“…คำว่า‘ความสงบ’นี้ ก็มีอยู่ ๒ ลักษณะ หรือ ๒ อย่าง
ขอให้พิจารณาใคร่ครวญ-เลือกสรรให้ถูก คือ
(๑.) *‘สงบอยู่ใต้โมหะ’ เรียกว่าสงบแบบอยู่ในถ้ำ
คนอยู่ในถ้ำ-มันมืด…ไปไหน-มาไหน น่ารำคาญ
ได้แก่ คนที่นั่งให้สงบ
คือ สงบแบบนั่งทื่อเหมือนก้อนหิน-ก้อนกรวด
ไม่เห็นจิตใจ ไม่เห็นความคิดที่เกิดขึ้น*
(๒.) **‘สงบอยู่ด้วยสติปัญญา’ เพราะปราศจากโทสะ-โมหะ-โลภะ
รู้เห็นจิตใจของตัวเอง รู้สึกตัวในการทำ-การพูด-การคิด**
โดยสรุป **‘นิพพาน’ แปลว่าความดับเย็นลงของกิเลส
หมายถึงจิตใจที่เป็นปกติ
คนที่จิตเป็นปกติเช่นนี้ พอคิดปุ๊บ-จะเห็นปั๊บทันที**
*ส่วนคนที่‘จิตไม่ปกติ’นั้น
คิดไปตั้งร้อยเรื่อง-พันเรื่องแล้ว ไม่เห็นความคิดของตัวเอง*
ส่วนคำว่าศีล-สมาธิ-ปัญญานั้น ท่านสอนเอาไว้ว่า
‘ศีล’ เป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างหยาบ
‘สมาธิ’ เป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างกลาง
‘ปัญญา’ เป็นเครื่องกำจัดกิเลสอย่างละเอียด
อันนี้เป็นคำพูด เป็นตัวหนังสือในตำรับ-ตำรา
ครูบาอาจารย์บอก-สอนมา
ในทางปฏิบัตินั้น
*กิเลสอย่างหยาบ
คือโทสะ-โมหะ-โลภะ กิเลส-ตัณหา-อุปาทาน-กรรม*
*กิเลสอย่างกลาง
คือเข้าไปติดความสงบ ไม่เห็นแจ้ง
เรียกว่า‘รู้อย่างไม่รู้’ หรือ‘สงบอยู่ใต้โมหะ’*
*กิเลสอย่างละเอียด
คือ เข้าไปติดในความรู้ส่วนที่ละเอียดที่สุดของจิตใจ
ได้แก่ การรู้เห็นสมุฏฐานของความคิด รู้เห็นอาการเกิดดับ
จึงยังเป็นความมืดสีขาวส่วนที่ละเอียดที่สุด-เป็นวิปลาส
กิเลสอย่างละเอียดนี้ เราไม่ค่อยรู้
เราจะเห็นทุกข์นั่นแหละ เป็นสุข
แต่ความจริง มันเป็นความมืดสีขาว
มันมาเบา ๆ นิ่ม ๆ วูบเดียวเท่านั้นเอง*
**การปฏิบัติธรรมนั้น จึงว่า
ให้คอยสังเกตความคิดที่เกิดขึ้นในจิตในใจ
พอคิดปุ๊บ-เห็นปั๊บ** เหมือนแมวกับหนู…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น