รู้สึกกาย รู้สึกใจ 29 กันยายน 2022

“…ท่านที่รักทั้งหลาย

ไม่ว่าสัตว์ คน หรือต้นไม้…*เกิดมาแล้ว-ต้องตายทั้งนั้น*

ไม่ว่าชายหรือหญิง เด็กหรือผู้ใหญ่ ไทยหรือจีน

และชนชาติใด-ภาษาใด นุ่งผ้าสีอะไร

ถือศาสนาใด ก็ตายทั้งนั้น-ตายแหง ๆ

อันรูปกายภายนอกที่เป็นวัตถุ มองเห็นด้วยตา-จับถูกต้องด้วยมือ

รูปกายพระพุทธเจ้าเอง ก็ยังแตกดับสลายไป

จะนับประสาอะไรกับปุถุชน-คนธรรมดาสามัญอย่างเรา

พระพุทธเจ้าที่เราเคารพนับถือนั้น พระองค์สอนอย่างไร ?

*ความจริงเรา-ท่านทั้งหลาย ได้ทำบุญ-ให้ทาน

เช่น ถวายกฐิน บังสุกุล ผ้าป่า

รักษาศีล-ภาวนามามากต่อมากแล้ว

นับว่าเป็นบุญ-เป็นกุศลอย่างสูงแล้ว

เราท่านทั้งหลายละความโกรธ-ความโลภ-ความหลงได้ลดน้อยลง

หรือหมดสิ้นไปแล้วหรือยัง ?!*

**อันความโกรธ-ความโลภ-ความหลงนี้

ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า‘เป็นของเน่า-ของเหม็น’

หรือว่า‘เป็นกิเลส’ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป

เป็นทุกข์ทรมาน เวลาทำผิด-พูดผิด-คิดผิด…เป็นครั้ง-เป็นคราว

น่ากลัว-น่าหวาดเสียวยิ่งนัก ปุถุชน-คนธรรมดาไม่รู้ว่าเป็นทุกข์

ตรงข้าม ผู้รู้สอนว่าเป็นทุกข์**

**ให้มีสติ กำหนดรู้ตัว-ตื่นตัวอยู่เสมอ

กิเลสจึงเกิดขึ้นไม่ได้ จึงจะเป็นบุญ-เป็นกุศลอย่างถูกต้อง

เป็นสมบัติของมนุษย์ ตามคำสอนของท่านผู้รู้**

*การกระทำใด ๆ ยังปล่อยให้ความโกรธ-ความโลภ-ความหลง

ความเน่า-ความเหม็นเกิดขึ้น ยังเอาชนะสิ่งนี้ไม่ได้

วิธีการอย่างนั้น-ยังไม่ถูกต้อง ไม่ตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

คำว่า‘ทางมิใช่ทาง’ หมายถึงการกระทำใด ๆ ตามที่กระทำลงไปแล้ว

ยังปิดช่องว่างความโกรธ-ความโลภ-ความหลงไม่ได้นั้น

ท่านผู้รู้ทั้งหลายกล่าวว่า‘เป็นโมฆะ’

คำว่าเป็นโมฆะนั้น น่ากลัว-น่าเกลียด-น่าหวาดเสียว-น่าสะดุ้ง-น่าตกใจ*

ตรงกันข้าม **คำสอนใด-วิธีการใดก็ตาม

ทำแล้ว ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงลดน้อย

หรือหมดไป ไม่เกิดมีอีกต่อไปนั้น

นั่นแหละ ถูกต้องตามคำสอนของพระพุทธเจ้า**

ทัศนะความจริงของท่านผู้รู้กล่าวแล้วว่า

**ทุกคนจิตใจสะอาด-สว่าง-สงบ เป็นพื้นฐานอยู่แล้ว-เป็นประจำนี้

นี่แหละเป็นสมบัติของมนุษย์ทุกชาติ-ทุกภาษา**

ตรงข้าม *กิเลสหรือทุกข์ประเภทโทสะ-โมหะ-โลภะนั้น

เกิดขึ้นเมื่อตาเห็นรูป หูฟังเสียง จมูกดมกลิ่น ลิ้นรู้รส กายถูกต้องสัมผัส

จิตใจนึกคิด ธรรมารมณ์เกิดขึ้นทางจิต-ทางใจ

ชอบ-ชัง อิจฉาริษยาเกิดขึ้น…ก็เอารัดเอาเปรียบ ไม่สุจริต

ทำการ-ทำงานไม่ถูกต้อง ไม่ตรงต่อเวลา-หน้าที่

ความทุกข์ย่อมเกิดขึ้นเป็นเงาตามมา*

พระพุทธเจ้าที่เราเคารพนับถือ สอนเรื่องนี้จนหมดลมหายใจว่า

**‘ท่านทั้งหลายจงเจริญสติ ดูจิต-ดูใจ

ให้เห็นจิต-เห็นใจ เห็นชีวิตจริง ๆ ว่า

คนทุกคนมีความปกติที่สะอาด-สว่าง-สงบอยู่แล้ว

ทำการทำงานตรงต่อเวลา-หน้าที่

ก็ทำถูก-พูดถูก-คิดถูก ไม่มีความอิจฉาริษยา-ไม่เอารัดเอาเปรียบ

ไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น

อย่างนี้เรียกว่าเป็นมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ

ที่สุดก็เรียกนิพพานสมบัติ อย่างนี้เข้าหลักคนโบราณว่า

‘สวรรค์ในอก-นรกในใจ นิพพานไม่ไกล-อยู่ในใจนี้เอง’

สัตว์ทำได้โดยยาก ทัศนะอย่างนี้มีอยู่แล้วในคนทุกคน**

พระพุทธเจ้าของเรากล่าวว่า ‘ธัมมะวิจะยะ’-การสอดส่องธรรม

พระองค์เป็นคนแรกทรงค้นพบ จึงนำมาสอน

ให้มีผู้รู้ตาม-เห็นตาม-เข้าใจตาม ชื่อว่า‘สาวกพุทธะ’

**คำสอนของพระพุทธองค์มิได้หายไปไหน

ถึงแม้วันเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไปแล้ว-เปลี่ยนไปเล่า

ย่างเข้าสองพันห้าร้อยกว่าปีแล้วก็ตาม**…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *