รู้สึกกาย รู้สึกใจ 28 กันยายน 2022

“…พระพุทธเจ้านั้น ก็คือคนธรรมดา ๆ นี่เอง

แต่คนส่วนมากเข้าใจว่า

คือรูปเจ้าชายสิทธัตถะกุมารนั้น เป็นพระพุทธเจ้า

ดังนั้น เมื่อมาคำนึงถึงว่า

‘รูปเจ้าชายสิทธัตถะกุมารนั้น เป็นพระพุทธเจ้า’

เรามาคำนึงถึงเมื่อสมัยพระวักกลิไปอยู่กับพระพุทธเจ้า

เห็นพระพุทธเจ้า-รูปโฉมของพระพุทธเจ้าสวยงามดี

ก็ติดตามไปอยู่ด้วย

เรียกว่าไปบวชเป็นภิกษุอยู่ด้วย(กับ)พระพุทธเจ้า

เมื่อพระพุทธเจ้าแนะนำให้ประพฤติ-ปฏิบัติธรรม

ก็เฉยอยู่ ไม่ได้ยิน-ไม่ได้ฟัง

แต่ฟังอยู่-แต่ไม่ได้ยิน คือไม่เข้าใจนั่นเอง

คอยดูแต่รูปโฉมภายนอก(ของพระพุทธเจ้า)ก็เท่านั้น

ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

เมื่อเป็นเช่นนั้น พระพุทธเจ้าก็ประณามพระวักกลิ

คือไล่พระวักกลิหนี ว่าอย่างนี้ก็ได้

เมื่อพระพุทธเจ้าประณามพระวักกลิ ไล่พระวักกลิหนี

พระวักกลิก็ไม่มีทางไป

เพราะว่า(มี)ความตั้งใจว่า จะไปอยู่กับพระพุทธเจ้า

เมื่อพระพุทธเจ้าไล่หนีหรือประณาม ก็ไม่มีทางไป

เมื่อไม่มีทางไปแล้ว ก็มีทางเดียวเท่านั้น-คือตาย

พระวักกลิคิดอย่างนี้ มีทางเดียว-คือตายเท่านั้น

เมื่อไม่เห็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็จะเป็นทุกข์

เมื่อเป็นเช่นนั้น พระวักกลิก็เลยหนีจากพระพุทธเจ้าไป

ว่าจะไปโตน(กระโดด)เหวตาย ว่าอย่างนั้น

พระพุทธเจ้าก็เพ่งเล็ง เรียกว่าเล็งญาณไป

เห็นพระวักกลิจะไปโตนเหวตาย พระพุทธเจ้าก็ตามไป

พระพุทธเจ้า : พระวักกลิทำไมจะมาโตนเหวตายอย่างนี้ ?

พระวักกลิ : เพราะว่าไม่มีทางไป

ทีแรกตั้งใจจะมาอยู่กับพระพุทธเจ้า

เพราะว่าเห็นพระพุทธเจ้านั้นเป็นผู้ที่สวยงาม

พอใจในรูป-ในเสียง-ในการทำของพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้า : พระวักกลิเข้าใจว่าตัวรูปร่างเจ้าชายสิทธัตถะ

คือรูปกายภายนอกของเรานี้สิ เป็นพระพุทธเจ้า

พระวักกลิ : ก็คือรูปที่มองเห็นด้วยตานั่นแหละ เป็นพระพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้า : อันนี้ไม่ใช่เป็นพระพุทธเจ้า

ถ้าหากพระวักกลิเข้าใจว่า

รูปกายภายนอกนี้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว

รูปกายภายนอกของเรา

ผู้พระวักกลิว่าเป็นพระพุทธเจ้านี่ *ตายเป็นไหม* ?

พระวักกลิ : *ตายเป็น*

พระพุทธเจ้า : บัดนี้ รูปพระวักกลินั้น-ตายเป็นไหม ?

พระวักกลิ : ตายเป็น

พระพุทธเจ้า : เมื่อพระวักกลิเห็นว่าเราตถาคต

ผู้วักกลิว่าเป็นพระพุทธเจ้านี้

*ตายแล้ว เน่าเปื่อยเหม็นเป็นไหม* ?

พระวักกลิ : *เน่าเปื่อยเหม็นเป็น*

พระพุทธเจ้า : บัดนี้ พระวักกลิตายไปแล้ว

เน่าเปื่อยเหม็นเป็นไหม ?

พระวักกลิ : เน่าเปื่อยเหม็นเป็นเช่นเดียวกัน

พระพุทธเจ้า : ถ้าหากว่าตายเป็น เน่าเป็น-เปื่อยเป็น-เหม็นเป็น

จะไปถือว่ารูปกายภายนอกนั้น

เป็นพระพุทธเจ้านั้นไม่ได้

เพราะ**พระพุทธเจ้านั้นไม่ตาย

ไม่เน่า-ไม่เปื่อย-ไม่เหม็น**

ถ้าหากพระวักกลิเข้าใจอย่างนั้นแล้ว

พระวักกลิไม่เห็นพระพุทธเจ้าเลย

พระวักกลิ(ได้ฟังแล้ว) ก็เลยเกิดมีความฉงนใจขึ้นมา

เรียกว่าสนใจอยากเห็นพระพุทธเจ้า

ที่ไม่ตาย ไม่เน่า-ไม่เปื่อย-ไม่เหม็นเป็นนั้น

เมื่อเป็นเช่นนั้น พระพุทธเจ้ากับพระวักกลิ

ก็เลยสนทนากันไปหลายเรื่อง

หรือยังไงก็ไม่รู้ เพียงเล่าให้ฟังเป็นคร่าว ๆ

แต่พวกท่านทั้งหลายที่ได้ฟังแล้ว

ก็คงจะได้รู้จักเป็นลาง ๆ หรือว่าเข้าใจเป็นลาง ๆ

เพราะท่านทั้งหลายก็เคยได้ยิน-ได้ฟังมาแล้วพอสมควร

เมื่อเป็นเช่นนั้น

พระพุทธเจ้าก็เลยทักทายพระวักกลิไปหลายเรื่อง

พระวักกลิก็อยากเห็นพระพุทธเจ้า

ที่ไม่ตาย ไม่เน่า-ไม่เปื่อย-ไม่เหม็นนั้น

พระพุทธเจ้าก็เลยแนะแนววิธีปฏิบัติธรรม

เรียกว่าแนะแนวการทำกรรมฐาน

หรือว่าแนะแนวการเจริญวิปัสสนานั้น ให้แก่พระวักกลิ

พระวักกลิก็เลยไปปฏิบัติธรรมะ

ได้ดวงตาเห็นธรรม หรือว่าดับกิเลสตาย-คลายกิเลสหลุด

เหมือนกันกับพระพุทธเจ้า

ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า

**‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า

ผู้ใดไม่เห็นธรรม ผู้นั้นไม่เห็นพระพุทธเจ้า

แม้จะจับนิ้วเท้า-นิ้วมือ หรือปลายจีวรของพระพุทธเจ้าอยู่

ก็ไม่เห็นพระพุทธเจ้า คือไม่เห็นธรรมนั่นเอง’**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *