“…การที่เราจะเห็นธรรม อุปมาได้หลายอย่าง
อย่างเช่นลมพัดต้นไม้ ลมมันไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้-ไม่รู้จัก
แต่ใบไม้นั้น มันค่อยคล้อยปลิวตามลมไป
อันนี้ก็เหมือนกัน *มันไม่ได้อยู่นานอะไร
มันเป็นเพียงวูบเดียวมาเท่านั้น
แต่แล้วเราก็เลยทำ-พูด-คิดไปตามนั้น ซึ่งเป็นอารมณ์ฝ่ายต่ำ
พระพุทธเจ้าท่านเลยมาบอกว่า ‘อันนั้นน่ะ-มันเป็นกิเลส’*
คำว่า**‘กิเลส’นั้น มันเป็นทุกข์
เราจึงต้องพยายามทำตัวของเราให้มีสติ-ให้มีปัญญา
มองเห็นจิต-เห็นใจของเรา
ให้รู้เท่า-รู้ทัน รู้จักกัน-รู้จักแก้ รู้จักเอาชนะมันได้
เมื่อเราเห็นการคิดของเราอยู่อย่างนี้ เราจะเห็นได้ทันทีว่า
สิ่ง ๆ นี้ มันเป็นทุกข์ สิ่ง ๆ นี้ มันเป็นกิเลส
เมื่อเห็นแล้ว ความคิด-สิ่งนั้นแหละมันก็เลยปรุงไปไม่ได้**
อันนี้ความจริง พระพุทธเจ้าต้องรู้มาอย่างนี้
และความเข้าใจของผม ผมก็เข้าใจว่าต้องเป็นอย่างนี้จริง ๆ
*การที่เราไม่เห็น เราก็เลยคล้อยทำไปตามกัน
แล้วคนเราก็เลยไม่ได้มาเอาใจใส่เรื่องนี้
ไม่ได้กลับมาดูตัวเอง แต่กลับไปดูคนอื่นทำ-พูด-คิด
หรือดูรถ ดูล้อ-ดูเกวียน ดูไร่-ดูนา ดูลูก-ดูหลาน
ดูไปโน้น ไม่ได้กลับมาดูตัวเองสักที
เมื่อไม่ได้กลับมาดูตัวเอง ก็เป็นคนลืมตัว
เป็นคนหลงตัว ไปคอยดูแต่คนอื่น
อันนี้พระพุทธเจ้าว่า ‘เป็นคนมีกิเลส หรือว่ามีอาสวะ’*
ท่านว่าอย่างนั้น
คำว่า‘อาสวะ’นี้ ก็หมายถึงกิเลสนั่นแหละ
มันเป็นความอันเดียวกัน…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น