รู้สึกกาย รู้สึกใจ 21 มกราคม 2022

ตอบคำถามผู้ปฏิบัติธรรม

ถาม : ตามที่หลวงพ่อได้เทศนาว่า

*เมื่อเราเห็นความคิด-ความคิดจะหยุดคิด*

หยุดคิดอันนี้-ผมไม่แน่ใจ ถ้าอันนี้จริง-ก็จะถามว่า

ตอนที่เราเห็นความคิด แล้วความคิดมันหยุด

เรารู้หรือไม่ว่าความคิดอันต่อไปคืออะไร ?

ตอบ : อย่าไปสนใจเรื่องความคิดต่อไป ไม่ต้องไปสนใจ

**เพียงเราเห็นความคิด-มันคิดแล้ว มันหยุดเอง

อย่าไปสนใจว่าความคิดแบบนี้มาจากไหน

อย่าไปสนใจเรื่องนั้น

เมื่อเราเห็นอย่างนั้น

ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงมันเกิดขึ้นไม่ได้**

ถาม : ที่หลวงพ่อสอนว่า ดูความคิด-เห็นความคิด

ดูความคิด ใครเป็นคนเห็นความคิด ?

ตอบ : อย่าไปเสาะหาคน

คือตนจะเห็นว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน

และจะพึ่งได้จริง ๆ

จะว่าตัวคนรู้ก็ได้ หรือจะว่าสติปัญญารู้ก็ได้

จะว่าอย่างไรก็ได้

เพราะมันไม่มีตัวตน(ที่จะ)จับมาให้เห็น

เพราะว่า *‘ตัวเห็น’ กับ ‘ตัวรู้’ มันคนละตัวกัน

ตัวรู้-มันเข้าไปในความคิด คิดเป็นเรื่อง-เป็นราวไป*

ถาม : จากการฟังหลวงพ่อเล่า เกิดรู้สึกว่า

ความคิด และอารมณ์ดีใจ-เสียใจ…เป็นสิ่งนอกตัว

ซึ่งเปรียบเสมือนขนมปังกับเนย

ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์ได้

เรากินได้-เราเห็นมันได้ แต่ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นในตัวเรา

เราไม่สามารถเห็นมันได้เลย

ทั้งความคิด และทั้งความดีใจ-เสียใจ

ไม่ใช่คำถาม

แต่ต้องการให้หลวงพ่อชี้แจงให้กระจ่างใจ

ตอบ : การที่เรา‘เห็น’ความคิดกับ‘รู้’ความคิด

เห็นความคิดนั้น-เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

รู้ความคิด-มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

**การเห็นนี่-เราสามารถเอาออกจากกันได้

การรู้นี่-มันติด

การรู้จึงเป็นความรู้ขั้นอวิชชา

ความรู้ของคนไม่มีปัญญา

ความรู้ของคนที่มีปัญญา

รู้กับเห็นแยกกันได้ เป็นวิชชา-เป็นปัญญา

ตัวปัญญากับตัววิชชา จะแยกความคิดออกจากกัน

อันนั้นคือที่สุดของทุกข์ ผู้มีปัญญาจึงรู้อย่างนี้**

แต่ทุกคนอยู่ในที่นี้ ข้าพเจ้าขอรับรองว่า

*ทำได้ทุกคน-ถ้าลองปฏิบัติเอง*

การพูดให้ฟัง-ไม่สามารถจะรู้ได้

มันเป็นเพียงรู้จำ-รู้จัก

**ถ้าเราปฏิบัติ

มันรู้แจ้ง-รู้จริง เป็นความรู้ของเราเอง**

เราจึงพูดกันว่า‘พุทโธ’

แปลว่าเห็น แปลว่าแก้ไขออกจากกันได้

ถาม : จากคำถามที่ว่า

มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายอะไรไหม

ที่คนรู้ความจริงแล้ว-ที่จะรู้ชัดแจ้งแล้ว

มีหลักประกันไหม ว่ารู้แล้ว-จะไม่หายไปอีก

ซึ่งอยากเข้าใจให้กระจ่างว่า

เมื่อรู้แล้ว รู้ตลอดเวลาหรือว่าหายไปเลย ?

ตอบ : *ของมันมีอยู่ในตัวเรา มันหายไปไม่ได้*

สมมติว่าเรารู้ลูกตาของเรา

ตาเรามีไหม ? มันต้องมีอยู่ตลอดเวลา

คือสัญลักษณ์อันนี้ เราจะแสดงว่า*ทุกคนมีอย่างนี้*

และก็สอนคนได้ ที่ข้าพเจ้าพูดนี้น่ะ

ขอพูดตรง ๆ ข้าพเจ้ารับรองได้ว่า

ทุกคนอยู่ในที่นี้ ปฏิบัติอย่างนี้ไม่เกิน ๓ ปี

การให้ศีล-ให้พร มันก็เป็นความดีชนิดหนึ่ง

การให้ศีล-ให้พรที่ข้าพเจ้าพูดนี้

**อยากให้พวกท่านทุกคน

นำวิธีความรู้สึกตัว-ความตื่นตัว

ไปปฏิบัติที่บ้าน-ที่เรือน สำนักงาน

ทุกอิริยาบถนั่นแหละ

คือการให้ศีล-ให้พรอย่างแท้จริง

การให้ศีล-ให้พร คือเรารู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง

เป็นศีลของเรา-เป็นพรของเรา คือเราเคารพตัวเอง**

ตอบโดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_ตอบคำถามผู้ปฏิบัติธรรม

ถาม : ตามที่หลวงพ่อได้เทศนาว่า

*เมื่อเราเห็นความคิด-ความคิดจะหยุดคิด*

หยุดคิดอันนี้-ผมไม่แน่ใจ ถ้าอันนี้จริง-ก็จะถามว่า

ตอนที่เราเห็นความคิด แล้วความคิดมันหยุด

เรารู้หรือไม่ว่าความคิดอันต่อไปคืออะไร ?

ตอบ : อย่าไปสนใจเรื่องความคิดต่อไป ไม่ต้องไปสนใจ

**เพียงเราเห็นความคิด-มันคิดแล้ว มันหยุดเอง

อย่าไปสนใจว่าความคิดแบบนี้มาจากไหน

อย่าไปสนใจเรื่องนั้น

เมื่อเราเห็นอย่างนั้น

ความโกรธ-ความโลภ-ความหลงมันเกิดขึ้นไม่ได้**

ถาม : ที่หลวงพ่อสอนว่า ดูความคิด-เห็นความคิด

ดูความคิด ใครเป็นคนเห็นความคิด ?

ตอบ : อย่าไปเสาะหาคน

คือตนจะเห็นว่า ตนเป็นที่พึ่งของตน

และจะพึ่งได้จริง ๆ

จะว่าตัวคนรู้ก็ได้ หรือจะว่าสติปัญญารู้ก็ได้

จะว่าอย่างไรก็ได้

เพราะมันไม่มีตัวตน(ที่จะ)จับมาให้เห็น

เพราะว่า *‘ตัวเห็น’ กับ ‘ตัวรู้’ มันคนละตัวกัน

ตัวรู้-มันเข้าไปในความคิด คิดเป็นเรื่อง-เป็นราวไป*

ถาม : จากการฟังหลวงพ่อเล่า เกิดรู้สึกว่า

ความคิด และอารมณ์ดีใจ-เสียใจ…เป็นสิ่งนอกตัว

ซึ่งเปรียบเสมือนขนมปังกับเนย

ซึ่งเราสามารถใช้ประโยชน์ได้

เรากินได้-เราเห็นมันได้ แต่ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นในตัวเรา

เราไม่สามารถเห็นมันได้เลย

ทั้งความคิด และทั้งความดีใจ-เสียใจ

ไม่ใช่คำถาม

แต่ต้องการให้หลวงพ่อชี้แจงให้กระจ่างใจ

ตอบ : การที่เรา‘เห็น’ความคิดกับ‘รู้’ความคิด

เห็นความคิดนั้น-เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

รู้ความคิด-มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

**การเห็นนี่-เราสามารถเอาออกจากกันได้

การรู้นี่-มันติด

การรู้จึงเป็นความรู้ขั้นอวิชชา

ความรู้ของคนไม่มีปัญญา

ความรู้ของคนที่มีปัญญา

รู้กับเห็นแยกกันได้ เป็นวิชชา-เป็นปัญญา

ตัวปัญญากับตัววิชชา จะแยกความคิดออกจากกัน

อันนั้นคือที่สุดของทุกข์ ผู้มีปัญญาจึงรู้อย่างนี้**

แต่ทุกคนอยู่ในที่นี้ ข้าพเจ้าขอรับรองว่า

*ทำได้ทุกคน-ถ้าลองปฏิบัติเอง*

การพูดให้ฟัง-ไม่สามารถจะรู้ได้

มันเป็นเพียงรู้จำ-รู้จัก

**ถ้าเราปฏิบัติ

มันรู้แจ้ง-รู้จริง เป็นความรู้ของเราเอง**

เราจึงพูดกันว่า‘พุทโธ’

แปลว่าเห็น แปลว่าแก้ไขออกจากกันได้

ถาม : จากคำถามที่ว่า

มีสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายอะไรไหม

ที่คนรู้ความจริงแล้ว-ที่จะรู้ชัดแจ้งแล้ว

มีหลักประกันไหม ว่ารู้แล้ว-จะไม่หายไปอีก

ซึ่งอยากเข้าใจให้กระจ่างว่า

เมื่อรู้แล้ว รู้ตลอดเวลาหรือว่าหายไปเลย ?

ตอบ : *ของมันมีอยู่ในตัวเรา มันหายไปไม่ได้*

สมมติว่าเรารู้ลูกตาของเรา

ตาเรามีไหม ? มันต้องมีอยู่ตลอดเวลา

คือสัญลักษณ์อันนี้ เราจะแสดงว่า*ทุกคนมีอย่างนี้*

และก็สอนคนได้ ที่ข้าพเจ้าพูดนี้น่ะ

ขอพูดตรง ๆ ข้าพเจ้ารับรองได้ว่า

ทุกคนอยู่ในที่นี้ ปฏิบัติอย่างนี้ไม่เกิน ๓ ปี

การให้ศีล-ให้พร มันก็เป็นความดีชนิดหนึ่ง

การให้ศีล-ให้พรที่ข้าพเจ้าพูดนี้

**อยากให้พวกท่านทุกคน

นำวิธีความรู้สึกตัว-ความตื่นตัว

ไปปฏิบัติที่บ้าน-ที่เรือน สำนักงาน

ทุกอิริยาบถนั่นแหละ

คือการให้ศีล-ให้พรอย่างแท้จริง

การให้ศีล-ให้พร คือเรารู้เอง-เห็นเอง-เข้าใจเอง

เป็นศีลของเรา-เป็นพรของเรา คือเราเคารพตัวเอง**

ตอบโดย หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

————————————————————————————————

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

※ อย่าหลงตน-อย่าลืมตัว ※

※ ※

※ อย่าหลงกาย-อย่าลืมใจ ※

※ ※

※ อย่าหลงชีวิต ※

※※※※※※※※※※※※※※※※※※※※

รู้สึกตัว…รู้สึกกาย รู้สึกใจ

_/|\_ _/|\_ _/|\_


Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *