“…เมื่อเห็นว่า
‘โอ ! *สิ่งที่มันอยากนั้น มันเป็นกิเลสนะ*’ ว่างั้น
แต่**ตัวจิตใจเราจริง ๆ นั้น มันอยู่เป็นปกติ
มันไม่ได้ไปอยากอะไร
มันสะอาด-มันสว่าง-มันสงบอยู่อย่างนี้**
โอ ! *ที่มันเกิดขึ้นมานั้น วูบเดียวเท่านั้น
เรา(ทำตาม)ไปแล้ว เพราะเราไม่ทันได้เห็นมัน
อันนี้นี่เองที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ‘กิเลสครอบงำจิตใจ’
หรือพูดภาษาบ้านเราก็ว่า ‘กิเลสมันตบหน้าเอา’
เมื่อกิเลสตบหน้าแล้ว คนนั้นก็ต้องหันไปตามกิเลส
เพราะว่าเอาชนะกิเลสไม่ได้ ให้กิเลสเป็นนาย*
ฉะนั้น **เราต้องเป็นนายกิเลส’
เป็นผู้มีอำนาจเหนือกิเลสให้ได้ด้วยสติปัญญา
ด้วยการเจริญวิปัสสนา ด้วยการเห็นแจ้ง
เมื่อเราเห็นอย่างนี้แหละ กิเลสมันไม่เข้ามาได้
มันไม่เข้ามาจริง ๆ เพราะเราเห็นกิเลสอยู่อย่างนี้เสียแล้ว
จะทำให้เห็นอย่างนี้ได้นั้น เราต้องทำให้ถูกวิธีของมัน
ให้รู้จักสมุฏฐานของมัน**
อุปมาเหมือนเราต้องการความสว่าง
แต่เราไม่เคยใช้ไฟฟ้า ก็เลยไม่รู้จักวิธีใช้ไฟฟ้า
ไม่รู้จักสมุฏฐานที่จะทำให้ไฟฟ้ามันเกิดขึ้นมา
แต่เคยเห็นความสว่างอยู่ที่หลอดไฟฟ้า
ทีนี้พอจะให้มันสว่าง มันก็จะไปจับที่หลอดไฟ
พลิกหมุนอยู่อย่างนั้น ถึงทำไปจนตาย-มันก็ไม่สว่างขึ้นมาได้
เพราะไปทำไม่ถูกจุดของมัน ไม่รู้จักต้นเหตุ-สมุฏฐานของมัน
ส่วนคนที่ฉลาด
คนที่รู้จักสมุฏฐานที่ไฟฟ้ามันเกิดขึ้นมา สว่างขึ้นมา
เขาจะไม่ต้องไปจับที่หลอดโน่นเลย เขาจะมาจับที่สวิตช์นี่ปั๊บ
แล้วมันจะไปทำความสว่างอยู่ที่หลอดไฟฟ้านู่น
การปฏิบัติวิปัสสนานี้ก็เหมือนกัน
**ถ้าหากเราฉลาด เรารู้-เราเห็น
เราเข้าใจตามแบบของพระพุทธเจ้าแล้ว
เราจะรู้จักว่า ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนั้น
ความทุกข์ประเภทนั้น จริง ๆ แล้วมันไม่ได้มีอยู่ที่เรา**
เมื่อเราไม่รู้จักวิธี
เราต้องการจัดการกับความทุกข์ประเภทนี้
ต้องการจัดการกับความโกรธ-ความโลภ-ความหลง
อยากไล่มันออกไป
เราก็เลยไปเจริญกรรมฐานหรือวิปัสสนา
(แบบ)ไปนั่งหรือนอนหลับตาภาวนา อยากให้มันสงบ
อันนั้นมันก็สงบให้เราอยู่
แต่ว่าความสงบแบบนั้น ไม่ใช่การเห็นแจ้ง
มันเป็นความสงบแบบอยู่ในถ้ำ
ในขณะที่เราอยู่ในถ้ำนั้น เราจะว่าเราเห็นถ้ำได้ไหม ?
มันก็เห็นอยู่ในถ้ำนะสิอันนั้นน่ะ แต่มันไม่ได้เห็นตัวถ้ำ
เมื่อเราจุดไฟขึ้น ความมืดหายไปก็จริง
แต่เราก็ยังอยู่ในความมืดนั่นแหละ
พอไฟมันมอดไปปั๊บ ความมืดเข้ามาทันที
บัดนี้**เราออกจากถ้ำมา ไม่ต้องจุดไฟก็ได้-มาอยู่นอกถ้ำนี่
เห็นในถ้ำ-เห็นนอกถ้ำ เห็นหมดทุกแง่ทุกมุม
ความสงบแบบนี้ มันไม่ใช่ความสงบแบบนั้น
มันไม่ใช่ความสงบแบบอยู่ในถ้ำ
อันนี้มันเป็นความเห็นแจ้ง
เมื่อเห็นแจ้งแล้ว มันจึงสงบ**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น