-※ สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๓ (๓/๕) ※-
“…จึงว่าพวกเฮา พระทุกองค์-เณรทุกองค์ แม่ขาว-แม่ดำทุกคน
อยู่ที่นี้ต้องฝึกหัด-ออกไปเป็นครูให้มันได้
*อย่าสิว่า-มาฝึกหัดมะเลาะเปาะแปะ บ่เป็นท่า*
นี่แหละ ฝึกหัดเบื้องแรก-ต้องฝึกหัดรูปกายเสียก่อน
ให้มันเป็นโครงสร้าง คืออย่างปลูกเฮือนนี่แหละ-ฝังเสาให้มันดี
แล้วก็ตีขาง-วางโครงให้มันแน่นหนา
เหล็กตะปู ๕-ตะปู ๔ โน่นแหละ
ช่างเพิ่นว่า ‘ใส่นอต-ขันเข้า อย่าให้มันส่าย-มันซง
ครั้นเอาตะปู(ตัว)น้อย ๆ ตีใส่แล้ว มันก็ส่าย-มันซง
เฮือนมันเลยบ่ทน ล้มผางลงไปโลด
ก็เลย-ความมั่นคงของเราก็เลยจิไม่มี
คนอื่นมาเบิ่งเฮา-ก็เลยจิบ่เห็นบ่อนดูบ่อนชม(ที่ดูที่ชม)
เพราะเฮานี้เองทำดี-ทำชั่ว อันนี้เป็นการฝึกหัด
ทุกองค์ต้องฝึก บ่ฝึกบ่ได้-อยู่ที่นี่
ปีนี้มันต้องคุมกันอย่างนี้
เพราะว่าระยะ ๒-๓ ปีนี้ เฮาออกไปเป็นครูได้โลด
เดี๋ยวนี้ก็เป็นได้ ถ้าฝึกเดี๋ยวนี้-ก็เป็นได้ทันที
อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเฮ็ด อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาเว้า
อย่าเอานิสัยเดิม ๆ มาคิด
เป็นคนพูดน้อย-ทำมาก รักการ-รักงาน…อันนี้เพิ่นว่า‘รัก’
‘รัก’ แปลว่าคิดถึง
บ่แม่นรักผู้หญิง บ่แม่นรักอันพู้นเด๊
ที่ผมว่านี้…รักการ-รักงาน รักเวลา รักหน้าที่
ถึงเวลา-ก็ต้องคิดถึงโลด
สิ่งอื่น ๆ เอาไว้ซะก่อน-เฮาเฮ็ดมาพอแล้ว
*สร้างกองกฐิน-สร้างโบสถ์ สร้างศาลาการเปรียญ
สร้างถนนหนทาง ดีแล้วอันนั้น
ให้ทาน-รักษาศีล-กินเจนั้น…ดีแล้ว แต่ว่ามันแก้ปัญหาตัวเองบ่ได้
ยังย่านผี-ย่านเทวดา ย่านบาป-ย่านบุญ
ย่านไปตกนรก อันนั้นมันแก้บ่ได้*
(ยัง)มีความสงสัยในหลักพระพุทธศาสนาอยู่
**อันนี้มันสิแก้ปัญหาได้
ถ้ารู้จักอย่างผมว่านี้-รู้จักจริง** เป็นจังซั่น
*ผีคือคนทำชั่ว-พูดชั่ว-คิดชั่ว เฮาเอิ้น‘บักผี’
มีตาทิพย์-เห็นจังซี่*
บ่แม่นตาทิพย์ไปเห็นเลข-เห็นบัตร-เห็นเบอร์
เห็นเม็ดหิน-เม็ดทราย บ่แม่นอันนั้น-ตาทิพย์น่ะ
ครั้นผู้หญิงทำชั่ว-พูดชั่ว เขาเอิ้น‘อีผี-คือผี’
ถ้าพระ-เณรองค์ใดทำชั่ว-พูดชั่ว-คิดชั่ว-เว้ายาก
ก็ว่า‘พระองค์นี้คือผี-เณรองค์นี้คือผี’ แน่ะ…เพิ้นว่าจังซั่น
เฮาหากบ่ฮู้จัก แต่เว้านำพ่อ-นำแม่เฮามา
แต่แข้งขา-หน้าตา-มือเท้านั้นเป็นคน
ใจมันเป็นผี-ใจมันเป็นเปรต-ใจมันเป็นพญามาร
ใจมันเป็นสัตว์เดรัจฉาน ตาเฮาบ่เห็นเด๊
จับบ่ถูกด้วยมือ-มองบ่เห็นด้วยตา เห็นด้วยตาทิพย์
เพิ่นเอิ้นว่า‘ทิพยจักษุ หรือจักขุอินทรีย์’
**ถ้าหากว่าญาติโยมทำดี-พูดดี-คิดดี ก็เอิ้นว่า‘พระทำ’
พระทำการ-พระทำงาน-พระพูด-พระคิด เอิ้น‘พระธรรม’**
พระสงฆ์ผู้เชื่อฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
แล้วประพฤติ-ปฏิบัติตาม นี่เป็นพระสงฆ์โดยสมมติ
**พระแท้ ๆ นั้น มีอยู่ในใจของทุกคนเลย**
ที่ผมว่านี่ ฟังแล้วจังซี่-แล้วจำได้โลด
อันนี้เป็นการฝึกหัดดัดนิสัย-สันดานของเฮาให้มันดีขึ้น
เมื่อเฮาดีแล้ว ไปไ-สมาไส…ก็มีคนอยากได้-อยากพบ-อยากเห็น
ถ้าเฮาไปไส คนพบหน้าเห็นตาเฮาแล้วจุ้ยสบจุ้ยปาก(เบ้ปาก)
บ้านผมเอิ้น‘จุ้ยสบจุ้ยปาก’ เขาบ่อยากเว้านำ-เขาเบื่อ
**ให้เฮาสำนึกอยู่เสมอ คิดถึงคุณของพระพุทธเจ้า
คิดถึงคุณของพระธรรม-คิดถึงคุณของพระสงฆ์
เอาพระพุทธเจ้ามาไว้กับเฮานี้-เอาพระพระธรรมมาไว้กับเฮานี้
เอาพระสงฆ์มาไว้กับเฮานี้
เพิ่นว่า‘เอาอดีต-เอาอนาคต-เอาปัจจุบันมาไว้กับเฮาให้เหมิ้ด’**
*อันอดีตชาติแล้ว-ชาติก่อนพู้น อย่าเพิ่งเอามาเว้า
อดีตเมื่อวานนี้-ก็อย่าเอามาเว้าถึง ผ่านไปแล้วมันแก้บ่ได้
อนาคตมื้ออื่น(วันพรุ่งนี้)ก็ตามซาง
ปีหน้าก็ตาม-ชาติหน้าก็ตาม มันจิแก้ปัญหาเฮาบ่ได้*
**แก้ได้เฉพาะปัจจุบันนี้**
ได้ยินเพิ่นว่า‘มันบ่ดี’ เลิกโลดจังซี่
นุ่งผ้าแบบนั้น มันบ่ถูกลักษณะพระพุทธเจ้าสอน
ก็เลิกโลด มานุ่งแบบมันถูกฮั่น
ห่มผ้าแบบนั้นมันบ่ถูกลักษณะของพระพุทธเจ้าสอน
เฮาก็เลิกโลด มาเฮ็ดคือหมู่
จึงว่า**‘ผู้ตรัสรู้ตามพระพุทธเจ้า มีศีลและทิฏฐิเสมอกัน’**
ทุกคนนี่เฮ็ดคือกัน ก็งามขึ้นมาโลด
เป็นรูป-เป็นร่าง เป็นโครงสร้าง…แน่ะ!
คนมีผู้มาพบเห็น(ก็ว่า)
‘โอ…น่าเลื่อมใสเว่ย-พระเณรอยู่ทับมิ่งขวัญ’ แน่ะ…ขเจ้าว่าเอง
บ่แม่นผู้นั่น-ผู้นี้เด๊ คือกันเด๊
บ่แม่นผู้นั้นเฮ็ดจังซั่น-ผู้นี้เฮ็ดจังซี่เด๊
อันนี้มันก็เขวกันไป ย่างกันไป-ก็เตะแข้งเตะขากันไป
(ให้)ย่างตามหลังกันไปคือตัวปลวก-ตัวมดนี่
เพิ่นว่า‘มีอะไรขวางหน้าขวางตา กัดไปหมด-ตัวปลวก’
ลองเฮาเอาไม้ทิ้งใส่หนทางมัน แล่นสวนทางกันไปโลด
‘ไผสิมาขวางทาง กูกัดออกไปโลด’
เฮาก็ต้องช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไข
นอนตื่นมื้อเช้ามา-อย่าส่งเสียง พยายามทำ-ค่อย ๆ ลุกออกมา
คนใดหากบ่ทันย่าง ต้องนั่งสร้างจังหวะแฮง ๆ
นั่งสร้างจังหวะก่อน เพราะเฮาลุกใหม่(พึ่งตื่น)เด๊
ลุกออกมา มันอยากนอนแล้วบัดนี่
มันง่วงแล้วก็ไปล้างหน้า ออกมาเดินจงกรม
พอดีได้เวลาตีระฆังแล้ว เฮาก็มา
ตีระฆัง-โป๊ง! เพราะเฮาเดินจงกรมอยู่นี่แล้วเด๊
บัดนี้พรึบ! พร้อมกันโลด
คือตัวปลวก-ตัวมดที่ช่วยกันกันกัดไม้ออกจากทางไปโลด
ความพร้อมเพรียงนั่นแหละ เป็นโชค-เป็นลาภอันยิ่ง
ความพร้อมเพรียง-ความสวยงาม ปฏิบัติธรรมให้มันก้าวหน้า
ถ้าความบ่พร้อมเพรียงกันแล้ว ก็บ่เป็นลาภ-บ่เป็นโชคแล้ว
ปฏิบัติธรรมะ-ก็บ่ก้าวหน้าแล้ว เป็นจังซั่น
จึงว่ามื้อแลงก็คือกัน เฮาอาบน้ำมาแล้ว
นั่งสร้างจังหวะสักพักหนึ่ง แล้วก็มาเดินจงกรม
เมื่อมาเดินจงกรมพอสมควรแล้ว
ได้เวลาตีระฆังแล้ว-ก็ตีระฆัง พร้อมกันแล้วก็ทำวัตร
ทำวัตรเสร็จแล้ว…เพิ่นก็บอกเฮา-อบรมเฮา เป็นจังซั่น
เมื่ออบรมดีแล้ว เฮาก็นำไปปฏิบัติ
ฟังคำแนะนำ(ของ)เพิ่น เมื่อฟังคำแนะนำเพิ่นแล้ว-ก็จำได้
อันนี้เป็นโครงสร้างเบื้องนอก…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว ๑-๔’
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ พูดไว้
ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ อ.เมือง จ.เลย
ก่อนท่านจะมรณภาพประมาณเดือนเศษ
โดยท่านตั้งใจที่จะพูดฝากไว้สำหรับผู้ที่สนใจ
จะได้นำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
อันเป็นทางนำไปสู่การพ้นทุกข์ด้วยตนเอง
‘สูตรสำเร็จ’นี้ เป็นวิธีลัดสั้นและตรงที่สุด
ท่านจึงได้ให้ชื่อว่า ‘สูตรสำเร็จอึดใจเดียว’
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น