“…ส่วน*‘สงบแบบวิปัสสนากัมมัฏฐาน’นั้น
มันเหมือนกับที่เราออกจากถ้ำ ไม่ต้องใช้ไฟ
อยู่ที่แจ้ง ความมืด(ก็)ไม่มี
มองเข้าไปในถ้ำ เห็นรูปร่างลักษณะสัณฐานของถ้ำ
เห็นรูปทรงของถ้ำ เห็นทุกสิ่งทุกอย่าง-ทุกแง่ทุกมุม
อันนี้เรียกว่า‘ความสงบของวิปัสสนา’*
*‘วิปัสสนา จึงแปลว่ารู้แจ้ง-เห็นจริง ต่างเก่า-ล่วงภาวะเดิม
เพราะหมดความสงสัย เพราะสัญญาตัวนั้นเกิดขึ้น’*
ท่านว่าอย่างนั้น
เมื่อจิตใจมันนึก-มันคิดขึ้นมา มันเห็น-มันรู้-มันเข้าใจ
มันสัมผัสแนบแน่นอยู่กับสิ่งเหล่านั้น
ความโลภ เรียกว่า‘โลภะ’
ความโกรธ เรียกว่า‘โทสะ’
ความหลง เรียกว่า‘โมหะ’
‘โลภ-โกรธ-หลง’ ว่าอย่างนั้น
เช่น อยากได้ของของคนอื่น อยากได้ของที่(ตน)ไม่มี
*(เมื่อเห็น-รู้-เข้าใจ) ก็หมดอยาก
เพราะเรารู้แจ้ง-เห็นจริงแล้วนั่นเอง
การไปก็ไม่มี-การมาก็ไม่มี เรียกว่า‘สงบแบบวิปัสสนา’*
หลวงพ่อจะสมมติเปรียบเทียบเรื่องญาณเกิดขึ้น
เป็นลำดับให้ฟัง เราจะพูดกันอย่างง่าย ๆ
สมมติเรื่อง‘คนตกน้ำ’
บ้านหลวงพ่อเรียก‘คนตกน้ำ
คนที่ ๑ กระโจนลงไป ก็จมปุ๋มลงไปทีเดียวลงไปถึงพื้น
ยันพื้นดินลอยโผล่หน้าขึ้น ไม่ได้มองไปทิศทางใด
ก็จมลงไปอีก ตายเลย
คนประเภทนี้เรียกว่า‘คนไม่รู้จักชีวิตจิตใจตนเอง’
คนที่ ๒ กระโจนลงไป ปุ๋มลงไปถึงพื้นดิน
ยันพื้นดินขึ้นมาแรง ๆ มองเห็นทิศทางว่าฝั่งอยู่ตรงนั้น
แล้วก็พยายามว่ายตะเกียกตะกายเข้าหาฝั่ง
คนประเภทนี้เรียกว่า‘ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้กระแสพระนิพพาน’
เพราะรู้จักว่าฝั่งอยู่ทิศทางไหน
คนที่ ๓ พอกระโจนน้ำลงไป จมดิ่งลงไป
ยันพื้นดินโผล่ขึ้นมาได้ แล้วลอยไป
น้ำลึกแค่เอว ก็ลอยไปบ้าง-เดินไปบ้าง
คนที่ ๔ กระโจนน้ำลงไป จมดิ่ง
ลอยขึ้นมา ลอยไป
ถึงที่น้ำแค่เข่า เดินไปได้สบาย
ขึ้นไปสู่ฝั่ง…เดินไป-เดินไป เป็นอย่างนั้น
คนที่ ๕ กระโจนน้ำลงไปแล้ว ก็ยันพื้นขึ้นมา
น้ำลึกเพียงแค่กลางหน้าแข้ง เดินไปสู่ฝั่ง
นั่งสบายอยู่ใต้ร่มไม้ ลมพัดเย็น ๆ
ก็แปลว่า‘หยุด’ น้ำไม่มีแล้ว
ไปนั่งอยู่สบายแล้ว เพราะผ่านไปแล้ว
นี่สมมติให้ฟังมา เป็นขั้น-เป็นตอนไปอย่างนั้น
อาตมาไม่รู้เรื่องหนังสือ เพราะไม่เคยเรียนหนังสือ
อันนี้แหละ ที่พระพุทธเจ้าพูดกับพระวักกลิว่า
‘ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา
ผู้ใดไม่เห็นธรรม ผู้นั้นไม่เห็นเรา
แม้จะจับชายจีวรหรือนิ้วมือเราอยู่ ก็ไม่เห็นเรา
เพราะไม่เห็นธรรม’
*เห็นธรรม
ก็เห็นตัวเรากำลังนึก- กำลังคิด กำลังพูด-กำลังทำนี่แหละ
อย่างนี้เรียกว่า‘เห็นธรรมแท้’*
เรื่องการปฏิบัติธรรม
ต้องรู้เป็นขั้น-เป็นตอน เป็นขั้น-เป็นตอนไปอย่างนี้
**ที่ว่า ‘พระพุทธเจ้าว่าพระวักกลิ ให้พระวักกลิหนี’
พระวักกลิก็ไม่เข้าใจ
‘หนีไป-หนีไป’ ไม่ใช่(ให้)หนีเดินไป-ก้าวไป
แต่(ให้)หนีจากความคิด
แต่(พระวักกลิ)หนีไม่ได้ เพราะไม่มีปัญญา**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น