ถาม-ตอบ
ถาม : (เรื่องวิปัสสนา) ใครพูดมา-ทำมาก่อนหรือคิดเอาเอง ?
ตอบ : พระพุทธเจ้าทำมาแล้ว และพระสาวกก็ทำตามมามากต่อมากคนแล้ว
**ข้าพเจ้าก็เข้าใจและทำตาม-พิสูจน์มาแล้ว เป็นความจริง
หากอยากรู้-ต้องเจริญสติวิปัสสนาดู จะหายสงสัยในเรื่องต่าง ๆ**
ถาม : คนที่เขียนหนังสือไม่ได้ อ่านหนังสือไม่ออก
และนับถือศาสนาอื่น จะปฏิบัติได้ไหม ?
ตอบ : **เขียนหนังสือไม่ได้-อ่านหนังสือไม่ออก
นับถือศาสนาอะไร-นุ่งห่มผ้าสีอะไร ก็ปฏิบัติได้ทั้งนั้น**
ถาม : วิธีทำ-วิธีสอน รับรองกี่ปี-กี่เดือน-กี่วัน…จึงเกิดปัญญา ?
ตอบ : ตามตำราธรรมวิจารณ์ว่า อย่างนาน ๗ ปี
อย่างกลาง ๗ เดือน อย่างเร็ว ๑ วัน ถึง ๑๕ วัน
ทำติดต่อกันเหมือนลูกโซ่ มีอานิสงส์ ๒ อย่าง
๑. เป็นพระอรหันต์ ๒. เป็นพระอนาคามี
**สำหรับผู้เขียนรับรอง ถ้าทำติดต่อกันเหมือนลูกโซ่
อย่างกลาง ๑ ปี อย่างเร็ว ๙๐ วัน
อานิสงส์ไม่ต้องพูด ทุกข์จะลดน้อยหรือหมดไป**
วิธีพุท-โธ วิธีสัมมา-อรหัง นับ ๑ ถึง ๑๐ พอง-ยุบ
อานาปานะ หรือดูลมหายใจหยาบ-ละเอียด
ผู้เขียนเคยทำมา ได้รับความสงบเล็กน้อย-ไม่เกิดปัญญา
**วิธีเกิดปัญญา ต้องอาศัยวิธีเคลื่อนไหวของรูป-นาม
ให้มีสติรู้เท่า-รู้ทัน รู้กัน-รู้แก้…เอาชนะได้
เพราะเป็นกฎธรรมชาติ ผู้เขียนเอาชีวิตเป็นเดิมพัน
สมกับคำที่ว่า‘เสียสละทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ
เสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต เสียสละชีวิตเพื่อรักษาสัทธรรม’
ไม่เอาตำรามาพูดก็ได้ เพราะมีอยู่ในตัวทุกคน**
ถาม : จะถือเอาคนเช่นไร ว่ามีดวงตาปัญญา ?
ตอบ : **ถือเอาผู้มีความรู้-ความเข้าใจ ปิดช่องทางกิเลสหรือทุกข์
ไม่ยอมให้ทุกข์หรือกิเลสเกิดขึ้นได้ ถือว่าผู้นั้นมีดวงตาปัญญา
ชีวิตของผู้นั้นมีค่ามากที่สุดในโลก**
ถาม : มีค่ามากที่สุดในโลก…ซื้อ-ขายได้ไหม เอาให้กันได้ไหม ?
ตอบ : *จะซื้อเอาไม่ได้ ไม่มีตลาดขาย-ไม่มีธนาคารฝาก
จะหยิบยื่นให้กันไม่ได้ ทำแทนกันไม่ได้*
ทุกวันนี้มีผู้ประกาศศาสนาผี ศาสนาพราหมณ์
ศาสนาเทวดา ว่าเป็นพุทธศาสนา
ผู้ไม่เข้าใจพุทธศาสนา ก็หลงงมงาย-ทำตามไปด้วย
ถาม : ศาสนาผี-ศาสนาพราหมณ์-ศาสนาเทวดาสอนอย่างไร ?
ตอบ : ศาสนาผีสอนให้ไหว้ผี ขอร้อง-อ้อนวอนผี บูชาผี…เพราะกลัวผี
ศาสนาพราหมณ์สอนให้เชื่อฤกษ์งามยามดี เสียเคราะห์
บูชาโชคลาภ-ปลุกเสกเครื่องรางของขลังว่าศักดิ์สิทธิ์
ศาสนาเทวดาสอนให้บวงสรวง ของร้อง-อ้อนวอน
ให้บันดล-บันดาลในสิ่งที่ตัวต้องการ
ถาม : พุทธศาสนาสอนอย่างไร ?
ตอบ : **พุทธศาสนาสอนให้ฝึกสติปัญญา เห็นแจ้ง-รู้จริงด้วยสติปัญญา**
เข้าไปรู้เหตุผล-กลไกของเทวดา พวกปัญญาอ่อน
ศาสนาเหล่านั้นไม่สอนทางปัญญา
ตรงกันข้าม **พุทธศาสนาสอนให้เกิดปัญญาทางจิต-ทางใจ
จึงจะแก้ทุกข์ได้-เกิดสว่างทางจิตใจ** เห็นผี-เห็นพราหมณ์-เห็นเทวดา
จึงเป็นครูผี-ครูมนุษย์-ครูเทวดาทั้งหลาย
ผี คือคนทำชั่ว-พูดชั่ว
คนฉลาดหากินกับคนไม่ฉลาด เรียกว่า‘พราหมณ์’
คนทำดี-พูดดี-คิดดี มีความละอายอยู่ในจิตใจ
ภาษาธรรมว่า‘มีหิริโอตตัปปะ’ เป็นเครื่องอยู่ของเทวดา
ผู้เห็นแจ้ง-รู้จริง ชื่อว่า‘เป็นครูของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย’
ถาม : ทำอย่างไรจึงจะรู้แจ้ง-เห็นจริงได้ ?
ตอบ : **ต้องทำอย่าง(ให้)พุทธะเกิดขึ้น
เพราะปัญญาพุทธะมีอยู่ในจิตใจของคนทุกคน
เป็นผู้รู้-ผู้ตื่น-ผู้เบิกบาน ชื่อว่า‘ธัมมะวิจะยะ’-ความสอดส่องธรรมจริง ๆ**
ถาม : ทำอย่างไร-วิธีใด จึงรวดเร็ว-รวบรัดได้ ?
ตอบ : พระพุทธเจ้าที่เราเคารพนับถือ(กล่าว)ว่า
**จะสอนคนอื่น เราต้องทำก่อน-รู้ก่อน
แล้วจึงสอน จึงจะสะดวกสบายต่อผู้ทำตาม
มีความเห็น-มีทิฐิ-และมีศีลเสมอกัน ชื่อว่า‘รู้ตาม-เห็นตาม’
รับรองวิธีทำ-วิธีพูด-วิธีคิด-วิธีสอนของตนได้**
สุดท้ายถาม-ตอบ จะเล่านิทานเรื่อง‘ลิงเฒ่าโง่’
ยังมีลิงเฒ่าโง่ตัวหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าลึก
วันหนึ่งมันออกไปหากินใกล้ ๆ ริมทะเล
มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง มันวิ่งขึ้นต้นไม้นั้นด้วยความรวดเร็ว
ขณะที่ลิงเฒ่ามองลงไปในน้ำ
มันเห็นภาพสะท้อนของดวงอาทิตย์แดงสดใส-น่ากิน และคงอร่อย
ลิงเฒ่าตัวนั้นก็ค่อย ๆ ไต่ไปตามกิ่งไม้ที่ยื่นไปในน้ำนั้น
แล้วกระโจนลงไปไขว่คว้าเอาสิ่งที่มันต้องการ
ผลสุดท้าย ลิงเฒ่าโง่ตัวนั้นก็ตายเปล่า
เปรียบเสมือน*ผู้แสวงหาความสงบ
แต่ไม่รู้ว่าความสงบอยู่ที่ไหน จึงไขว่คว้าหานอกตัว
ผลสุดท้ายต้องพบกับความตาย* เช่นเดียวกับลิงเฒ่าโง่ตัวนั้น
ตอบโดย : หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น