว์(ทั้ง)หลายเป็นตถาคต’ ว่าซั่น
เป็นเหมือนกัน-แต่หากบ่แม่นเป็นเหมือนพระพุทธเจ้า
เรียกว่า‘สาวกพุทธะ’
เฮาสวดมนต์กัน ‘พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง
**ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฎฐิเสมอกัน’
มีความรู้-ความเห็น มีความเข้าใจ
เลิกละจากความชั่วได้คือกันกับพระพุทธเจ้า**
แต่เฮาบ่ได้เป็นพระพุทธเจ้า (เรา)‘เป็นสาวกพุทธะ’-เพิ่นว่า
บทสุดท้ายนี่เพิ่นสอนเอาไว้ดี **‘สัตว์ทั้งหลาย
เราผู้เป็นตถาคตไปถึงแล้วแห่งนั้น
แล้วจึงนำมาสอนพวกเธอทั้งหลาย
ให้พวกเธอทั้งหลายจงประพฤติ-ปฏิบัติตามอย่างเราตถาคตนี้
ก็จะรู้-จะเห็น-จะเป็น-จะมีอย่างเราตถาคตนี้’**
*แต่เฮาบ่เฮ็ดตาม-เฮาบ่ปฏิบัติตาม แล้วมันจิรู้-จิเห็น
จิเป็น-จิมีคือพระพุทธเจ้าได้บ่ ?* **เฮาต้องทำ-ลองเบิ่ง(ลองดู)**
ทุกองค์-พระเณรทุกองค์ แม่ขาว-แม่ดำทุกคน
ครั้นขี้เกียจ-ขี้คร้านแล้ว บ่มีทางเด๊
อย่าเป็นคนปากดู๋(ปากมาก) อย่าเป็นคนเว้าดู๋(พูดมาก)
ควรทำงานให้มาก ทำงานมากแล้วก็รู้(ปฏิบัติมากแล้วก็รู้)
หนังสือเขาเขียนให้ บ่แม่นเขียนดอก-ผมว่าไว้
**‘คนจริงต้องปฏิบัติ-รู้ของจริง’**
*คนจริง-แต่บ่ปฏิบัติจริง มันก็บ่ก้าวหน้าแล้ว*
อย่าให้มันถอยหลัง-การปฏิบัติธรรมะ
ผมไปเฮ็ดบ่ทันนานเด๊ เว้าซือ ๆ ซั่นแล้ว
เพราะผมเป็นคนที่กลัวบาปอยู่แล้ว-ผมน่ะ ผมย่านไปตกนรก
ผมเห็นรูป-ที่บ้านผม(เขา)แต่งรูป
เขาวาดรูปเอาไว้ในสิม(โบสถ์)
ผมเป็นเณร-เป็นเด็กน้อยไปนอนอยู่ในวัด เป็นเณรนี่
(เห็นในภาพ) คนไปตกนรก-จ้าวยมบาลเอาโยนไปตกนรก
ตูม! ลงไป เอาออกมาจากนรก-มาขึ้นต้นไม้
ขึ้นไปต้นงิ้วนั้น หนามซ้อง(ทิ่ม)ลง-เวลาขึ้นนี่
หมากัดบัดนี้ ก็ปีนขึ้นไปบนเทิง(ที่สูง)นู่น-หนามงิ้วก็ปัก
ครั้นสิถอยลงมา-หมาก็กัด เป็นจังซั่น…หมากัด-เลือดย้อย
พอดีหมดกรรม-หมดเวร ก็เอามานอนบนแผ่นเหล็กแดง
จ้าวยมบาลเอาขวานมาแซะ
แน่ะ-มันเป็นปริศนาเว้าให้คนฟัง เป็นจังซั่น
เอาขวานเหล็ก-ขวานทองมาสับโป๊ะ ๆ ก็คือเฮาสับไม้
นอนอยู่จังซั่น บัดนี้พอดีมันซืน(รู้สึก, ฟื้น)อีก
เอาไปโยนลงหม้อนรกอีกตื่ม ตูม! ลงไป
ฮ้อนขึ้นมาบัดนี่ เอาไปขึ้นต้นงิ้ว-ขึ้นไปเทิงพู้น
บัดนี้เวลาขึ้น-หนามซ้องลง เวลาลง-หนามซ้องขึ้นอีกตื่ม
แฮ้ง(แร้ง)สบเหล็ก-สบทองจิกหัวลงไป มันก็จำเป็น-ก็ต้องไป
พอดีหมดกรรม-หมดเวรนั้นแล้ว
จ้าวยมบาลเอามานอนตูม
ลงแผ่นเหล็กฮ้อน-แผ่นเหล็กแดงอีกตื่ม
จ้าวยมบาลเอาเชือกบรรทัดมาตี อยากให้มันซื่อ-มันตรง
เป็นจังซั่น เห็นด้วยตาผม-อันนี้เป็นภาพติดตาไว้
เพราะมันเห็นมาตั้งแต่น้อย ๆ พู่นนะ
พอถากซื่อ(ตรง)แล้วบัดนี่ เอาไปโยนลงหม้อนรกอีกตื่ม
ตูมลงไปอีกตื่ม จนหมดกรรม-หมดเวรนั่นแหละ
เฮามาปฏิบัติธรรมะ ก็ต้องสำนึกจังซั่น
ครั้นถ้าเฮาอยากเป็นคนดี
ถ้าอยากเป็นคนชั่ว ก็จำเป็นแล้ว-ว่าบ่ได้แล้ว
เป็นสันดานของสัตว์ เป็นสันดานของผี
เฮาฟังจังซี่แล้ว แก้ไขได้โลด-ของจังซี่
**ครั้นถ้าเป็นคนจริง ๆ** ถ้าบ่แม่นสันดานของสัตว์
เอาสันดานของคนเข้าไป เอาสันดานของมนุษย์เข้าไป
เอาสันดานของเทวดาเข้าไป
เอาสันดานของพระอินทร์-พระพรหมเข้าไป
**ที่สุดมันก็เป็นพระอริยบุคคลเท่านั้นว้า**
(หาก)เฮาเฮ็ดตามเพิ่นแล้วเด๊
อันนี้มันหน้าไหว้-หลังหลอก…บ่ดี
เวลาการงาน เราต้อง‘การเป็นการ-งานเป็นงาน’-เป็นจังซั่น
เดี๋ยวนี้มันบ่อยากมีคนว่า
ปีนี้เฮาพยายามฝึกกันจริง ๆ จัง ๆ
เฮาเข้าพรรษามาก็หลายมื้อแล้วเด๊ เฮาพยายามแต่ง
อันใดบ่ดี-บ่งาม เฮาพยายามแต่งให้มันดี-ให้มันเรียบร้อย
ถ้าหากเฮาปฏิบัติจังซี่ คนทางอื่นมาเห็นเฮา-ก็มาเบิ่ง
หรือหมู่เฮาก็จิเห็นตัวพวกเฮา คนใดเป็นจังใด
คนใดเป็นจังใด เฮาก็จิได้เห็นพวกเฮา
การนุ่งผ้า…อย่าไปว่าเฮ็ดการเฮ็ดงาน อย่าไป(ว่า)อันนั้น-อันนี้
นุ่งให้เป็นระเบียบเรียบร้อย
นุ่งผ้าทำงานเฮ็ดจังซั่น-นุ่งผ้าทำงานเฮ็ดจังซี่ บ่แม่น-อันนั้นผิด
มันผิดคำสอนของพระพุทธเจ้า
ให้มันคล้าย ๆ คือกัน นุ่งแบบเดียวกัน-ย่างแบบเดียวกัน
เพิ่นจึงว่า‘รู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตาม’ คล้าย ๆ คือกัน
แต่บ่คือแท้(ไม่เหมือนซะทีเดียว) ก็ให้มันคล้าย ๆ คือกัน
เพราะเฮาฝึกได้อันนี้ ฝึกหัดกายทำ-ฝึกหัดรูปทำ…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น