ถาม-ตอบ
ถาม : ทุกวันนี้พระสงฆ์สอนพุทธศาสนา เหตุใดจึงสอนไม่เหมือนกัน ?
ตอบ : เพราะมีแนวความคิด มีอุดมคติไม่เหมือนกัน
*ความเห็น-ความเข้าใจที่ไม่เหมือนกัน จึงทำให้การสอนแตกต่างกัน
เป็นหลายเส้น-หลายสาย หลายวิธี*
ถาม : พระสงฆ์ที่สมมติบวชกันมาทุกวันนี้
บวชในพุทธศาสนา หรือบวชนอกพุทธศาสนา ?
ตอบ : บวชในพุทธศาสนา-และนอกพุทธศาสนา ก็มีทั้งนั้น
เพราะทำตามความเห็น และเข้าใจที่ไม่เหมือนกัน
ดังคนโบราณพูดว่า‘บวชลับ-บวชลอง บวชครองประเพณี
บวชหนีสงสาร บวชผลาญข้าวสุก บวชสนุกตามเพื่อน
บวชเปื้อนศาสนา บวชเป็นสมภาร บวชประจานภรรยา
บวชหาของเล่น บวชตายทั้งเป็น **บวชตามพระพุทธเจ้าจริง ๆ’
พระองค์ตรัสว่า‘เธอจงเป็นภิกษุมาเถิด-ธรรมเรากล่าวดีแล้ว
จงประพฤติพรหมจรรย์ เพื่อทำที่สุดทุกข์โดยชอบเถิด’
นี่คือการบวชที่ถูกต้องตามพุทธประสงค์ และคือการบวชในพุทธศาสนา**
ถาม : นักบวชเหล่านั้น จะเคารพพระธรรมวินัยเหมือนกันหรือเปล่า ?
ตอบ : ถามดูแล้ว ต่างก็ว่าเคารพพระธรรมวินัย-คำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งนั้น
แต่ถ้าดูการกระทำแล้ว มักจะไม่ตรงกับคำพูดเอาเสียเลย
ทำนองว่ามือถือสาก-ปากถือศีล หัวใจอยู่ใต้อุ้งตีนหมา-ก็ยังมี
จะว่าเคารพเหมือนกัน-ก็ไม่ถูก หรือจะว่าไม่เคารพเหมือนกัน-ก็พอได้อยู่
ถาม : หากพูดอย่างนั้น จะเอาอะไรเป็นเครื่องวัด-เครื่องตัดสิน ?
ตอบ : **ต้องเจริญสติ-สมาธิ-ปัญญา หรือเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน
ในจิต-ในใจสะอาดสว่างไสวด้วยแสงแห่งพระธรรม
บรรลุความสะอาด-สว่าง-สงบ เป็นผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบานด้วยธรรม
นี่เป็นเครื่องวัด และเป็นเครื่องตัดสินได้ **
ถาม : รู้อะไร-ตื่นอะไร เบิกบานอะไร ?
ตอบ : **รู้ตัวเองในเวลาทำ-พูด-คิด รู้ว่าทำผิด-ทำถูก
รู้ว่าพูดผิด-พูดถูก รู้ว่าคิดผิด-คิดถูก ตื่นจากความงมงาย-หลงผิด
สิ่งที่งมงายที่ทำมา-พูดมา-คิดมาอย่างผิด ๆ ตื่นจากสิ่งเหล่านี้**
มิใช่ตื่นข่าวหรือตื่นตูม
**อันชีวิตจิตใจของคนทุกคนสะอาด-สว่าง-สงบ
คือเบิกบานอยู่โดยธรรมชาติแล้ว
ตรงกันข้าม ที่ไม่สะอาด-ไม่สว่าง-ไม่สงบ
พระองค์เรียกว่า‘เป็นกิเลส เป็นบาป-เป็นทุกข์’
พระองค์ทรงสอนให้เจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน
จะได้รู้จริง-เห็นจริง-เข้าใจจริงถึงสัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
คำสอนของพระพุทธเจ้าจะมีมากถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์
ก็มีไว้เพื่อดับกิเลส หรือมีไว้ให้พวกเราได้ศึกษา
หาทางห่างพ้นจากความทุกข์ทางจิต-ทางใจเท่านั้น
ที่เรียกว่า‘ทางที่เป็นทาง’นั้นเอง**
ถาม : พระพุทธศาสนาที่แท้ สอนอย่างไร-หมายถึงอะไร ?
ตอบ : สอนให้รู้คุณค่าของชีวิต การทำ-พูด-คิด
และสอนให้ทำมาหาเลี้ยงชีพโดยถูกต้อง พร้อมกันนั้น-ให้รู้จักบุญ-บาป
และหมายถึงบุคคลผู้รู้ธรรม-เห็นธรรม-เข้าถึงธรรม
ตรงกันข้ามกับพวกเดียรถี กลับพยายามสอนไปในทางผิดศีลธรรม
ซึ่งไม่ตรงกับคำสอนของพระพุทธเจ้า
ถาม : ท่านรู้ไหมว่าบุญคืออะไร-บาปคืออะไร ?
ตอบ : **บุญคือความไม่มีทุกข์ทางกาย-ทางวาจา-และทางจิตใจ**
*บาปคือความไม่สบายกาย-วาจา-และจิตใจ
หรือคือความโลภ-ความโกรธ-ความหลงนั่นเอง*
พระองค์ทรงตรัสว่า‘บุคคลใดใจไม่สะอาด
มีชีวิตอยู่ เปรียบเหมือนคนที่ตายแล้ว’
เข้าทำนองว่าตายทั้งเป็น เหม็นมากกว่าซากศพ-เหม็นตลบ
ด้วยคำฉิน-หมิ่น หยาบหยาม
ถาม : ทำอย่างไรจึงจะแก้ทุกข์ทางกาย ทางจิต-ทางใจ…ให้หายได้ ?
ตอบ : แก้ทุกข์ทางกายนั้น ต้องขยันหมั่นเพียรในหน้าที่การงาน
และรู้จักเก็บเล็ก-ผสมน้อยให้มากขึ้น
คนโบราณว่า ‘ขยันกันซวย-อยากรวยต้องประหยัด’
เมื่อเราไม่สบาย จะได้มีเงินไปหาหมอรักษา-หรือไปโรงพยาบาล
**สำหรับทางจิต-ทางใจนั้น ต้องสร้างสติ-หรือเจริญวิปัสสนา…จึงจะหายได้
เอากายเป็นเรือ-สติเป็นหางเสือ-ปัญญาเป็นคนพาย
นี่คือวิปัสสนาตามธรรมชาติ**
ถาม : การเจริญวิปัสสนากัมมัฏฐาน-กระทำอย่าไร มีประโยชน์อย่างไร ?
ตอบ : **ต้องมีการฝึกหัด
พลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง ยกมือไป-เอามือมา…ให้มีสติเข้าไปรู้
และการเดินไป-เดินมา เอามือกอดอกไว้หรือไพล่หลังไว้
เรียกว่า‘เดินจงกรม’-ให้มีสติไว้ทุกอิริยาบถ เพื่อเอาชนะการปรุงแต่งของจิตใจ
อันการพลิกมือขึ้น-คว่ำมือลง ยกมือไป-เอามือมาน้อย ๆ นี้
จะเป็นการสะสมสติให้มีพลังงานมากขึ้น จะสว่างภายในจิตใจ
ความเศร้าหมอง ความโลภ-ความโกรธ-ความหลงก็ไม่มี
เหมือนเราจุดตะเกียงขึ้น ความมืดย่อมหายไป**
ความรู้สึกของสติก็ฉันนั้น
ตอบโดย : หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_



ใส่ความเห็น