“…ทั้งหมดนี้ ไม่ได้พูดถึงเรื่องคนอื่นหรอก
พูดเฉพาะเรื่องของตัวหลวงพ่อเอง
เคยไปนั่งภาวนาหลับตาขัดสมาธิเพชร มือขวาทับมือซ้าย
เจ็บเอว-ปวดมึนไปหมด ก็ไม่ยอมพลิก-ไม่ยอมเปลี่ยน
นั่งทรมานอยู่อย่างนั้นแหละ ดูว่ามันเจ็บปวดตรงไหน
เพราะไม่เข้าใจ ก็ดูอยู่นั่นแหละ
มันเป็นการทรมานตัวเอง เบียดเบียนตัวเอง
แต่เราก็ยังทำ เพราะไม่เข้าใจ
พระองค์สอนไว้ทุกแง่-ทุกมุม
*‘ธรรมเหล่าใด เป็นไปเพื่อการไม่เบียดเบียนตนเอง
และไม่เบียดเบียนผู้อื่น
นั่นแหละเป็นธรรม-เป็นวินัย-เป็นคำสอนของตถาคต
ควรศึกษาและควรปฏิบัติ’*
ท่านสอนอย่างนั้น แต่เราไม่เข้าใจ
เมื่อไม่เข้าใจแล้ว ก็ทำกันไปตามครูอาจารย์สอน
**การนึก-การคิด
คิดอิจฉา-พยาบาท มีพยศ…ถือเนื้อ-ถือตัว
นั่นแหละเป็นการเบียดเบียนตนเอง
นั่นแหละเป็นการเบียดเบียนผู้อื่น
คิดอยู่ไม่หยุด-ไม่สร่างซา แม้จะกำลังทำบุญก็ตาม
ไปทอดกฐินวัดนั้น ไปบังสุกุลวัดนี้
แต่ถ้าจิตใจยังคิดอิจฉา-พยาบาท ถือเนื้อ-ถือตัวอยู่
มันก็เป็นการเบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนผู้อื่นอยู่นั่นแหละ
เมื่อไม่ได้สมหวัง-ไม่ได้สมใจแล้ว คิดไม่พอใจ
โกรธ-เกลียดกันขึ้นภายในจิตใจ
นั่นแหละเบียดเบียนตนเอง เบียดเบียนผู้อื่น
แม้คิดจะทำบุญก็ตาม เพราะจิตใจยังไม่เป็นปกติ**
ทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องพระวักกลิ
พระวักกลิชอบดูรูปทรงของพระพุทธเจ้า
ว่ารูปสวย-รูปงาม ชอบดู
แต่พระวักกลิไม่เคยดูจิตใจตัวเอง
พระพุทธเจ้าก็เลยไล่ให้พระวักกลิหนี
‘หนี อย่ามาอยู่ที่นี่’
พระวักกลิเสียอกเสียใจ เดินไป-จะไปกระโดดเหวตาย
พระองค์ก็ไปเตือนสติเอาไว้ ถามพระวักกลิว่า
‘เธอเข้าใจว่า รูปกายนี้คือพระพุทธเจ้าจริง ๆ หรือ ?’
พระวักกลิว่า ‘เข้าใจว่า(รูปกายนี้)เป็นพระพุทธเจ้า’
(พระพุทธเจ้า: ) ‘รูปกายนี้ตายได้ไหม ?’
(พระวักกลิ: ) ‘ตายได้’
(พระพุทธเจ้า: ) ‘ตายแล้ว เน่าเหม็นไหม ?’
(พระวักกลิ: ) ‘เน่าเหม็น’
(พระพุทธเจ้า: ) ‘ถ้าตายได้ เน่าเหม็นได้
แล้วจะเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ?’
พอพูดอย่างนี้ พระวักกลิเกิดมีความสนใจอยากเห็นพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าชี้เข้าไปที่ตัวความคิด
บอกว่า‘พระวักกลิก็มี’
**‘พระพุทธเจ้า คือ จิตใจที่มันปกติ หรือสะอาด-สว่าง-สงบ
หรืออุเบกขา’** เท่านี้-พระวักกลิก็เกิดเข้าใจขึ้นมา
นี่แหละ แสดงว่าเราไปจับเป็นบุคลาธิษฐาน
เราไม่ได้ใช้สติปัญญาพิจารณาโดยเหตุผล
พระพุทธเจ้าท่านจึงสอนว่า
*‘อย่าเชื่อถือ โดยเขาพูดตาม ๆ กันมา
อย่าเชื่อถือ โดยเขาเล่าลือกันมา
อย่าเชื่อถือ โดยเห็นว่ามันมีอยู่ในตำรา-คัมภีร์
อย่าเชื่อถือ โดยการเดา-นึกคิดเอาเอง ฯ’*
มี(ทั้งหมด) ๑๐ ข้อ ไปดูเอาเองในหนังสือกาลามสูตร
มีเขียนไว้หลายที่-หลายทาง
คำว่า‘พระองค์ไล่พระวักกลิหนี’ หมายถึง
หลวงพ่อคิดเอาเองนะอันนี้ ‘พระวักกลิหนีไปให้พ้น’
**‘หนีไปให้พ้น หมายถึง หนีจากความคิดปรุงแต่งนั่นเอง
ไปให้ถึงที่สุดของทุกข์’
ไปให้พ้น อย่าให้ความคิดมาปรุงแต่ง
จิตใจมันนึก-มันคิด-มันปรุงแต่ง เพราะไม่มีสัญญา(ความรู้สึกตัว)
ญาณจึงเกิดขึ้นไม่ได้
เมื่อญาณเกิดขึ้นไม่ได้ ปัญญาจึงไม่รอบรู้**
‘สัญญานี้’ ไม่ได้หมายถึงสัญญาทางโลกนะ
ไม่ใช่สัญญา(จำได้)ว่า เอาของไว้ตรงนั้น เอาเสื้อไว้ตรงนี้
เอากางเกงไว้ตรงนั้น มีเงินเท่านั้นบาท-มีทองคำเท่านั้นสลึง
มีรถยนต์เป็นอย่างนั้น มีนา-มีสวน
อันนั้นมัน‘เป็นสัญญาของคนธรรมดา หรือของสัตว์’
สัญญาอันนี้จึงไม่จัดเข้าในเวทนา-สัญญา-สังขาร-วิญญาณ
ในตัวนี้ คำว่า**‘เวทนาก็เสวยอารมณ์ (แต่)ไม่ทุกข์
สัญญาก็เห็น-รู้ ไม่หลง-ไม่ลืม
สังขารไม่ถูกปรุง หยุดได้
วิญญาณรู้’
อันนี้แหละเป็นเครื่องวัด อันนี้แหละเป็นเครื่องหมาย
อันนี้แหละเป็นเครื่องเตือนจิตสะกิดใจ
เป็นทางเดินเข้าไปสู่นิพพาน**
*นิพพานจึงไม่เป็นบ้าน-ไม่เป็นเมือง มันอยู่ในคนนี่เอง*…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น