“…สมมติ เรามาปฏิบัติธรรมะนี้เอง
*(เมื่อ)รู้จักสภาพภาวะทุกข์แล้ว กลับไปทำให้เกิดทุกข์อีกแล้วนี่
อันนั้นแสดงว่ารู้จำ-รู้จัก…แต่ยังไม่รู้แจ้ง-ไม่รู้จริง*
เหมือนกับที่เราไปฟังเทศน์ ครูบาอาจารย์เทศน์นี่
แต่ความจริง เขาเอาอะไรให้-ก็เอาไปหมด
จึงว่า สุนัขมันกลับคืนไปกินอาเจียน(ของ)มันอีกได้
เหมือนกับที่‘เอาฝ้ายเส้นเดียวมาขึงไว้ที่ตรงนี้
(ระหว่าง)สตรีเพศกับพระอริยบุคคลนี่นะ
นอนไม่เป็นอะไรเลย-*อาบัติไม่มี’* ท่านว่าอย่างนั้น
พ่อแม่เล่าให้ฟัง ครูบาอาจารย์เล่าให้ฟัง
*เนื่องจากมันขาดไปแล้ว*
**ถ้ามันไม่ขาดแล้ว ก็แปลว่าเป็นอาบัติเสมอไป**
ท่านว่าอย่างนั้น
แต่ความหมายมันกว้าง แต่ความเดียวนั่นแหละ
พระพุทธเจ้าท่านสอน
จึงว่า ‘พระพุทธเจ้าตัดผมครั้งเดียว ขาดเลย
และผมก็ไม่ยาวอีกสักทีแล้ว’ หลวงพ่อไม่เข้าใจทีแรก
โอ๊ะ! ความจริงแม้จะพูดร้อยคำ-พันคำ
มีจุดสำคัญคือจุดเดียว เรียกว่า**‘สัจธรรมแท้’
จึงว่าไม่เปลี่ยนแปลง-ไม่แปรผัน คงที่ถาวรตลอดเวลา**
หลวงพ่อเข้าใจอย่างนั้น
ใครจะพูดยังไงก็ตาม หลวงพ่อฟังได้
แต่ว่าพูดอย่างนั้น-หลวงพ่อรู้จัก พูดอย่างนี้-หลวงพ่อรู้จัก
ไม่ใช่หลวงพ่อจะเป็นพระอริยบุคคลชั้นนั้น-ชั้นนี้
หลวงพ่อรู้จักเอง เพราะหลวงพ่อเป็นอย่างนั้น
*เมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ต้องเข้าใจอย่างนั้น
เมื่อไม่เป็นอย่างนั้น จะไม่เข้าใจเลย*
(หลวงพ่อ)เคยให้ทานมา เคยรักษาศีลมา
เคยไปทำความสงบมา
ไม่รู้เลย ความสงบ(ที่แท้)นี่-หลวงพ่อไม่รู้
(แต่)รู้**ความสงบ(แบบที่)ไปนั่งภาวนาดูลมหายใจ มันสงบ
อันนั้นไม่ใช่สงบ (คือ)คนไม่อยากสงบ
แน่ะ ! สงบ(แบบ)ไม่อยากสงบ
พูดยังไงดี ความสงบ(แบบ)ไม่อยากสงบ
อันนั้นเรียกว่า ‘คนนั้นไม่อยากสงบ’
คืออยากไปติดอยู่แค่นั้นเอง
เรียกว่า‘ความสงบ(แบบ)ไม่อยากสงบ’**
**อัน‘สงบ’แบบที่หลวงพ่อพูดนี่
คือ‘มันขาดออกไปแล้ว’
จะว่า‘สงบ’ก็ได้ ‘ไม่สงบ’ก็ได้
เรียกว่าความเพลิดเพลินเจริญใจ เป็นอย่างนั้น
เรียกว่า‘มันเพลินกับอันนั้นเอง
หรือ‘มันอยู่กับ(ภาวะ)เช่นนั้นเอง’
‘มันเป็น’
สภาพเช่นนั้นของมัน มีอยู่แล้ว
จึงว่าทุกคนต้องไปประสบอันนี้ หนีไม่พ้น
นี่แหละ‘อาการเกิดดับแท้’**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น