“…*ความสงบเยือกเย็นนั้น
มันมีอยู่ในคนทุกคน ไม่ยกเว้น*
เขาเรียกว่า‘อุเบกขา-วางเฉย’
อย่างที่ญาติโยม หรือเพื่อนภิกษุสามเณร
ฟังผมพูดอยู่เดี๋ยวนี้ ลองดูจิตใจท่าน-เป็นยังไง ?
**ลักษณะอันเฉย ๆ นี้ มันมีอยู่แล้วในคน
ท่านเรียก ‘อุเบกขา-วางเฉย’
เราไม่ต้องไปทำอะไรให้มันมาก
แต่ให้เราดู-เรารู้-เราเห็นสภาพภาวะเช่นนั้น**
ดังนั้นจึงว่า
*‘สวรรค์อยู่ในอก-นรกอยู่ที่ใจ พระนิพพานก็อยู่ที่ใจ’*
‘สวรรค์’ ก็คือ ตา-หู-จมูก-ลิ้น-กาย และใจ
ดูอันดี-เห็นอันดี-ฟังอันดี-ทานอาหารอันมีรส(ดี)
เขาเรียกว่า‘สวรรค์’
‘นรก’ ก็คือความเดือดร้อน โกรธ-เกลียดชัง
อารมณ์ไม่ดี-หงุดหงิด ใจคอไม่ค่อยสบาย-เศร้าหมอง
ก็เรียกเป็นนรก
*‘นรก’ คือความทุกข์นั่นเอง*
‘นิพพาน’ บัดนี่
*‘นิพพาน’ ก็หมายถึงความเย็นอก-เย็นใจ*
อันนิพพาน(ที่)อยู่ชั้นฟ้านั่น ยัง ๆ ไม่ทันพูดถึง
ความเย็นอก-เย็นใจ ท่านก็เรียกว่า‘นิพพาน’
‘นิพพาน’กับ‘อุเบกขา-วางเฉย’ ก็เป็นอันเดียวกัน
‘นิพพาน’ ก็เป็นอันเดียวกัน
‘เย็น’ ก็เป็นอันเดียวกัน
‘ไม่เดือดร้อน’ ก็เป็นอันเดียวกัน
มัน(เป็น)คำพูด
พระพุทธเจ้าท่านมีปัญญา สามารถพูดแยกแยะได้หลายอย่าง
แล้วแต่ท่านจะพูด
ดังนั้น การศึกษาเล่าเรียนพระไตรปิฎกนั้นดีแล้ว
การให้ทาน-รักษาศีลนั้นดีแล้ว
การกราบ-การไหว้นั้นดีแล้ว
*แต่ว่าเรายังมีโกรธ-โลภ-หลงอยู่*
สมมติให้ฟัง
เหมือนเราปลูกบ้านหลังหนึ่ง สดสวย-งดงามดี
เราไปนอน หรือไปพัก
เอาของเราขึ้นไป(พัก)ได้ ๒-๓ วันแล้ว
บัดนี้ เรามีน้ำมันเชื้อเพลิง
เราถอก(เท)น้ำมันเชื้อเพลิงราดลงไป
มีไม้ขีดไฟเพียงก้านเดียว จุดเป็นไฟ
ติดไฟแล้ว ก็ไปติดน้ำมันเชื้อเพลิง
ไฟมันก็ไหม้บ้านนั้นหมดเลยทีเดียว
อันนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่นำมาเล่าสู่ฟัง
*การให้ทาน-การรักษาศีลนั้นดีแล้ว
แต่(เมื่อ)เราโกรธขึ้นมานั้น
ความดีใจอัน(เกิดจากการ)ให้ทานก็หมด
จิตใจสบายอัน(เกิดจากการ)รักษาศีลเป็นปกตินั้นก็หมดไป
ความสงบนั้นมีไม่ได้-หมดแล้ว
(แล้วเราก็มา)ตั้ง(หรือ)สร้างบ้านขึ้นมาอีก
(คือ)สร้างสมาธิขึ้นมาอีก (แล้ว)ไฟก็ไหม้อีก
เป็นอย่างนั้น
ดังนั้น **การเจริญความรู้สึก(ตัว)นี้ จึงมีค่ามีคุณมาก
ทำไม(จึง)มีค่ามีคุณมาก ?
มันจะไปปราบโทสะ-โลภะ-โมหะ
หรือโกรธ-โลภ-หลง**
แล้วแต่จะพูด
เมื่อเราไม่หลงตัว-ไม่ลืมตัวแล้ว โทสะจะเกิดขึ้นที่ตรงไหน ?
(เมื่อเรา)กำลังทำดีอยู่แล้ว ความชั่วมันจะเกิดขึ้นได้ที่ตรงไหน ?
*เมื่อเราหลงแล้ว สติปัญญาก็เกิดขึ้นไม่ได้*
เมื่อเราทำชั่วอยู่แล้ว ความดีก็เกิดขึ้นไม่ได้
ดังนั้น *การทำดีนั้น-ดีแล้ว
แต่ว่าเรายังไม่(ได้)ทำให้สิ่งนี้ปรากฏเกิดขึ้น*
**เมื่อเราทำให้สิ่งนี้ปรากฏเกิดขึ้นแล้ว
นั่นแหละถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
หรือตามคำสอนของพระพุทธเจ้าจริง ๆ เรื่องนี้**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น