รู้สึกกาย รู้สึกใจ 29 ตุลาคม 2022

※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๓ (๒/๕) ※-

“…พยายามกันจริง ๆ ปีนี้ สำหรับพระ-เณรเฮา

ออกไปเป็นครูให้ได้

ทำวัตรเช้า-วัตรเย็น ว่าให้ดัง

อย่าสิคิดว่า เราสิบ่ได้เป็นหัวหน้าคน

ถ้าเราดีแล้ว เป็นหัวหน้าคนได้ทันที

ถ้าหากเราเอาะแอะ-เงาะแงะ บ่เป็นหัวหน้าคนได้

บ่มีดีจักเทือแล้ว-คนผู้ฮั่น บ่ฝึกหัดตัวเองเด๊

ยามใด-ก็ไปเดินธุดงค์ แน่ะ! ไปประกาศ-ไปนำหมู่

แล้วไปเดินธุดงค์หมายถึงอันใด เฮาสิบ่ฮู้จัก

หมายถึงการขัดเกลาความชั่ว เขาเอิ้น‘กิเลส’

*อันกิเลสนั้น เพิ้นเอิ้น‘ความชั่ว’

ความชั่วอยู่ที่ใด เฮาพยายามเสาแสะ-มองให้เห็น

ตัวเฮาเนี่ย-นั่งอยู่ที่นี่ ก็เห็นนะ-ตัวเฮา

เฮาเฮ็ดชั่ว-เฮาก็เห็นโลดทันที เฮาเฮ็ดดี-เราก็เห็นโลดทันที

เพราะมันอยู่ที่เฮา*

บ่มีผี-บ่มีเทวดา บ่มีพระพุทธเจ้าองค์ใดมาทำให้เฮา

ถ้าหากเฮารู้จริงแล้ว

‘พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องเคารพพระธรรม’ เนี่ยเขาว่า

‘ที่เป็นแล้วด้วย-ที่กำลังเป็นอยู่ด้วย

ที่กำลังจะมาตรัสรู้ข้างหน้านี้ก็คือกัน ต้องเคารพพระธรรม’

**พระทำการ-พระทำงาน-พระพูด-พระคิด

ตัวเฮาเนี่ย ทำให้เฮาเป็นพระเนี่ย**

จึงว่าให้มันเป็นระเบียบเรียบร้อย

ตั้งเค้า-ตั้งโครง ลงราก-ลงฐาน

ปีนี้ต้องพยายามผลิตกันจริง ๆ

ถึงเวลง-เวลา ก็น่าดู-น่าชม…แน่ะ!

๒-๓ มื้อมานี้-เป็นรูปหนึ่งแล้วเด๊นี่ เฮามาฝึกหัดกัน

*ถ้าหากบ่ฝึกหัดกันแล้ว ก็ต่างคนต่างเฮ็ด-ต่างคนต่างไปแล้ว

มันก็บ่คือพระพุทธเจ้าว่านั่นแล้ว*(ว่า)

‘พุทธานุพุทธัง สะมะสีละทิฏฐิง’ มันก็บ่คือแล้ว

**‘ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน’** เนี่ยเฮาว่า

มีศีลคือกัน-มีทิฏฐิคือกัน ทิฏฐินั้น-เพิ่นเอิ้น‘ความเห็น’

ความเห็นแบบพระพุทธเจ้า เพิ่นจึงว่า‘ฝึกหัด’

เฮาว่ากัน-สังฆคุณ เฮาเว้าซื่อ ๆ-เว้าแต่ปาก

*ครั้นเว้าแต่ปากนั้น-มันได้ผลน้อย* **เว้าแล้วทำตาม-มันได้ผลดี**

อย่าง‘พุทธานุพุทธัง’ นี่ก็คือกัน

อย่าเว้าแต่ปาก ให้สำนึกอยู่เสมอ

เฮาว่าเมื่อกี้นี่ ก็สวดทำวัตรเช้า

‘ยัสสะ สัทธา ตะถาคะเต อะจะลา สุปะติฏฐิตา

**ศรัทธาในตัวพระตถาคตของผู้ใดตั้งมั่นอย่างดี ไม่หวั่นไหว’

อย่าไปหวั่นไหวต่ออารมณ์ภายนอก** แล้วก็บทหนึ่งเพิ่นสวดไว้

‘ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง ยัสสะ

นะ กัมปะติ อะโสกัง วิระชัง เขมัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง

กิจ ๔ อย่างนี้เป็นมงคลอันสูงสุด

ของมนุษย์และเทวดาทั้งหลายเด๊’ เพิ่นว่า

‘ผุฏฐัสสะ โลกะธัมเมหิ จิตตัง **จิตของผู้ใดตั้งมั่นอย่างดี

ไม่หวั่นไหวต่ออารมณ์ภายนอก หรืออารมณ์ที่เขามายกย่อง’

ชมเฮาก็ตามซาง(ก็ตามที) บ่หวั่นไหว

เพราะเราเห็นพระธรรมแล้ว

อันนั้นแหละคือจิตใจของพระพุทธเจ้า

‘อะโสกัง เป็นจิตบ่โศกเศร้า-เป็นจิตบ่เศร้าหมอง’ มันเป็นจังซั่น

มีอยู่ของทุกคนทั้งหมด**

บ่ว่าผู้หญิง-บ่ว่าผู้ชาย-บ่ว่าพระสงฆ์องค์เจ้า

อันเป็นเพชร-เป็นทองคำ **มันมีอยู่นั่นแล้ว**

*เฮาหากบ่เบิ่งตัวเฮา ไปเบิ่งแต่ผู้อื่นพู่น

ผู้ใดว่าหยังให้เฮา-แล่นไปคุบ(ตะครุบ)เอาโลด มันเป็นไปจังซั่น

ก็เลยเป็นจิตเศร้าหมอง เป็นจิตขุ่นมัวไปซะ*

**แต่ตัวจิตแท้ ๆ นั้น มันบ่ขุ่นมัว-มันบ่เศร้าหมอง

เพิ่นเอิ้น ‘จิตอะโสกัง’

‘วิระชัง เป็นจิตที่ไกลจากธุลีคือน้ำขี้ตม’** เพิ่นว่า

เฮาเห็นน้ำขังในรอยตีนวัว-ตีนควาย เขาเอิ้นว่า‘น้ำขุ่นขี้ตม’

‘บ่แม่นน้ำขุ่น-น้ำขี้ตม ขี้ตม-ขี้ขุ่นนั้นต่างหากมาเฮ็ดน้ำให้ขุ่น

แต่ความจริง-น้ำกับตมนั้นอยู่นำกันได้’ เพิ่นว่าจังซั่น

แต่เฮาบ่เอาออกมาใช้ มันมีแต่เว้าซือ ๆ

ความเว้านั้นจึงว่า **‘เว้าร้อยคำ-พันคำ-หมื่นคำ-แสนคำ

สู้การกระทำ-การเห็นแจ้งรู้จริงครั้งเดียวบ่ได้’ เพิ่นว่าจังซั่น

อันนี้แหละเป็นมงคลของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย

‘กิจ ๔ อย่างนี้ ผู้ใดทำให้เกิด-ให้มีในตนได้แล้ว

ไปไส-มาไส ไม่มีทุกข์-ไม่มีความเดือดร้อน’**…เพิ่นว่า

*เดี๋ยวนี้เฮามีแต่เว้า มีแต่ไปสวดเรื่องอันนั้น-ไปสวดเรื่องอันนี้

ตัวจริงเฮาเลยบ่เอามาพูด-มาสอนกัน

มันก็เลยบ่ได้รู้-บ่ได้เห็นตัวจริง* มันเป็นจังซั่น…”

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’

หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้

ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย

ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ

โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ

จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ

อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง

‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด

ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *