“…ท่านที่รักทั้งหลาย
ไม่ว่าสัตว์ คน หรือต้นไม้…*เกิดมาแล้ว-ต้องตายทั้งนั้น*
ไม่ว่าชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ ไทยหรือจีน
และชนชาติใด-ภาษาใด นุ่งผ้าสีอะไร
ถือศาสนาใด ก็ตายทั้งนั้น-ตายแหง ๆ
อันรูปกายภายนอกที่เป็นวัตถุ มองเห็นด้วยตา-จับถูกต้องด้วยมือ
รูปกายพระพุทธเจ้าเอง ก็ยังแตกดับสลายไป
จะนับประสาอะไรกับปุถุชน-คนธรรมดาสามัญอย่างเรา
พระพุทธเจ้าที่เราเคารพนับถือนั้น พระองค์สอนอย่างไร ?
*ความจริงเรา-ท่านทั้งหลาย ได้ทำบุญ-ให้ทาน
เช่น ถวายกฐิน บังสุกุล ผ้าป่า
รักษาศีล-ภาวนามามากต่อมากแล้ว
นับว่าเป็นบุญ-เป็นกุศลอย่างสูงแล้ว
เราท่านทั้งหลายละความโกรธ-ความโลภ-ความหลงได้ลดน้อยลง
หรือหมดสิ้นไปแล้วหรือยัง ?!*
**อันความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนี้
ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า‘เป็นของเน่า-ของเหม็น’
หรือว่า‘เป็นกิเลส’ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป
เป็นทุกข์ทรมาน เวลาทำผิด-พูดผิด-คิดผิด…เป็นครั้ง-เป็นคราว
น่ากลัว-น่าหวาดเสียวยิ่งนัก ปุถุชน-คนธรรมดาไม่รู้ว่าเป็นทุกข์
ตรงข้าม ผู้รู้สอนว่าเป็นทุกข์**
**ให้มีสติ กำหนดรู้ตัว-ตื่นตัวอยู่เสมอ
กิเลสจึงเกิดขึ้นไม่ได้ จึงจะเป็นบุญ-เป็นกุศลอย่างถูกต้อง
เป็นสมบัติของมนุษย์ ตามคำสอนของท่านผู้รู้**
*การกระทำใด ๆ ยังปล่อยให้ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง
ความเน่า-ความเหม็นเกิดขึ้น ยังเอาชนะสิ่งนี้ไม่ได้
วิธีการอย่างนั้น-ยังไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า
คำว่า‘ทางมิใช่ทาง’ หมายถึงการกระทำใด ๆ ตามที่กระทำลงไปแล้ว
ยังปิดช่องว่างความโกรธ-ความโลภ-ความหลงไม่ได้นั้น
ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า‘เป็นโมฆะ’
คำว่าเป็นโมฆะนั้น น่ากลัว-น่าเกลียด-น่าหวาดเสียว-น่าสะดุ้ง-น่าตกใจ*
ตรงกันข้าม **คำสอนใด-วิธีการใดก็ตาม
ทำแล้ว ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงลดน้อย
หรือหมดไป ไม่เกิดมีอีกต่อไปนั้น
นั่นแหละ ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า**
ทัศนะความจริงของท่านผู้รู้กล่าวแล้วว่า
**ทุกคนจิตใจสะอาด-สว่าง-สงบ เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว-เป็นประจำนี้
นี่แหละเป็นสมบัติของมนุษย์ทุกชาติ-ทุกภาษา**
ตรงข้าม *กิเลสหรือทุกข์ประเภทโทสะ-โมหะ-โลภะนั้น
เกิดขึ้นเมื่อตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นรู้รส กายถูกต้องสัมผัส
จิตใจนึกคิด ธรรมารมณ์เกิดขึ้นทางจิต-ทางใจ
ชอบ-ชัง อิจฉาริษยาเกิดขึ้น…ก็เอารัดเอาเปรียบ ไม่สุจริต
ทำการ-ทำงานไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อเวลา-หน้าที่
ความทุกข์ย่อมเกิดขึ้นเป็นเงาตามมา*
พระพุทธเจ้าที่เราเคารพนับถือ สอนเรื่องนี้จนหมดลมหายใจว่า
**‘ท่านทั้งหลายจงเจริญสติ ดูจิต-ดูใจ
ให้เห็นจิต-เห็นใจ เห็นชีวิตจริง ๆ ว่า
คนทุกคนมีความปกติที่สะอาด-สว่าง-สงบอยู่แล้ว
ทำการทำงานตรงต่อเวลา-หน้าที่
ก็ทำถูก-พูดถูก-คิดถูก ไม่มีความอิจฉาริษยา-ไม่เอารัดเอาเปรียบ
ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น
อย่างนี้เรียกว่าเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ
ที่สุดก็เรียกนิพพานสมบัติ อย่างนี้เข้าหลักคนโบราณว่า
‘สวรรค์ในอก-นรกในใจ นิพพานไม่ไกล-อยู่ในใจนี้เอง’
สัตว์ทำได้โดยยาก ทัศนะอย่างนี้มีอยู่แล้วในคนทุกคน**
พระพุทธเจ้าของเรากล่าวว่า ‘ธัมมะวิจะยะ’-การสอดส่องธรรม
พระองค์เป็นคนแรกทรงค้นพบ จึงนำมาสอน
ให้มีผู้รู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตาม ชื่อว่า‘สาวกพุทธะ’
**คำสอนของพระพุทธองค์มิได้หายไปไหน
ถึงแม้วันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปแล้ว-เปลี่ยนไปเล่า
ย่างเข้าสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้วก็ตาม**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น