“…เรื่องให้ทาน-รักษาศีลนี้ มีมาก่อนสมัยพระพุทธเจ้า
รวมทั้งการทำกรรรมฐานที่ก่อให้เกิดความสงบขึ้นในจิตใจก็ตาม
ท่านที่เคยศึกษาเล่าเรียนมาคงได้ทราบ
เรื่องอาจารย์อาฬารดาบสและอุทกดาบสมาแล้ว
ซึ่งมีมาก่อนสมัยพระพุทธเจ้า
สำหรับพระพุทธเจ้านั้น ก็คือเจ้าชายสิทธัตถะกุมาร
ซึ่งได้เรียนทำกรรมฐานกับอาจารย์ทั้ง ๒ ท่าน
ให้จิตใจสงบมาบ้างแล้ว
*พระองค์เป็นผู้ศึกษาและปฏิบัติทางจิต-ทางใจ
รู้แจ้ง-รู้จริงแล้ว ก็มาเผยแผ่ในประเทศอินเดีย
คนที่มีปัญญาก็เอาไปใช้ได้
ส่วนคนไม่มีปัญญาก็ได้แต่ฟังเอาบุญเฉย ๆ*
เหมือนอย่างที่ข้าพเจ้ามาเล่าสู่กันวันนี้ก็เช่นกัน
คนมีปัญญาฟังแล้ว ก็เอาไปนึก-ไปคิด-ไปพิจารณา…ก็รู้ได้
*ข้าพเจ้าจึงกล้ายืนยันคำสอน-คำพูดของพระพุทธเจ้า
และคำพูดของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหน
ภาษาใด-ศาสนาใดก็ตาม แต่ขอให้พูดแล้วรู้ภาษากัน
ก็สามารถนำไปปฏิบัติ รู้จริงได้*
การเจริญสติปัญญานี้
จะเปรียบก็อุปมาเหมือนดำกับขาว
หรือมืดกับสว่าง หนักกับเบา โง่กับฉลาด
หรือขวดน้ำที่ว่างเปล่า ซึ่งไม่มีน้ำอยู่ในนั้น
แล้วเราเข้าใจว่ามันว่างจริง ๆ
แต่ความจริงแล้ว ในขวดแก้วนั้นยังมีอากาศอยู่
เมื่อเราเอาน้ำเทใส่ในขวดแก้ว
น้ำก็จะไปแทนที่อากาศ ไล่อากาศหนีไป
เหมือนกับการที่*คนเราไม่เจริญสติ
มันมีทั้งความหลง-ความโกรธ-อะไร ๆ มันว่าง
ความหลง-ความโกรธมันเกิดขึ้นมา เราไม่เห็น-ไม่รู้…เราจึงคิดว่าไม่มี
แต่ความจริง สติ-ปัญญา-สมาธินั้นมันมีอยู่…แต่เราไม่รู้*
ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
**คำว่า‘ว่าง หมายถึง ว่างจากความหลงผิด-ว่างจากโทสะ
ว่างจากโมหะ-ว่างจากโลภะ-ความชั่วร้ายต่าง ๆ
ดังนั้นท่านจึงสอนให้มีสติ-มีสมาธิ-มีปัญญา**
*คนไม่รู้ ก็ไปนั่งหลับหู-หลับตาภาวนา
ข้าพเจ้าเองก็เคยทำมา-เรื่องนี้
เพราะคิดว่าการนั่งหลับหู-หลับตา จะทำให้รู้
แต่จริง ๆ แล้ว มันได้ความสงบเท่านั้น
มันไม่มีประโยชน์-ไม่มีคุณค่าอะไร ช่วยอะไรเราไม่ได้
ที่ทำไป ก็เพราะว่าไม่รู้นั่นเอง*
ความรู้นั้นมีหลายอย่าง เช่น รู้จำ-รู้จัก-รู้แจ้ง-รู้จริง
**การที่ได้รู้แจ้ง-รู้จริงนี่แหละ
ที่ทำให้ข้าพเจ้ากล้ารับรองคำพูดของพระพุทธเจ้า
และ(รับรอง)คำพูดของตัวเอง**
ข้าพเจ้าเคยไปพูดที่ต่าง ๆ บางคนเข้าใจว่า
ข้าพเจ้าทำลายขนบธรรมเนียม-ประเพณีดั้งเดิม
ทำลายพุทธศาสนา แต่ความจริงแล้ว-ข้าพเจ้าส่งเสริม
หรืออนุรักษ์พุทธศาสนาให้มั่นคงถาวรสืบต่อไป
เพราะว่าข้าพเจ้าพูดความจริงอย่างถูกต้อง
*สมาธิแปลว่าตั้งใจ ไม่ใช่นั่งหลับตา*
ดังนั้น **พวกเราควรศึกษาและปฏิบัติให้รู้-ให้เข้าใจถึงความจริง
ความจริงเป็นสัจจะ เป็นของไม่ตาย
แม้ตัวบุคคลจะตายไปแล้วก็ตาม
เช่น พระพุทธเจ้าของเรานั้นเสด็จปรินิพพานไปนานแล้ว
แต่ความจริงที่พระองค์ตรัสไว้นั้น ยังมีอยู่
คือจิตใจที่สะอาด-สว่าง-สงบ ซึ่งมีอยู่ในคน
ขอให้พวกเราจงไปนึก-ไปคิด ไปพิจารณาให้ดี**…”
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ
————————————————————————————————
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※
※ ※
※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※
※ ※
※ อย่าหลงชีวิต ※
※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※
รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ
_/|\_ _/|\_ _/|\_


ใส่ความเห็น